อังคารนี้รู้ผลขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกหรือไม่ ปองพล เผยแนวโน้มล่าสุดเสร็จเขมรแน่เหตุล็อบบี้อย่างดี แถมองค์กรอิสระที่รับหน้าที่ประเมินระบุผ่านหลักเกณฑ์ นพดล-ครม. ลุ้นศาลรธน.นัดฟังคำวินิจฉัยแถลงการณ์ร่วมวันนี้ ชวน เตือน สมัคร ระวังปากก้าวล่วงตุลาการปราสาทพระวิหาร
ความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการมรดกโลกจะพิจารณาข้อเสนอของกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย ซึ่งร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 32 ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา เปิดเผยในรายการ สังคมพิพากษ์ ทางโมเดิร์นเรดิโอ วิทยุ อสมท เอฟเอ็ม 100.5 เมกะเฮิรตซ์ ว่า ขณะนี้จำนวนกว่าครึ่งของคณะกรรมการมรดกโลก 21 คน ที่คณะกรรมการมรดกโลกของไทย ได้คุยนอกรอบเรื่องการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับกัมพูชาเพราะได้ดำเนินการต่อเนื่อง รวมทั้งเชิญคณะกรรมการมรดกโลกไปดูสถานที่ ไม่เหมือนกับไทยนโยบายไม่แน่นอน และเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อย ซึ่งแม้ว่าแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาจะไม่มีผลต่อการขอขึ้นทะเบียน แต่ข้อมูลของกัมพูชาจะขอขึ้นทะเบียน ได้ลดหลักเกณฑ์ลงจาก 3 ข้อเหลือ 1 ข้อ คือ หลักฐานแสดงถึงอัจฉริยภาพด้านการสร้างสรรค์ของมนุษย์ ถ้าผ่านหลักเกณฑ์เดียวก็ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้
นายปองพล กล่าว สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (อิโคโมส) เขียนรายงานเรื่องปราสาทพระวิหารอย่างละเอียดแจกในที่ประชุมว่า ถ้าจะมีการขอขึ้นทะเบียนเสนอเฉพาะตัวปราสาท ดังนั้นก็จะให้ผ่านได้เฉพาะหลักเกณฑ์ที่ 1 เท่านั้น ส่วนหลักเกณฑ์ที่ 3-4 เกี่ยวกับภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม ซึ่งต้องรวมโบราณสถานจากฝั่งไทยด้วย โดยเกณฑ์ที่ 3 คือหลักฐานแสดงถึงขนบธรรมเนียมประเพณีอารยธรรมอันเก่าแก่ที่ยังคงอยู่ หรือสูญหายไปแล้ว เกณฑ์ที่ 4 อาคารโบราณสถานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
อิโคโมส เขาไม่ผ่านเกณฑ์ที่ 3 กับ 4 เมื่อเป็นเช่นนี้ กัมพูชาพยายามเดินว่า ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างเดียวก็ได้ เพราะที่จริงหลักเกณฑ์ 1 ใน 6 อันไหนก็เป็นมรดกโลกได้ ไม่จำเป็นต้องครบหลักเกณฑ์ทั้ง 6 ข้อ เขาจึงมาต่อสู้ประเด็นนี้ และประเทศที่สนับสนุนกัมพูชาก็มาใช้ประเด็นนี้ ผมต้องใช้คำว่าตะแบง เพราะการเป็นมรดกโลก จะขาดความสง่างาม ซึ่งถ้ากัมพูชาเสนอหลักเกณฑ์ที่ 1 มาตั้งแต่ต้นก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เสนอ 1, 3 และ 4 ซึ่งอิโคโมสก็เขียนไว้ในเอกสาร และบอกว่าเขาสนับสนุนแนะนำว่าควรเสนอร่วมกัน คำแนะนำของอิโคโมสก็มีน้ำหนักต่อการตัดสินใจของมรดกโลก เพราะให้ผ่านเกณฑ์ ข้อ 1 กรรมการฝั่งที่เห็นด้วยกับกัมพูชา ก็จะใช้เป็นข้อต่อสู้ นายปองพล กล่าว
