คอลัมน์ เดอะก็อดมาเธอร์ คนนอกกรอบโดย อภิวัติ
หลายสิบปีมาแล้ว บ่อยครั้งที่แม่นึกถึงวันที่เฝ้าดูลูกๆ วิ่งเล่นอยู่รอบๆ ตัวแม่ ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวดังลั่นบ้าน ขณะที่น้องยังคลานอยู่บนเบาะก็พาลส่งเสียงร้องออกมาด้วย และพวกพี่ๆ ก็กำลังกระโดดโลดเต้นกันอย่างสนุกสนานนั้น ลูกอาจจะไม่รู้ว่า น้องกำลังเรียกร้องความสนใจ ถ้าไม่มีใครใส่ใจก็จะตะเบ็งเสียงดังมากขึ้น จนกว่าแม่จะเข้าไปอุ้มเอาไว้แนบอกเพื่อปลอบประโลม น้องจึงจะหยุด
น้องบางคนของลูกเมื่อเด็กๆ ตอนอยู่บ้านจะแสดงความดื้อรั้น ออกลิงออกค่างสุดฤทธิ์ แต่ตอนอยู่ที่โรงเรียนคุณครูบอกว่า น้องเป็นเด็กเรียบร้อยมาก แม่เองแทบจะไม่เชื่อหู เหมือนกับเขาจะรู้ตัวว่าอยู่ในบ้านเรานั้นอิสรเสรีขนาดไหน จะแสดงอารมณ์ใดๆ ประดามีก็ต้องมีคนใส่ใจ คอยดูแล ห้ามปรามหรือไม่ก็ช่วยกันตามใจจนเหน็ดเหนื่อยที่จะตามเก็บข้าวของที่เรี่ยราดไปทั่วบ้าน
ที่สำคัญก็คือ ยิ่งยอมตามใจมากเข้าลูกๆ ก็จะเรียกร้องมากขึ้น ตามด้วยเงื่อนไขสารพัดสารพันที่ทำให้แม่ถึงกับสะอึก เพราะบางเรื่องนั้นเว่อร์เกินกว่าเหตุ ไม่ใช่แค่ได้คืบจะเอาศอก แต่จะเอาเป็นเมตรเป็นวา สร้างเงื่อนไขมากมายเสียจนตามใจกันไม่ทัน
เมื่อลูกๆ โตขึ้นนิสัยสมัยเด็กๆ ก็เปลี่ยนไป บางคนก็เอาใจใส่ในการเรียน บางคนก็สนใจแต่หนังละคร หรือไม่ก็ออกไปเที่ยวนอกบ้าน ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้แม่หายเหนื่อยกับการดูแลลูกๆ ลงไปบ้างก็จริง แต่แม่ไม่ยักต้องการให้ลูกโตไปกว่านั้น คนเป็นแม่ทั้งโลกต่างคิดคล้ายกัน คือกลัวว่า ความน่ารักน่าเอ็นดู ไร้เดียงสาของเด็กๆ จะหายไป ความเป็นแม่จะมีอะไรมากไปกว่าการได้ใกล้ชิดลูกๆ ได้เห็นหน้าได้ยินเสียงกันทุกวี่วัน
เมื่อลูกโตขึ้นและเรียนจบ มีการงานทำและเริ่มมีชีวิตครอบครัวที่ดูเหมือนจะลงตัวสมบูรณ์แบบ แต่นั่นเป็นเรื่องที่เรามักคิดเอาเองว่า แล้วทุกอย่างก็จะจบลงด้วยความสุขเฉกเช่นในนิยาย ที่จริงสิ่งที่เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์แท้จริงนั้นหาได้เคยพอเพียงไม่
ทีแรกอาจเริ่มจากความไม่พอใจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ความรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง เหมือนผัวเมียที่แต่งงานกันใหม่ๆ พอเวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า ธุรกิจการงานและการสังคมก็อาจจะทำให้ชีวิตรักห่างเหินไปบ้าง อีกฝ่ายก็จะเริ่มเรียกร้องความเป็นธรรม เมื่อได้มาแล้วก็คิดต่อไปว่า ถ้าจะเรียกร้องอีกก็จะต้องได้มาอีก
เหตุการณ์ก็จะเป็นเช่นนี้เรื่อยไป จนกว่าผู้ถูกเรียกร้องอาจจะไม่มีอะไรเหลือเลย แม้กระทั่งศักดิ์ศรีของฝ่ายที่พยายามแล้วพยายามเล่าที่จะหยิบยื่นความถูกต้องเป็นธรรมให้ หนักเข้าถึงขั้นกลัวไม่กล้าแม้แต่จะกระดิกตัวไปไหน การเรียกร้องที่เสมือนภัยคุกคามยิ่งขึ้นนั้นก็เป็นการทำลายศักดิ์ศรีของอีกฝ่ายอย่างรุนแรงด้วย เหมือนกับจะถามว่า กล้าหือไหม ถ้าจะเรียกร้องมากไปกว่านี้
