ยูเนสโกเผยหลักฐาน เขมร ใช้แนบขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกเป็นแถลงการณ์ฉบับ 22 พ.ค.ที่ปารีส นพดล ลงนามร่วมกับรองนายกฯเขมรก่อนถามความเห็นครม. โฆษกชี้แค่ลงนามย่อไม่มีผลบังคับใช้ รมต.แฉรมว.บัวแก้วแหกตาครม.อ้างเป็นแค่ร่างอัดมีอำนาจอะไรไปลงนามนายนพดล ปัทมะ
รมว.การต่างประเทศ
ยูเนสโก หรือองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ ทำหนังสือตอบกลับสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และคณะที่เข้าชื่อยื่นคำร้องขอให้ยูเนสโก ชะลอการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ตามที่รัฐบาลกัมพูชาเสนอ โดยเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า แถลงการณ์ร่วม ซึ่งลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย และรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 ถูกนำเสนอเพื่อรับการพิจารณาจากคณะกรรมการมรดกโลก ในฐานะเป็นส่วนประกอบหนึ่งของแฟ้มนำเสนอเพื่อการขอขึ้นทะเบียน ทั้งนี้นายเชลดอน เชฟเฟอร์ ผู้อำนวยการยูเนสโก สำนักงานกรุงเทพมหานคร ระบุตอนหนึ่งในจดหมายว่าขอเตือนให้ระลึกว่า 'พันธะในอันที่จะให้ความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการและให้ความคุ้มครองปราสาทพระวิหารดังกล่าว ได้รับการเน้นย้ำและแสดงออกอย่างเป็นทางการแล้วโดย แถลงการณ์ร่วมซึ่งลงนามโดยรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2008 แถลงการณ์ร่วมดังกล่าวถูกนำเสนอเพื่อรับการพิจารณาจากคณะกรรมการมรดกโลกในฐานะเป็นส่วนประกอบหนึ่งของแฟ้มนำเสนอเพื่อการขอขึ้นทะเบียน และตามที่ได้อธิบายมาแล้วข้างต้น คณะกรรมการมรดกโลกจะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดสุดท้ายในเรื่องนี้'
คลิกอ่าน-จดหมายยูเนสโก
ทั้งนี้ น.ส.วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย ที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย 1 ในคณะที่เข้าชื่อยื่นหนังสือถึงยูเนสโก ได้นำหนังสือที่ยูเนสโกตอบกลับ มาเปิดแถลงข่าวที่สมาคมนักข่าวและหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมว่า การลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ได้ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก นอกจากแถลงการณ์ร่วมลงวันที่ 18 มิถุนายนแล้ว นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 ซึ่งรัฐบาลกัมพูชา ได้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของแฟ้มการยื่นขอจดทะเบียน
คณะยื่นยูเนสโกจี้ นพดล ลาออก
'การไปเซ็นชื่อกับรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา มันคืออะไร นายนพดลใช้อำนาจอะไรที่จะไปเซ็นข้อตกลงอันนั้น โดยที่ไม่ได้บอกกล่าวให้ใครรู้เลย ไปตกลงกับเขาก่อน แล้วค่อยมาให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พร้อมลงนามในแถลงการณ์ร่วมอีกครั้งในวันที่ 18 มิถุนายน' น.ส.วิมลพรรณกล่าว และว่า รัฐบาลไทยปล่อยให้นายนพดล ไปกระทำการเพียงคนเดียวได้อย่างไรทั้งที่เป็นเรื่องของชาติ แถมยังไม่นำมาเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบ
น.ส.วิมลพรรณกล่าวว่า หนังสือที่ยูเนสโกตอบกลับมา เท่ากับบอกว่า 'คุณสายเสียแล้ว' ที่คุณจะทำอะไร ต่อให้มีมติของศาลปกครองมันเป็นเรื่องภายในประเทศของไทย ดังนั้น นายนพดล ควรออกมาแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยการลาออกจากตำแหน่ง และ ครม.จะต้องออกมารับผิดชอบร่วมกันด้วย หากนายนพดลไม่ลาออก
ด้าน ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ส.ว.สรรหา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ วุฒิสภา แถลงที่รัฐสภาว่า หนังสือที่ยูเนสโกตอบกลับมาระบุว่า ยูเนสโกไม่มีอำนาจในการตัดสินใจขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เพราะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการจดทะเบียนมรดกโลก แต่ได้แนะนำมาว่า ถ้าประเทศไทยเห็นว่าเรื่องนี้ไม่สมบูรณ์และจะแก้ไขข้อมูลก็ทำได้ในฐานะของผู้สังเกตการณ์ จึงถือว่าเป็นเรื่องที่คณะกรรมการมรดกโลกของไทย ที่มีนายปองพล อดิเรกสาร เป็นประธานจะไปดำเนินการ
บัวแก้ว ยันไม่มีผลบังคับใช้
นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการลงนามร่วมระหว่างนายนพดล กับรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 ว่า ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ บางกรณีอาจมีการลงนามของหัวหน้าคณะผู้แทนที่ไปเจรจา ที่เรียกว่า การลงนามย่อ (initial) ซึ่งยังไม่ถือว่าเอกสารดังกล่าวมีผลบังคับใช้ แต่เป็นเพียงการยอมรับในเนื้อหาที่ได้มีการตกลงกัน อย่างไรก็ดีเป็นที่เข้าใจว่า ทั้งสองฝ่ายต้องนำเรื่องดังกล่าวมาขอความเห็นชอบตามกฎหมายภายในของแต่ละประเทศเสียก่อน หลังจากมีการดำเนินการตามกระบวนการภายในของแต่ละประเทศเสร็จสิ้นแล้ว ผู้แทนของทั้งสองฝ่ายจะทำการลงนามร่วมกันอีกครั้งจึงจะถือได้ว่าเอกสารดังกล่าวมีผล
ขณะที่รัฐมนตรีคนหนึ่งในรัฐบาลกล่าวว่า การประชุม ครม.เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ซึ่งนายนพดล นำเรื่องแผนที่และร่างแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาเข้าขอความเห็นชอบนั้น นายนพดลไม่เคยบอกต่อที่ประชุมว่ามีการลงนามในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวแล้ว บอกเพียงว่าเป็นร่างแถลงการณ์ร่วม ซึ่งจะต้องมีการลงนามในลำดับต่อไป หลังจากผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้วเท่านั้น
'รัฐมนตรีทุกคนเข้าใจตรงกันหมดว่าเป็นเพียงร่างเบื้องต้น ถ้าหากนายนพดลไปลงนามก่อนหน้าที่จะนำเข้า ครม.จริง ถามว่าเขามีอำนาจอะไรไปลงนาม ใครเป็นคนมอบอำนาจให้นายนพดล ไปลงนาม โดยความเห็นส่วนตัวของผม ถ้าหากการลงนามมีขึ้นก่อนที่ ครม.จะอนุมัติ ต้องถือเป็นโมฆะ' รัฐมนตรีผู้นี้กล่าว
กฤษฎีกาชี้2ทางให้ครม.ปฏิบัติ
ด้านคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ประชุมคัดเลือกคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษ และเลือกนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน เพื่อพิจารณาข้อหารือของสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ทำหนังสือหารือว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะดำเนินการอย่างไร กรณีศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามไม่ให้นำมติ ครม.วันที่ 17 มิถุนายน ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับกัมพูชา ที่สนับสนุนให้ยื่นจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกมาดำเนินการใดๆ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งที่ประชุมได้เชิญตัวแทนจากกรมแผนที่ทหาร กระทรวงการต่างประเทศ และตัวแทนจากสำนักงานอัยการ มาให้ข้อมูลก่อนที่จะพิจารณาข้อกฎหมาย และภายหลังการประชุม นายมีชัยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์โดยกล่าวเพียงว่า 'เราได้พิจารณาในประเด็นที่ถามมาว่า ต้องดำเนินการต่อไปอย่างไรเท่านั้น ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ได้นำคำสั่งศาลปกครองมาประกอบการพิจารณาด้วย'
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ที่ประชุมมีมติให้แจ้ง ครม.ทราบว่าถ้า ครม.เห็นพ้องด้วยกับคำสั่งศาลปกครองก็ให้ปฏิบัติตามและไม่ต้องอุทธรณ์ แต่ถ้า ครม.ไม่เห็นพ้องด้วยในข้อกฎหมายก็สามารถดำเนินการได้ 2 ทาง คือ ยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองกลางทบทวนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หรืออุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด และระหว่างนี้ให้กระทรวงต่างประเทศดำเนินการในเรื่องปราสาทเขาพระวิหารต่อไปตามอำนาจหน้าที่ เนื่องจากกระทรวงต่างประเทศมีหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ แต่ถ้ามีประเด็นในข้อกฎหมายว่าเรื่องใดสามารถทำได้หรือไม่ ก็ขอให้ขอคำอธิบายจากศาลปกครอง
นพดล นำทีมถก มรดกโลก
ขณะที่นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้ทำหนังสือแจ้งระงับผลการใช้บังคับตามมติ ครม.และคำสั่งของศาลปกครองกลาง โดยส่งโทรสารไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งในส่วนของกัมพูชานั้นได้เชิญนายอึง เซียน เอกอัครราชทูตกัมพูชา มารับหนังสือด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังได้ส่งเอกสารไปยังนายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการมรดกโลกของไทยให้รับทราบด้วย