นายปองพล กล่าวด้วยว่า ตอนนี้สิ่งที่คณะกรรมการมรดกโลกของไทยจะดำเนินการได้คือ จะเสนอหลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ข้อ 3 และ 4 ซึ่งเป็นเรื่องภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่อยู่ฝั่งไทยให้เกิดความสมบูรณ์ แม้จะยังไม่ได้รับการพิจารณาคราวนี้ ก็จะเป็นพันธสัญญาให้พิจารณาในครั้งต่อไป เพราะตอนนี้ข้อมูลที่เสนอก็มีครบถ้วนแล้ว
ด้านนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเพิ่งเดินทางไปถึงที่ควิเบก ประเทศแคนาดา เปิดเผยว่า จะยังขอให้มีการเลื่อนวาระพิจารณาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร แม้จะทำได้ยาก แต่คืนวันที่ 5 ก.ค. (ตามเวลาในควิเบก) ก่อนจะประชุมวาระพิจารณามรดกโลกแห่งใหม่ วันที่ 6 ก.ค.นี้ (ตามเวลาในควิเบก) ตนจะทำเป็นหนังสือ แล้วส่งแยกทีมช่วยกันล็อบบี้ และถ้ากัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารได้ แม้จะเฉพาะตัวปราสาท หากคิดว่าเป็นความผิดและความรับผิดชอบของตน ก็พร้อมจะรับผิดชอบตามที่เห็นว่าเหมาะสม
เรียนตรงๆ ว่าผมไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ แต่ยืนยันทำปกป้องอธิปไตยของประเทศมาโดยตลอด เราต้องกล้ายืนหยัดบนความถูกต้องและหลักการ เวลาจะพิสูจน์เองว่าเป็นอย่างไร ยอมรับสภาพทุกอย่าง แม้ว่าจะถูกมองไม่น่าเชื่อถือเพราะเคยเป็นทนายความอดีตนายกรัฐมนตรี แต่องคุลีมาลไปฆ่าคนตายยังกลับตัวได้ ผมเป็นทนายโดยวิชาชีพไม่ได้ไปทำชั่วร้ายอะไร ก็ให้คำปรึกษาไปตามหน้าที่ พอมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ทำดีที่สุด ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว
ด้านนายธราพงศ์ ศรีสุชาติ ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดี กรมศิลปากร กรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย กล่าวว่า นายปองพล ได้อธิบายให้โปรเฟสเซอร์ ดร.ไมเคิล เพทเซท ประธานอิโคโมส (ICOMOS) หรือสภาสากลว่าด้วยอนุสรณ์สถานและแหล่งโบราณสถานระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัย เพื่อนำเสนอข้อมูลต่อยูเนสโกและคณะกรรมการมรดกโลกฟังว่า ภูมิทัศน์วัฒนธรรมทางทิศเหนือของปราสาทพระวิหาร ที่มีสระตราว สถูปคู่ ภาพแกะสลักนูนต่ำผามออีแดง และแหล่งตัดหินสร้างปราสาท ที่อยู่ในพื้นที่ของประเทศไทยนั้น มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับตัวปราสาทพะวิหาร ไม่สมควรแยกออกจากกัน
ประธานอิโคโมสแสดงท่าทีเห็นด้วย ที่ปราสาทพระวิหารต้องมีองค์ประกอบของศาสนสถานตามที่ไทยกล่าว และต้องมีภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม แต่การที่กัมพูชาเสนอเฉพาะปราสาทขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้น เข้าหลักเกณฑ์มาตรฐานของมรดกโลก 1 ใน 3 ข้อ ที่ระบุว่า เป็นตัวแทนแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ด้านศิลปกรรม หรือตัวแทนของความงดงาม เป็นผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันชาญฉลาด อย่างไรก็ตาม ทางไทยคงต้องมานั่งลุ้นใจของคณะกรรมการมรดกโลกว่า จะขึ้นทะเบียนหรือจะชะลอออกไป เพื่อให้เป็นมรดกโลกร่วมกันระหว่างไทยกับกัมพูชาหรือไม่นายธราพงศ์กล่าว
