ศาลฎีกานัดอ่านคำสั่งใบแดง ยงยุทธ และใบเหลืองน้องสาว ซื้อเสียงเลือกตั้ง พรุ่งนี้ (8 ก.ค.) 16.00 น. ขณะที่ทนายความ เผย ยงยุทธ น้อมรับคำสั่งศาล ไม่คิดอาฆาตใคร ระบุยังไม่ได้คำตอบเจ้าตัวจะเดินทางฟังคำสั่งศาลเองหรือไม่นายยงยุทธ ติยะไพรัช
รายงานข่าวจากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งว่า ศาลฎีกาฯได้นัดฟังคำสั่งคดีใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร วันพรุ่งนี้ ( 8 ก.ค. ) เวลา 16.00 น. ซึ่งคดีดังกล่าวศาลรับคำฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ ลต. 38 /2551 ระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ผู้ร้อง และนายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วนกลุ่มที่ 1 และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และ น.ส.ละออง ติยะไพรัช น้องสาวนายยงยุทธ ส.ส.แบ่งเขต 3 จ.เชียงราย พรรคพลังประชาชน ผู้คัดค้านที่ 1-2 กระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ( ส.ว.) พ.ศ.2550 ด้วยการทุจริตการเลือกตั้งด้วยการแจกเงินให้กับกลุ่มกำนัน อ.แม่จัน จ.เชียงรายซึ่งเป็นตัวแทน (หัวคะแนน) ของนายยงยุทธ แจกเงินซื้อเสียงเพื่อให้มีการลงคะแนนเลือกผู้สมัครของพรรคประชาชน โดย กกต. ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นายยงยุทธ ซึ่งให้ถูกใบแดง และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในเขต 3 จังหวัดเชียงราย ที่ น.ส.ละออง ถูกให้ใบเหลือง
ด้านนายสาคร ศิริชัย ทนายความนายยงยุทธ กล่าวว่า การนัดฟังคำสั่งพรุ่งนี้ยังไม่ได้รับแจ้งจากนายยงยุทธ และ น.ส.ละออง ว่าจะเดินทางมาศาลฎีกาเพื่อคำสั่งด้วยตนเองหรือไม่ ซึ่งคดีนี้ถือเป็นคดีประเภทความแพ่ง ดังนั้นนายยงยุทธ และน.ส.ละออง ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาฟังคำสั่งด้วยตัวเองก็ได้ แต่อย่างไรก็ดีตนในฐานะทนายความ จะเดินทางไปฟังคำสั่งศาลในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน
นายสาคร กล่าวด้วยว่า ไม่ว่าพรุ่งนี้คำสั่งศาลฎีกาจะออกมาในแนวทางใด คดีถือว่าถึงที่สุดแล้ว ซึ่งนายยงยุทธ เคยพูดคุยกับตนว่า พร้อมยอมรับคำสั่งศาลในทุกแนวทาง ไม่ว่าศาลจะยืนตามมติ กกต. หรือ จะสั่งยกคำร้อง ก็ตาม และถ้าแม้ศาลจะมีคำสั่งยกคำร้อง กกต. จริง นายยงยุทธ ก็บอกว่าไม่คิดอาฆาตกับใคร เพราะนายยงยุทธ ต้องการเห็นบ้านเมืองมีความสงบ
อย่างไรก็ดีหากศาลมีคำสั่งตามมติ กกต. ให้แจกใบแดงแล้ว กกต. จะดำเนินการต่อไปในการสรุปสำนวนส่งให้อัยการสูงสุดยื่นคดียุบพรรคต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น ก็ถือเป็นอีกเรื่องนี้ที่จะต้องสู้คดีกันต่อไป
คดีนี้เราได้นำสืบพยานเต็มที่แล้ว ก็มั่นใจในระดับหนึ่งว่าเราเสนอหลักฐานโดยครบถ้วน แต่คำสั่งจะออกมาในแนวทางใดถือเป็นดุลพินิจของศาลที่เราพร้อมยอมรับ นายสาคร ทนายความกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีศาลได้ไต่สวนพยานทั้งสองฝ่าย โดย กกต. ผู้ร้อง นำพยานเข้าไต่สวนรวม 3 ปาก ซึ่งเป็นกำนัน อ.แม่จัน ที่นำโดย นายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนัน ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย ที่อ้างว่าได้รับเงินจำนวน 20,000 บาท จากนายบรรจง ยางยืน นายกเทศมนตรี ต.จันจว้า คนสนิทของนายยงยุทธ ที่ รร.เอส.ซี.ปาร์ค ขณะที่พยานฝ่ายนายยงยุทธ รวม 9 ปาก ประกอบด้วยนายยงยุทธ และ น.ส.ละออง ผู้คัดค้านที่ 1- 2 , ด.ต.เทพรัตน์ เขื่อนคุนา นายตำรวจติดตามนายยงยุทธ , นายอดิศร เรือนคำ , นายดวงแสง มูลกาศ และนายประสิทธิ จินดาคำ สามกำนันในพื้นที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เบิกความเกี่ยวกับการเดินทางมา กทม.เพื่อพบนายยงยุทธ ว่าเป็นการชักชวนของนายชัยวัฒน์ เพื่อขอให้นายยงยุทธ ช่วยทวงหนี้ นายชูชาติ จันทวลย์ อดีตที่ปรึกษานายยงยุทธ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายชูชาติ จันทวลย์ อดีตที่ปรึกษานายยงยุทธ , นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นผู้นำรถตู้รับส่งนายบรรจง ยางยืน นายกเทศมนตรี ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย ระหว่างพรรคพลังประชาชนและโรงแรมเอสซีปาร์คและพ.อ.ธนัชย์ ปัญญา อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย (อดีตรอง ผอ.กอ.รมน.จ.เชียงราย )ได้ขึ้นเบิกความเป็นพยานตามที่นายพิชิฎ ชื่นบาน ทนายความนายยงยุทธ ได้ขอให้ศาลออกมาเรียกมาไต่สวน เนื่องจากเห็นว่า พ.อ.ธนัชย์ เป็นผู้ที่ทำหน้าที่สอบสวนกลุ่มกำนันใน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ทั้ง 10 คน ที่เดินทางไปพบกับนายยงยุทธ ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค กรุงเทพมหานคร และนายยงยุทธ ได้มอบให้กลุ่มกำนันทั้ง 10 คน ละ 20,000 บาท และได้รายงานผลการสอบสวนให้กับ กกต.และผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ทราบ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
