คอลัมน์ แคะคำในข่าวใครๆ อาจรู้จัก พิมพ์เขียว (blueprint) ในความหมายของงานช่าง งานออกแบบ
ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ระบุความหมายว่า การพิมพ์สําเนาโดยการฉายแสงผ่านต้นฉบับที่เป็นกระดาษบางๆ ลงบนกระดาษที่เคลือบสารเคมีไวต่อแสง ปรากฏเป็นลวดลายสีขาวบนพื้นสีนํ้าเงิน หรือลวดลายสีนํ้าเงินบนพื้นขาว
พิมพ์เขียว ยังใช้เรียกแทนต้นแบบ หรือต้นร่าง อาทิ พิมพ์เขียวกฎหมาย พิมพ์เขียวรัฐธรรมนูญ ฯลฯ อันหมายถึงสิ่งที่ได้ตระเตรียม ร่างไว้คร่าวๆ ล่วงหน้า เพื่อให้เห็นโครงร่าง เป็นทิศทางดำเนินการ
แต่วันนี้ พิมพ์เขียว ได้ถูกเรียกขานขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ร้อนแรง
จากการออกมาจุดประเด็นแก้วิกฤตบ้านเมือง ด้วย พิมพ์เขียวการเมืองใหม่ ของ สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
แต่ทว่า พิมพ์เขียว ของ สนธิ กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ในแง่ความเป็นไปได้ และความมีอคติเจือปน
เพราะเล่นรื้อระบบ ส.ส. ใช้อัตราส่วนใหม่ เลือกตั้งร้อยละ 30 สรรหา 70 ให้มีหลักการปกครองใหม่ โดย 1.พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ละเมิดไม่ได้ 2.ต้องมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา 3.ต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างมีภราดรภาพ 4.ต้องมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และ 5.ต้องมีสิทธิในการทำมาหากินเท่าเทียม
การรื้อโครงสร้างตำรวจ อาทิ ตำรวจนครบาลไม่ขึ้นกับ ผบ.ตร. ให้ขึ้นกับผู้ว่าฯกทม. ตำรวจท้องที่ขึ้นกับจังหวัดนั้นๆ ตำรวจภาคทำเฉพาะเรื่องสืบสวนสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นองค์กรอิสระ นายกฯต้องไม่เป็นคนตั้ง ผบ.ตร. โดยให้เลือก ผบ.ตร.กันในสภา
ที่โดนวิจารณ์มากสุด คือ อนุญาตให้ทหารเข้ามาเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ ถ้ามีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือมีเจตนาล้มล้างสถาบัน โดยรัฐบาลไม่ทำอะไร ด้วยเงื่อนไข อาทิ การฉ้อราษฎร์บังหลวง หรือการยกอธิปไตยให้ต่างชาติ
ทั้งหมดนี้ ใครอ่านแล้วล้วนเสียวไปตามๆ กัน...
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