แหล่งข่าวนักวิชาการประจำอิโคโมสไทย หรือองค์กรเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถานและมรดกวัฒนธรรม (ICOMOS Thailand) ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยของคณะกรรมการโบราณสถานแห่งชาติว่าด้วยสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ได้รับข้อมูลเอกสารเรื่องหลักเกณฑ์ข้อ 1, 3 และ 4 ที่กัมพูชาเสนอให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาแล้ว โดยเนื้อหาสรุปของหลักเกณฑ์ 3 ข้อนี้คือ (1) ต้องเป็นตัวแทนของผลงานชิ้นเอกอันเกิดจากอัจฉริยภาพในเชิงสร้างสรรค์ของมนุษย์ หรือแสดงคุณค่าของมนุษย์ออกมา (3) ต้องมีเอกลักษณ์ของอารยธรรมหรือวัฒนธรรมประเพณีซึ่งยังมีอยู่หรือได้สูญหายไปแล้ว และข้อ (4 ) ต้องเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของสถาปัตยกรรมหรือกลุ่มภูมิสถาปัตยกรรมซึ่งแสดงช่วงสำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติออกมา ซึ่งคณะกรรมการอิโคโมสให้ผ่านเพียงข้อเดียวคือข้อ 1 และในทางปฏิบัติหากผ่านหลักเกณฑ์เพียง 1 ข้อก็สามารถขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณสถานข้างต้นได้ทำข้อมูลเสนอช่องโต้แย้งกลับไปแล้วว่า หลักเกณฑ์ข้อ 1 และข้อ 4 มีความเกี่ยวพันกัน หากข้อ 4 ไม่ผ่านแล้วข้อ 1 ก็ไม่ควรผ่านการพิจารณาด้วย เนื่องจากข้อ 4 ระบุว่า "ต้องเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของสถาปัตยกรรมหรือกลุ่มภูมิสถาปัตยกรรมซึ่งแสดงช่วงสำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติออกมา" ซึ่งมรดกโลกต้องมีภูมิสถาปัตยกรรมที่แสดงความโดดเด่นของประวัติศาสตร์มนุษยชาติอย่างครบถ้วน หากขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทจะทำให้คุณค่าของโบราณสถานและภูมิประวัติศาสตร์ขาดหายไป นอกจากนี้ยังมีการเสนอข้อมูลโต้แย้งเพิ่มเติมที่สำคัญอีก 2 ข้อคือ การตีความโบราณสถานปราสาทพระวิหารของกัมพูชาไม่สมบูรณ์ถูกต้อง โดยเฉพาะการไม่ยอมรวมสระตราวหรือบันไดทางขึ้นที่อยู่ในฝั่งไทยเข้าไปด้วย กัมพูชาเสนอข้อมูลว่ามุมมองของปราสาทพระวิหารจากทิศใต้หรือจากกัมพูชานั้นจะมองเห็นยอดภูเขา 3 ลูก ซึ่งหมายถึงตรีมูรตินั้น ถือเป็นข้อมูลที่เลื่อนลอยเชื่อถือไม่ได้ เพราะไม่มีเอกสารอ้างอิง และไม่มีข้อบันทึกทางประวัติศาสตร์ในเรื่องนี้มาก่อน ส่วนฝั่งไทยมีทั้งโบราณวัตถุและชุมชนโบราณที่ผูกพันกับปราสาทพระวิหารเป็นหลักฐานสำคัญ
"ส่งข้อมูลโต้แย้งให้ผู้แทนอิโคโมสไทยที่อยู่แคนาดาไปแล้ว ที่เหลือก็อยู่ที่ตัวแทนรัฐบาลไทยว่าจะใช้ข้อโต้แย้งทางวิชาการนี้ไปทำประโยชน์ได้อย่างไร วิธีการที่ดีที่สุดคือต้องชี้แจงนอกรอบหรือนอกห้องประชุมเพื่ออธิบายให้กรรมการทั้ง 21 ประเทศเข้าใจว่า หากข้อ 4 ไม่ผ่าน ข้อ 1 ก็ไม่ควรผ่านด้วย อาจมีบางประเทศที่ยอมนำไปเสนอในที่ประชุมให้พิจารณาประเด็นนี้ เนื่องจากการตัดสินของคณะกรรมการมรดกโลกจะไม่ใช้การโหวตหรือการออกคะแนนเสียง แต่จะเป็นการพูดคุยกันจนมีข้อตกลงร่วมกันมากกว่า และในที่ประชุมตัวแทนประเทศไทยก็เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์เท่านั้น ไม่มีสิทธิเสนอความเห็นหรือข้อโต้แย้ง ต้องให้คณะกรรมการเสนอเท่านั้น" นักวิชาการประจำอิโคโมสไทยกล่าวแนะนำ
