ตั้งแต่เวลา 05.00 -18.00 น. ในวันจันทร์ - วันศุกร์ มีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นเมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 7 ก.ค.ศาลแพ่งมีคำสั่งภายหลังจากที่ได้มีการไต่สวนพยานฝ่ายครูโรงเรียนราชวินิตมัธยมและแกนนำพันธมิตรฯ แล้วตามที่ครูโรงเรียนราชวินิตมัธยม ยื่นคำขอให้ศาลแต่งตั้งเจ้าพนักงานคดีเพื่อบังคับคดีกับแกนนำพันธมิตรฯ ในการปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่งที่สั่งให้เปิดพื้นที่ถนนและการจราจรบริเวณถนนพระราม 5 และถนนพิษณุโลก รวมทั้งห้ามใช้เครื่องขยายเสียงที่จะเป็นการรบกวนการเรียนการสอนของครูและนักเรียนราชวินิต มัธยม ตั้งเวลา เวลา 07.30 -16.30 น. ในวันจันทร์-วันศุกร์
ศาลเห็นว่า กรณีที่มีการยื่นคำขอบังคับคดีดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากทั้ง 2 ฝ่ายมีความเข้าใจคาดเคลื่อนในการปฏิบัติตามคำสั่งศาลดังกล่าว ซึ่งศาลได้อธิบายและชี้แจงให้ 2 ฝ่ายทราบแล้วว่า การที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าวศาลได้ยึดหลักสิทธิเสรีภาพการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญและสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั่วไปในการใช้ประโยชน์ที่สาธารณะแล้ว
ดังนั้นศาลจึงมีคำสั่งเพิ่มเติมในเรื่องนี้ว่า ให้แกนนำพันธมิตรฯ ได้เปิดเส้นจราจรบนถนนพระราม 5 ไปถึงแยกวัดเบญจมบพิตร และถนนพิษณุโลก ไปจนถึงแยกสะพานชมัยมรุเชษฐ์ และแยกนางเลิ้งทุกช่องทางจราจร ตั้งแต่เวลา 05.00 -18.00 น. ในวันจันทร์ - วันศุกร์ และหากเวทีกีดขวางเส้นทางการจราจรในช่วงเวลาดังกล่าวก็ให้จัดการหรือย้าย เพื่อให้เกิดความสะดวกในการจัดและใช้ช่องทางจราจรดังกล่าว รวมทั้งหากมีสิ่งที่จัดทำหรือจัดตั้งขึ้นโดยแกนนำพันธมิตรฯ ก็ให้จัดการหรือย้ายวัตถุดังกล่าวด้วย
คำสั่งของศาลมีความหมายรวมถึงห้ามบุคคลบุคคลอื่นนำวัตถุหรือสิ่งกีดขวางใดกีดขวางเส้นทางจราจรดังกล่าว โดยให้คำสั่งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ส่วนข้อห้ามเรื่องการใช้เครื่องขยายเสียงยังให้เป็นไปตามคำสั่งศาลเดิม
ส่วนคำขอให้แต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้น ในชั้นนี้ศาลเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็น อีกทั้งยังจะต้องรอฟังผลว่า แกนนำพันธมิตรฯ จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลที่มีวันนี้อีกด้วย จึงมีคำสั่งให้ยกคำขอดังกล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
