ไม่มีใครสนใจหรอกว่า ทุกวันนี้ สมัคร สุนทรเวช จะถูกดำเนินคดีอยู่กี่คดี ยกเว้นว่า คดีความที่ สมัคร ตกเป็นจำเลยนั้น กระทบต่อจริยธรรม สถานะความเป็นนายกรัฐมนตรีของไทยต้องเรียกว่า ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก กันเลยทีเดียว สำหรับรายการ สนทนาประสาสมัคร ที่ออกอากาศสด ช่องเอ็นบีที เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เพราะที่กำลังเป็นปัญหากันอยู่นี้ ก็เรื่อง ปราสาทพระวิหาร ไม่ใช่เรื่องที่เกรงกันว่า ปราสาทเป็นของใคร หากแต่เป็นเรื่องที่ว่า การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร จะทำให้ไทยเสียดินแดนเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่
การรีบร้อนไปลงนามสนับสนุนกัมพูชานั้น มีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่เกี่ยวพันไปถึงการทำธุรกิจพลังงานร่วมกับกัมพูชาของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยหรือไม่
การด่วนไปสนับสนุนกัมพูชาในวันที่ 22 พฤษภาคม แจ้งให้ ครม.รับรู้วันที่ 17 มิถุนายน แล้วจึงบินด่วนไปแจ้งกัมพูชาในวันที่ 18 มิถุนายน มันทำให้เกิดความสมบูรณ์ในการใช้ประโยชน์จากการลงนามร่วมไทย-กัมพูชา
ประเด็นนี้คนทั่วไปไม่สงสัยว่า รัฐบาลไทยมีความพยายามสนับสนุนกัมพูชาอย่างแข็งขัน
และน่าจะเป็นตรงนี้นี่แหละ ที่ศาลปกครองสั่งห้ามเอาไว้ เพราะเชื่อว่า หากไม่ห้าม แล้วการดำเนินการเรื่องนี้เกิดสำเร็จลุล่วง ความยุ่งยากจะเกิดขึ้นมาในภายหลัง
แต่ตรงนี้ สมัคร สุนทรเวช เอามาโยงกัน โดยยืมบทวิเคราะห์ของนักวิชาการว่า คำสั่งศาลปกครองในเรื่องนี้อาจกลายเป็นว่า ครม.อยู่ใต้บังคับบัญชาของศาล เพราะเรื่องสนับสนุนกัมพูชานั้นเป็นมติ ครม.
และก็เป็นเรื่อง สมัคร นำมาอรรถาธิบายในรายการทีวี พูดถึงการยึดโยงกันของอำนาจอธิปไตยที่ประกอบด้วย นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการนั้น ยึดโยง ถ่วงดุลกันอย่างไร
เข้าใจว่าเพื่อให้เห็นภาพ... สมัคร ก็เลยไม่ลืมที่จะเอาคดีความที่ตนถูกดำเนินคดีมาบอกเล่าให้ชาวบ้านเขาได้ฟังด้วย
ทั้งที่ไม่น่าจะเกี่ยวกันเลยแม้แต่น้อย
ไม่มีใครสนใจหรอกว่า ทุกวันนี้ สมัคร สุนทรเวช จะถูกดำเนินคดีอยู่กี่คดี ยกเว้นว่า คดีความที่ สมัคร ตกเป็นจำเลยนั้น กระทบต่อจริยธรรม สถานะความเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย
เพราะจะว่าไปแล้ว คดีความที่ สมัคร เจออยู่และยังไม่ถึงที่สุดนี้ เป็นเรื่องของกรรมเก่าแทบทั้งนั้น
จะมีก็แต่เรื่องไปทำรายการ ชิมไปบ่นไป นั่นแหละที่เป็นกรรมต่อเนื่องจากอดีตมาจนถึงวันรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วเกิดมีคนไปร้องว่า เป็นนายกฯ ต้องไม่เป็นลูกจ้างบริษัทอื่นเท่านั้นแหละ
ถ้ามีข้อมูลหลักฐานมาชี้แจงชัดเจน สมัคร ก็พ้นจากข้อกล่าวหา จะฟ้องร้อง ค้าความ เอาคืนก็เป็นเรื่องที่ไปคิดเอาเอง
แต่ถ้าแจงไม่ได้ ฟังไม่ขึ้น สมัคร จะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้ทำเอาไว้ เพราะประเทศไทยคงไม่ต้องการ ผู้นำที่มีตำหนิ
ตรงนั้น ก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคำสั่งศาลปกครองที่ห้ามใช้ประโยชน์จาก มติ ครม.วันที่ 17 มิถุนายน และให้ไทยไปยกเลิกการให้การสนับสนุนกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเลยแม้แต่น้อย
แต่สิ่งที่ สมัคร ได้พูดออกมาแล้วนั้นชาวบ้านเขาฟังแล้วคิดได้ รู้สึกได้ ว่า นี่บ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างอำนาจตุลาการกับฝ่ายบริหาร
และนั่นทำให้ความคิดเห็นจาก จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ยืนยันว่า อำนาจ 3 ฝ่ายนั้น หากฝ่ายใดทำดีอยู่แล้ว ก็ไม่มีช่องว่างให้ฝ่ายอื่นเข้าไปตรวจสอบ หรือคานอำนาจ
แต่หากฝ่ายบริหารทำไม่ดี ไม่ถูกต้อง แล้วปล่อยไปโดยไม่มีการคานอำนาจกัน ก็แสดงว่าประเทศไทยปกครองแบบเผด็จการ นี่คือประโยคทองของ จรัญ ผู้ซึ่งได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่า มี ต้นทุน สูงทางสังคม
แต่ ประโยคทอง ของสมัคร เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นระบุว่า ต้นเหตุเพราะเกลียดอดีตนายกฯ
ท่านพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ท่านคิดเถอะครับว่า ดูอะไรที่เกิดจากเหตุ เหตุคือต้องการจะไล่รัฐบาลนี้ เหตุคือเกลียดนายกฯ เก่า แล้วนายกฯ เก่าก็เกิดฆ่าไม่ตาย ขายไม่ขาด เกิดกลับมาขึ้นศาลได้ เขาขึ้นศาลอยู่ ต้องล่องศาลอยู่ แต่กล่าวหารัฐบาลนี้ว่าปกป้อง ผมไปปกป้องอำนาจศาลได้หรือครับ
เป็นประโยคทองที่แหลมคม แต่น่ากลัว เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจไปว่า ไม่จำเป็นต้องฟังเหตุฟังผลจากใครอีก...แม้กระทั่งหลักกฎหมาย
เป็นบทสรุปที่น่ากลัว เพราะหากว่า ประชาชนคนไทยเชื่อว่า นี่คือที่สุดของ หลักยุติธรรม... แล้วอะไรจะเกิดขึ้น
อย่าลืมว่า คำพิพากษาของศาลนั้น เปิดทางให้ชี้แจง ต่อสู้ ด้วยข้อมูลหลักฐาน ด้วยข้อกฎหมาย รื้อคดีมาสู้ใหม่ได้ ตราบใดที่ยังไม่ถึงชั้นศาลฎีกา หรือศาลปกครองสูงสุด
ต่างกันลิบลับกับ มติ ครม.วันที่ 17 มิถุนายน ที่ดูจะเสร็จสรรพ มีผลผูกพันกับกัมพูชาในทันที
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