ด้านนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการสนทนาประสาสมัคร เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม โดยเริ่มจากกรณีที่นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่ารัฐบาลที่แล้วสนับสนุนกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ว่า นายนิตย์ พิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลที่แล้ว กับนายนพดล เป็นคนไทยทั้งสองคน ทำงานเหมือนกัน มีความคิดอย่างเดียวกัน แต่ต่างกรรมต่างวาระ นายนิตย์ทำเมื่อกลางกลาย สถานการณ์ยังไม่มีอะไร ก็สงวนสิทธิ์ไว้ พอนายนพดลมาทำตอนนี้ ข้อมูลเป็นอย่างไร ก็ทำไว้เหมือนกัน ก็สงวนสิทธิ์ไว้เหมือนกัน แต่สื่อสารมวลชนมากระทบกระแทกแดกดัน จะเอานายนพดลให้ตายให้ได้
"ไปถามกระทรวงการต่างประเทศเขาดู ไปถามแม่ทัพนายกองทั้งหลาย ไปถามเจ้ากรมแผนที่ทหาร เขาดูกันมาหมดเรียบร้อยแล้วครับ ไม่ใช่หลับหูหลับตาสุ่มสี่สุ่มห้า เพียงแต่ว่าตอนนายนิตย์ ท่านเหลืออีก 1 ปี จะดำเนินการ พอมาถึงนายนพดล ก็เหลืออีก 2-3 วัน จะดำเนินการ เท่านั้นละครับข้อแตกต่าง และเขาจะตกลงกันอย่างไร ก็ให้เขาตกลงกันไป ขอยืนยันนะครับว่า ที่พาดหัวกันวันนี้ เหมือนกับคอยจับผิดนายนพดล จ้องนายนพดลเกินเหตุนะครับ ผมยืนยันว่าเกินเหตุ" นายสมัครกล่าว
ทั้งนี้ นายสมัครได้อ่านคำแถลงส่วนตัวกรณีปราสาทพระวิหารด้วยว่า ทุกฝ่ายรวมทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เท่าเทียมกัน บัดนี้เรื่องนี้อยู่ที่คนกลางที่จะเป็นผู้ตัดสิน รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามคำสั่งของศาลปกครอง ในขณะเดียวกันรัฐบาลต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีทั้งในระดับระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล และระหว่างประชาชนไทยกับประชาชนกัมพูชาด้วย
นายกฯ ยังกล่าวถึงเรื่องความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาว่า นี่นายกฯ กับนายกฯ ต้องโทรศัพท์พูดกัน ตนไม่ได้ไปขอร้อง แต่บอกว่าคุณช่วยดูสถานทูตไทยให้ดีหน่อย แล้วเราจะดูสถานทูตคุณให้ดี เพราะต้องเท่าเทียมกัน เสียรังวัดทั้งคู่ เสียหายทั้งคู่ ทางโน้นมีพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ซึ่งก็ไม่อยากให้รัฐบาลนี้อยู่ ทางนี้ก็มีนักการเมืองฝ่ายค้าน ซึ่งก็ต้องซัดรัฐบาลนี้ รัฐบาลเสียรังวัดทั้งคู่ ไม่มีใครคิดได้ทั้งคู่ ทางโน้นอาจจะได้ชื่อเสียงว่าได้ขึ้นมรดกโลกในสมัยรัฐบาลตัวเอง แต่การขึ้นจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ไม่รู้
"คนตัดสินเขาก็ยังไม่ตัดสิน แต่ว่าคนสองประเทศถามสิครับว่าดำเนินกันไปธรรมดา ถกเถียงกันที่ประชุมธรรมดาไม่มีอะไรเสียหายเลยครับ แต่ว่ากล่าวหาว่ากล่าวเสียจนกระทั่งต้องฮึ่มๆ กันแล้วครับ มันอยู่กันด้วยความสุข รั้วติดกันอย่างนี้ มีธุรกิจทำอะไรต่างๆ อยู่กันด้วยความสุข แล้วตรงนั้นจะทำอะไรก็มีคนเขาจะเซ็น ได้ไม่ได้แต่ยังไม่รู้ แล้วก็ไม่มีใครเสียไม่มีใครหาย แต่เอามาปลุกปั่น ผมใช้คำนี้เลยครับ ปลุกปั่น แสดงความเห็นจนกระทั่งบ้านเมืองจะต้องเผชิญหน้ากัน รัฐบาลกับรัฐบาลกั้นได้เพราะวงเล็ก แต่ประชาชนกับประชาชนก็แห่กันไปอีกแล้ว แบกศาลากันไปอีกแล้ว แสดงความรักชาติแสดงความรักแผ่นดิน นิ้วเดียว ก็มันไม่เสียอะไรไปสักนิ้วสักเซนต์ จะแสดงกันทำไมละครับ แสดงความรักเพื่อให้คนชื่นชม ผมก็รักครับ ผมก็ห่วงผมก็หวง ทางเขาเขาก็คิดเหมือนกัน ของพรรค์อย่างนี้ต้องคิดต้องนั่นหน่อย" นายสมัครกล่าว
