เมื่ออยู่ดีๆ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มท.1 แจ้งกำหนดการเดินทางไป จ.ภูเก็ต อย่างกะทันหันในวันที่ 1 กรกฎาคม เพื่อจะลงพื้นที่สำรวจการออกเอกสารสิทธิที่ดินที่เกาะราชาใหญ่ จ.ภูเก็ต ตามที่พรรคฝ่ายค้านหยิบยกชื่อ ไอ้ตุ๊ เด็กในคอนโทรลมาอภิปรายในสภาแต่เมื่อถึงเวลาออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิตามกำหนดการที่จะต้องเดินทางด้วยเที่ยวบินที่ ทีจี 223 เพื่อไปยัง จ.ภูเก็ต แต่ตั๋วเครื่องบินที่ผู้สื่อข่าวได้รับกลับกลายเป็นเที่ยวบินที่ ทีจี 259 ปลายทาง จ.กระบี่
นักข่าวที่เดินทางไปด้วยต่างพากันงงเป็นไก่ตาแตก เพราะมีการเปลี่ยนเที่ยวบินอย่างกะทันหัน ชนิดที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเหตุที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายพันธมิตรดักรออยู่ที่สนามบินภูเก็ตเป็นจำนวนมาก มท.1 จึงเปลี่ยนใจไปลงที่ จ.กระบี่ แทน
แต่ก็ไม่ได้แตกต่างอะไร เพราะเมื่อเครื่องบินแตะรันเวย์สนามบิน จ.กระบี่ กลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายพันธมิตรกว่า 100 คน ได้มาดักรออยู่ก่อนหน้าแล้ว ทำเอา บิ๊กเหลิม ต้องให้รถวนไปรับอีกด้านหนึ่งของสนามบิน
เหตุการณ์ก็มิได้สิ้นสุดเพียงเท่านั้น เมื่อมีกลุ่มชายวัยฉกรรจ์กว่า 10 คน วิ่งตัดหน้ารถขวางขบวนและทุบรถตู้เมอร์เซเดสเบนซ์ที่มี สารวัตรเฉลิม นั่งอยู่ที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่โรงกระบี่เมอร์รีไทม์ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวไปดูที่รถพบเพียงรอยฝ่ามือและนิ้วมือ ที่กระจกรถด้านขวาหลังคนขับ ที่ดูเหมือนจะเป็นการตบมากกว่าทุบ
และยิ่งกว่านั้น เมื่อเดินทางมาถึงที่พัก กลับพบว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมดักรออยู่ที่บริเวณลานจอดรถอยู่ก่อนแล้ว แต่ สารวัตรเหลิม ก็ใจดีสู้เสือขึ้นไปยังชั้น 8 ของโรงแรมทันที พร้อมทั้งแถลงข่าวว่า ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามกำหนดการที่ตั้งไว้ จะเปลี่ยนแปลงก็แค่เวลาเท่านั้น แต่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจาก จ.กระบี่ ยังคงปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณหน้าโรงแรมตั้งแต่ช่วงเวลา 21.00 น.
จนกระทั่งเวลา 01.00 น. นายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ ผู้ว่าฯกระบี่ ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขอให้สลายการชุมนุม เพราะบริเวณที่กลุ่มพันธมิตรชุมนุมอยู่นั้นเป็นพื้นที่ของโรงแรม และการส่งเสียงรบกวนกับแขกต่างชาติที่มาพัก และส่งผลเสียหายกับชื่อเสียงของประเทศ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่ยอมรับฟังและโห่ไล่ รวมทั้งมีการขว้างปาขวดน้ำและน้ำแข็งซึ่งเกือบถูกหัวของผู้ว่าฯกระบี่ พร้อมๆ กับมีผู้ชุมนุมจากจังหวัดข้างเคียงต่างทยอยมาสมทบกว่า 300 คน และมีบางส่วนบุกเข้ามาในโรงแรมเป็นระยะๆ
ด้าน ร.ต.อ.เฉลิมตั้งแต่เดินทางถึงโรงแรมได้เข้ารับประทานอาหารร่วมกับอธิบดีกรมการปกครอง ผู้ว่าฯ และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ที่ห้องรับรองชั้น 8 โดยได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิด โดยได้มีการเปลี่ยนกำหนดการในวันที่ 2 กรกฎาคม ที่เดิมจะเดินทางไปประชุมผู้ว่าฯและหัวหน้าส่วนราชการที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ จากนั้น จึงจะเดินทางไปประชุมกับผู้ว่าฯและผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดพังงา เป็นให้เตรียมการประชุมที่โรงแรม แต่เมื่อมีรายงานข่าวว่า จะมีกลุ่มพันธมิตรหลายจังหวัดภาคใต้เดินทางมาชุมนุมที่หน้าโรงแรม จึงได้มีการพิจารณาอีกครั้ง
จนกระทั่งเวลา 02.00 น. สารวัตรเฉลิม จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงมาประสานกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า จะยกเลิกการประชุมทั้งหมด โดย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไปบอกเขา ถ้าไม่อยากให้ประชุมก็ไม่ประชุม ถ้าจะให้กลับก็กลับ โดยตลอดเวลา ร.ต.อ.เฉลิมมีสีหน้าเรียบเฉย จากนั้น จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำแผงเหล็กมากั้นบริเวณทางออกของโรงแรมกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้กันบริเวณของกลุ่มผู้ชุมนุมให้เป็นสัดส่วน แต่อย่าให้เกิดการกระทบกระทั่งกันอย่างเด็ดขาด
เวลาประมาณ 04.00 น. ร.ต.อ.เฉลิมจึงได้เข้าไปพักผ่อนที่ห้องพักหมายเลข 3821 ชั้น 8 ข้างห้องรับรอง โดยมีการวางแผนลับเพื่อเดินทางออกจากโรงแรม สั่งปิดข่าวและสั่งการให้ผู้ว่าฯอยู่ที่โรงแรมเพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมคิดว่า ร.ต.อ.เฉลิมยังอยู่ที่โรงแรม เพราะเกรงว่าจะมีการเคลื่อนขบวนมาปิดล้อมที่สนามบินอีก จนเวลา 05.45 น. ร.ต.อ.เฉลิมจึงเดินทางออกจากโรงแรมพร้อมบุคคลใกล้ชิดอีก 4 คนเพื่อเดินทางไปสนามบินนานาชาติกระบี่ โดยใช้วิธีเดินตัดสวนของโรงแรมออกทางด้านข้างไปขึ้นรถที่นำมาจอดรอไว้ห่างจากกลุ่มผู้ชุมนุม และเดินทางกลับ กทม. ด้วยเที่ยวบินทีจี 250 ออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติกระบี่ในเวลา 10.10 น. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลา 11.20 น. โดยสวัสดิภาพ มีนายพงศ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 ว่าที่ ร.ต.ดวง อยู่บำรุง ช่วยราชการศูนย์ปราบปรามยาเสพติด ลูกชาย มาให้การต้อนรับและเป็นกำลังใจหลังจากโดนปฏิบัติการลูบคมตลอดทั้งคืน
เรียกว่า ภารกิจต่างๆ ที่วางไว้ล้มเหลว งานนี้ได้แค่เหยีบบแผ่นดิน จ.กระบี่ และทานข้าวเพียงมื้อเดียวเท่านั้น ....
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