'ผมจะเป็นผู้นำคณะผู้แทนไทยไปประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ด้วยตนเอง โดยเดินทางถึงในวันที่ 5 กรกฎาคม พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ เลขาธิการ สมช. (สภาความมั่นคงแห่งชาติ) เจ้ากรมกิจการชายแดน เจ้ากรมแผนที่ทหาร รวมทั้งนายมนัสพาสน์ ชูโต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยไปร่วมประชุมที่ไครสท์เชิร์ช นิวซีแลนด์ รวมถึงคณะกรรมการมรดกโลกของไทย ซึ่งวาระการหารือเรื่องขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร อยู่ในวาระที่ 8 ของการหารือโดยคณะกรรมการมรดกโลก 'นายนพดลกล่าว และว่า สำหรับท่าทีของไทย จะต้องหารือกันอีกครั้งที่เมืองควิเบก เมื่อได้ข้อสรุปจะแถลงให้ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่เคยระบุว่า ข้อตกลงที่ปารีสเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ วันนี้รู้สึกอย่างไร นายนพดลตอบว่า 'ผมจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ถ้าชีวิตผมจะสูญเสียทุกอย่าง เพื่อผดุงความถูกต้องและหลักการ ผมพร้อมจะสูญเสีย'
เล็งอุทธรณ์อำนาจศาลปกครอง
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์ระบุ การกระทำของรัฐบาลไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครอง กรณีที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวว่า เป็นประเด็นที่กระทรวงการต่างประเทศติดใจในอำนาจหน้าที่ของศาลปกครอง และตั้งใจจะอุทธรณ์ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ต่างๆ แต่ในชั้นนี้ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปดูก่อน
'นอกจากการยื่นอุทธรณ์แล้ว ครม.สามารถมีมติว่า จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เข้าข่ายมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งวันที่ 8 กรกฎาคม น่ามีความชัดเจนเรื่องการยื่นอุทธรณ์ และการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ' นายชูศักดิ์กล่าว
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า กรณี 77 ส.ว. เข้าชื่อให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เพื่อขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาอาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 หรือไม่นั้น ได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว
ขณะที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วเช่นกัน กรณี ส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นเดียวกัน
เขมรรับเสริมกำลังชายแดน
พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบ ที่ 6 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี แถลงที่ห้องประชุมเหมะบุตร กองกำลังสุรนารี ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อ.เมืองสุรินทร์ ว่า สถานการณ์ชายแดนด้านเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ยังปกติ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มเดินธรรมยาตราก็ได้พูดคุยกันหากจะดำเนินกิจกรรมอะไรก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ทราบ สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยในพื้นที่ก็ไม่ได้สั่งการหรือกำชับอะไรเป็นพิเศษเพราะทหารไม่เคยประมาท มีการเกาะติดตลอดเวลา ขอให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ขึ้นเยี่ยมชมผามออีแดงสถูปคู่ สระตราว ซึ่งอยู่ใกล้ปราสาทพระวิหาร อย่าได้กังวลต่อสถานการณ์
ด้าน พ.อ.เวิน จำปาสา หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำพื้นที่ 1 รับผิดชอบพื้นที่จุดผ่อนปรนปราสาทพระวิหารกล่าวว่า ทางฝ่ายกัมพูชาแจ้งว่า มีการเสริมกำลังทหารกัมพูชาตามแนวชายแดนจริง แต่เป็นการปฏิบัติในห้วงที่จะมีการเลือกตั้ง เพราะเกรงว่าจะมีการสร้างปัญหาในพื้นที่ชายแดน
ข่าวแจ้งว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้กำชับให้ พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาค ที่ 1 ติดตามสถานการณ์เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น และ พล.อ.อนุพงษ์ยังได้โทรศัพท์ถึง พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เพื่อฝากให้ติดตามสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจและอาจลุกลามเป็นสถานการณ์ระดับประเทศได้
ข้อมูลจาก มติชน