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเตือนนายสมัครว่า ให้ระมัดระวังในการพูดถึงสถาบันตุลาการ หลังนายสมัครแสดงความเห็นในรายการสนทนาประสาสมัครต่อกรณีนักวิชาการไม่เห็นด้วยที่ศาลปกครองกลางรับวินิจฉัยมติ ครม.เรื่องปราสาทพระวิหาร
"นายกรัฐมนตรีไม่ควรออกมาระบุว่า การพิจารณาเรื่องปราสาทพระวิหารของฝ่ายตุลาการ ทำให้ฝ่ายบริหารทำงานลำบาก เพราะการพิจารณาคดีต่างๆ ควรเป็นดุลพินิจของฝ่ายตุลาการ และไม่ว่าจะเป็นศาลยุติธรรม หรือศาลปกครอง ถือเป็นอำนาจที่แยกออกมาชัดเจนจากฝ่ายบริหาร ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีไม่เห็นด้วยกับการพิจารณากรณีปราสาทพระวิหารก็สามารถยื่นอุทธรณ์ความเห็นไปยังศาลปกครองสูงสุดได้ เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด แต่หากศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยออกมาอย่างไรต้องเป็นไปตามนั้น ทั้งนี้ การออกมาวิจารณ์ในขณะนี้จะทำให้ถูกมองว่า ฝ่ายบริหารแทรกแซงฝ่ายตุลาการ" นายชวนกล่าว
นายชวนกล่าวอีกว่า ถ้าอุทธรณ์ไปแล้ว ศาลปกครองสูงสุดบอกว่าเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น แต่ไม่ควรออกมาพูด หากออกมาพูดต้องระวังก็แล้วกัน เพราะดีไม่ดีไม่เพียงแต่ก้าวก่ายบทบาทฝ่ายตุลาการแล้ว แต่กลายเป็นการละเมิดอำนาจศาล ดังนั้น ทุกคนต้องเคารพบทบาทของแต่ละฝ่าย ควรใช้ช่องทางตามกฎหมาย ถ้าถึงศาลปกครองสูงสุดแล้วยังไม่พอใจ ก็ไปแก้ไขกฎหมาย
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.กทม. รมว.ยุติธรรมเงา พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในฐานะ รมว.ยุติธรรมเงา ได้มอบหมายให้ นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการยุติธรรมเงา รวบรวมข้อมูลหลักฐาน เกี่ยวกับปัญหาปราสาทพระวิหาร พร้อมทั้งเรียกประชุมคณะทำงานชุดใหญ่ของกระทรวงยุติธรรมเงาในสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาดำเนินคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 และ 120 กับนายนพดล และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในหมวดว่าด้วยความมั่นคงของรัฐ ซึ่งโทษสูงสุดคือการจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต รวมทั้งดำเนินการถอดถอนนายนพดลออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้วย
ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายมาตรา 119 บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำการใดๆ เพื่อราชอาณาจักรหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของราชอาณาจักร ตกไปอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐต่างประเทศ หรือเพื่อให้เอกราชของรัฐเสื่อมเสียไป ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
