(5ก.ค.) เวลา10.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชาชน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน แถลงโจมตีแนวคิดทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เสนอแนวคิดทางการเมืองโดยให้มีส.ส.แต่งตั้งร้อยละ 70 ส.ส.เลือกตั้งร้อยละ 30 พร้อมกำหนดบทบาทของทหารให้สามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ และไม่จำเป็นต้องขึ้นกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า เป็นความคิดที่ต้องการทำลายระบอบประชาธิปไตยอ่อยเหยื่อให้ทหารเข้ามาใช้กำลังเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานกบฎตามกฎหมายอาญามาตรา 113 มีโทษถึงประหารชีวิต เพราะเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตนอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาพิจารณาความผิดตามแนวคิดดังกล่าวด้วยนายจตุพร กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าตราบใดที่คนไทยยังมีสติสัมปชัญญะและรู้ตัว แนวคิดดังกล่าวจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นในเมืองไทย และเชื่อว่าทหารยังมีสติปัญญามากกว่าพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ โดยจะไม่ตะครุบเบ็ดตามที่กลุ่มพันธิมิตรฯอ่อยเหยื่อ อย่างไรก็ตามกลุ่มพันธมิตรฯมีการอ้างสถาบันเบื้องสูงเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง และมีแนวคิดทางการเมืองแบบอัตตาธิปไตยเอาตัวกูเป็นใหญ่ ดังนั้นตนจึงอยากให้มีการทำประชามติเพื่อสอบถามความเห็นประชาชนว่าเห็นด้วยกับกลุ่มพันธมิตรฯหรือเห็นด้วยกับแนวทางประชาธิปไตย ซึ่งตนไม่อยากให้คนเพียง 5 คนมาริดรอนสิทธิของประชาชน 63 ล้านคน นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาประกาศจุดยืนว่าเห็นด้วยกับแนวคิดการเมืองใหม่ของกลุ่มพันธมิตรฯหรือไม่
นายจตุพร กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรเตรียมเคลื่อนขบวนไปชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ โดยอ้างว่าไปติดตามคดีของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.)นั้น ตนไม่ทราบว่าพันธมิตรฯไปมุดหัวที่ไหนมาเพราะคดีของนปก.ขณะนี้ผ่านการพิจารณาของตำรวจไปอยู่ในชั้นของอัยการสูงสุดแล้ว ตรงกันข้ามคดีของกลุ่มพันธมิตรฯกว่า 800 คดี สตช.กลับยังไม่ดำเนินการใดๆดังนั้นตนจึงขอเรียกร้องให้สตช. เร่งดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯให้เทียบเท่ากับกลุ่มนปก.
นายจตุพร กล่าวว่า ในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้อดีตผู้บริหารพีทีวี 4 คน ประกอบด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์ อีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และตน จะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการประกาศฟื้นพีทีวีภาคพิเศษ ตลอดจนรายละเอียดต่างๆของการฟื้นสถานีโทรทัศน์พีทีวี อีกครั้งในเวลา 11.00 น. ที่ชั้น 6 อาคารอิมพีเรียลลาดพร้าว จากนั้นจะออกอากาศในวันจันทร์ 7 กรกฎาคมในช่องเอ็มวี5 ซึ่งถ่ายทอดผ่านสันญาณดาวเทียมไทยคม
พวกเราหมดความอดทนกับเอเอสทีวี ที่มีการนำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียว แม้จะไม่ใช่ความจริงแต่การโกหกซ้ำๆจะพัฒนาความเชื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ ที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความอดทน แต่พวกผมจะไม่ทนเพื่อนอนรอความตาย และพวกผมก็ไม่ได้มีความอดทนเท่ากับพ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้หากพวกผมเป็นพ.ต.ท.ทักษิณ จะเปิดเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง เพื่อบอกเล่าว่า 2 ปีที่ผ่านมาถูกย่ำยีเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างไรบ้าง และจะออกมาตอบโต้ทุกกรณี แต่การเปิดพีทีวีครั้งใหม่นี้ไม่ใช่การเผชิญหน้าเราเพียงแค่อยากให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลทั้ง 2 ด้านจึงลุกขึ้นมาเพื่อเสนอข้อมูลให้ครบทุกมิติ หากช้ากว่านี้จะสายเกินแก้ และครั้งนี้ถือเป็นการเดิมพันกันด้วยชีวิต เพื่อไม่ให้พวกเขาย่ำยีระบอบประชาธิปไตย และขอยืนยันว่าเงินทุนในการเปิดพีทีวีครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นการระดมทุนจากผู้สนับสนุนเพื่อต่อสู้กับเอเอสทีวี โดยจะแถลงรายละเอียดในวันพรุ่งนี้นายจตุพรกล่าว
เมื่อถามว่าจะแยกบทบาทระหว่างการเป็นส.ส.รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กับแกนนำพีทีวี อย่างไร นายจตุพรกล่าวว่า เรามีจุดยืนที่ชัดเจนการทำหน้าที่ทางการเมืองก็ดำเนินการในฐานะผู้แทน แต่การดำเนินการในส่วนพีทีวีถือเป็นเอกสิทธิส่วนตัว ซึ่งยังไม่ได้รายงานให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีรับทราบ แต่หากมีโอกาสก็จะเข้าไปกราบเรียน
ตุ๋นเกษตรกรไทย เก็บผลไม้ต่างประเทศ
เตือนเกษตรกรอีสาน-เหนือ วาดฝันไปเก็บผลไม้เมืองนอก โดนต้มสูญเงินแสน กล่อมมาแล้วนับสิบราย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