แม่เชื่อว่า ลูกๆ ที่โตๆ กันแล้ว แต่ก็แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายไม่ยอมคุยกัน โดยเฉพาะเรื่องการเมืองที่เป็นเกมแห่งผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของคนบางกลุ่มอยู่ทุกวันนี้ ล้วนมีเส้นสนกลในมากมายเกินกว่าที่ลูกๆ และชาวบ้านคนธรรมดาจะคิดได้ทัน จึงถูกระดมป้อนความเชื่อให้อย่างง่ายดาย
เช่น เรื่องเขาพระวิหารที่กำลังถกเถียงราวกับจะฆ่าแกงกันอยู่นี้ หากเราเอียงเอนไปข้างที่ว่า สถานที่แห่งนั้นจะต้องเป็นของเรา จึงรักจึงหวงแหน ขนาดจะเอาชีวิตเข้าแลกอย่างที่พยายามปลุกปั่นกันอยู่ทุกวันนี้ คือความรักชาติ นอกนั้นจะต้องเป็นคนขายชาติทั้งหมด โดยที่ตั้งหน้าตั้งตาฟังเหตุผลอยู่เพียงด้านเดียว ไม่สนใจว่าประวัติศาสตร์และเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเป็นอย่างไร แล้วก็ยังชี้นิ้วประณามกระทั่งทหาร ตำรวจ พระ ศาล ครู และเด็กเล็กๆ ว่าเป็นพรรคพวกของอีกฝ่ายที่ขายชาติ
ที่จริงคนที่เหลือซึ่งอาจไม่ได้แสดงความเห็นอะไร ก็หาใช่คนของอีกฝั่งไม่ แล้วก็ไม่ได้เป็นกลางอะไรหรอก เพียงแต่เป็นคนรู้จักฟังเหตุผลเท่านั้นเอง การฟังเพียงด้านเดียว นั่นไม่เรียกว่าเหตุผลหรอกลูกรัก เขาเรียกว่า ความเชื่อหรือความศรัทธา ซึ่งมันใกล้เคียงกับความงมงายเพียงแค่เส้นยาแดง
และเบื้องหลังเส้นยาแดงนี้ แม่มองเห็นสงคราม สงครามที่จะนองเลือดทั้งในประเทศเราเอง หรือสงครามระหว่างประเทศ ซึ่งก็แค่สนองเกมโค่นล้มทางการเมืองของคนบางกลุ่มเท่านั้นเอง!
การเรียกร้องความเป็นธรรมทุกวันนี้ไม่ได้เหมือนสมัยลูกยังเด็กๆ ยิ่งเรียกร้อง เงื่อนไขแปลกๆ ก็เพิ่มมากขึ้น แม่เชื่อว่า ผู้คนที่ไปชุมนุมนั้นบริสุทธิ์ใจ เดือนเศษๆ มานี้แกนนำประกาศอย่างเหนียวแน่นว่า ไม่ต้องการอะไรนอกจากความยุติธรรม แต่เมื่อวันสองวันมานี้ เขาประกาศว่า ที่จริงก็แค่อยากเป็นรัฐบาลแทนด้วยการเมืองแบบใหม่ อันเป็นแบบฉบับส่วนตัวของเขา (ที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย)เท่านั้นเอง!
ลูกยังจำได้ไหม สมัยที่ลูกของแม่ยังเป็นหนุ่มวัยรุ่น ชอบวัยผมยาว แต่งตัวรุ่มร่าม และชอบฟังชอบร้องเพลงที่มีเนื้อหาแรงๆ และพยายามแสดงให้เห็นว่า จะไม่ยอมอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ใดๆ ของสังคม
วันหนึ่ง แม่รื้อตู้หนังสือเก่าก็พบหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊กเล่มหนึ่งที่แปลโดยอัคนี มูลเมฆ ชื่อ บ็อบ มาเลย์-ศาสดาขบถ เขาเป็นราชันแห่งเพลงเร็กเก้ แม่แก่งั่กขนาดนี้ยังได้อ่านพร้อมกับฟังเพลงของเขาไปด้วย ก็เลยทำให้นึกถึงลูกๆ ขึ้นมา ตอนหนึ่งในเพลง Judge Not ของบ็อบ มาเลย์ บอกว่า
.....ผมรู้อยู่เสมอว่า ผมไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ และผมไม่เคยเที่ยวเอ่ยอ้าง ก่อนที่คุณจะชี้นิ้วประณาม จงแน่ใจเสียก่อนว่า มือของคุณสะอาดพอ......
.....อย่าด่วนตัดสินใครอื่น ก่อนที่คุณจะพิพากษาตัวเอง อย่าด่วนตัดสินใจใครอื่น หากตัวคุณเองยังไม่เพียบพร้อม....เมื่อคุณกล่าวตำหนิผม ใครบางคนอาจตัดสินคุณอยู่ก็ได้....
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