และมาตรา 120 ผู้ใดคบคิดกับบุคคลซึ่งการกระทำการเพื่อประโยชน์รัฐต่างประเทศ ด้วยความประสงค์ที่จะก่อให้เกิดการดำเนินการรบต่อรัฐ หรือในทางอื่นที่เป็นปรปักษ์ต่อรัฐ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 10-20 ปี
ด้านความเคลื่อนไหวของชาวศรีสะเกษ ที่คัดค้านการให้กัมพูชาจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้น นายสุขุม วงประสิทธิ ผู้ประสานงานสหธรรมมิกประชาธิปไตยแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ได้แต่ลุ้นว่ายูเนสโกจะตัดสินใจอย่างไร เบื้องต้นแกนนำสหธรรมิกฯ ได้ประชุมปรึกษาหารือกันถึงแนวทางในการเคลื่อนไหวต่อไป โดยวางไว้ 2 แนวทาง คือ หากยูเนสโกลงมติรับรองปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ก็จะเปลี่ยนแนวทางการเคลื่อนไหว โดยหันกลับมาล่ารายชื่อ เพื่อขับไล่รัฐบาลชุดปัจจุบันให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่ไปรับรองในแถลงการณ์ร่วมสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
นายสุขุมกล่าวต่อว่า ในทางตรงกันข้าม หากยูเนสโกมีมติให้เลื่อนการพิจารณาออกไป เราก็มีความชอบธรรมที่จะเคลื่อนไหวเอาดินแดนของประเทศไทยกลับคืนมา โดยเสนอให้รัฐบาลนำเรื่องความขัดแย้งกรณีเขาพระวิหารเป็นวาระแห่งชาติ และนำแผนที่ทั้งหมดออกมากางชี้ชัดเขตแดนประเทศไทยกับกัมพูชา เพื่อให้เกิดความชัดเจน
ด้านนายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวว่า การวิพากษ์วิจารณ์การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการตีความ ทั้งด้านกฎหมายและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ คาดว่าที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกจะนำประเด็นการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารพิจารณาในวันที่ 6 หรือ 7 กรกฎาคม และน่าจะทราบผลการพิจารณาคณะกรรมการมรดกโลก ในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ ตามเวลาประเทศไทย
ส่วนคดีที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการกระทำของนายนพดล ปัทมะ และ ครม. ที่เห็นชอบให้นายนพดลลงนามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เรื่องเสนอปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกโดยกัมพูชาฝ่ายเดียว และวินิจฉัยว่าแถลงการณ์ร่วมเข้าข่ายสนธิสัญญาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรคสอง หรือไม่นั้น ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้
นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวเรื่องเดียวกันว่า คนอื่นคงให้ความเห็นได้ดีกว่า แต่อยากฝากว่าประเทศไทยแบ่งอำนาจอธิปไตยออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ หากฝ่ายใดทำดีอยู่แล้วก็ไม่มีเหตุให้อีกสองฝ่ายต้องเข้าไปตรวจสอบหรือคานอำนาจซึ่งกันและกัน แต่หากฝ่ายบริหารทำไม่ดี ไม่ถูกต้องแล้วปล่อยไปโดยไม่มีการคานอำนาจกัน ก็แสดงว่าประเทศไทยปกครองแบบเผด็จการ ในทางกลับกันหากฝ่ายตุลาการกระทำไม่ดี ไม่เหมาะสมก็สามารถแก้ไขกฎหมาย เพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจได้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
