(2ก.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่คณะรัฐมนตรีรับทราบคำสั่งศาลปกครองกลางที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้ใช้มติครม.ไปรับรองการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของประเทศกัมพูชา ไปดำเนินการใด ๆ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า ในส่วนของไทยต้องทำเท่าที่ทำได้ โดยรัฐบาลต้องแจ้งคำวินิจฉัยของศาลปกครอง พร้อมมติคณะรัฐมนตรีไปให้กัมพูชาและคณะกรรมการมรดกโลกขณะเดียวกันก็ต้องเดินไปตามกระบวนการ ซึ่งเราหวังว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นทั้งในส่วนของศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ และในส่วนของฝ่ายค้านจะรอดูท่าทีของศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญก่อนว่าคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร ซึ่งจะชัดเจนว่าสิ่งที่นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการไป เป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายการยื่นถอดถอนหรือไม่ หากเข้าข่ายก็จะต้องดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนรัฐบาลกัมพูชาไม่พอใจและมองว่าฝ่ายค้านของไทยนำเรื่องเขาพระวิหารมาเป็นประเด็นการเมือง ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา เพราะกัมพูชาก็ถูกตรวจสอบจากการเมืองภายในของกัมพูชาเช่นกัน แต่ฝ่ายค้านได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนแล้ว และสิ่งที่ดำเนินการทั้งหมดถือเป็นสิทธิและหน้าที่ ซึ่งไม่มีเจตนาอะไรที่จะไปกระทบกับความสัมพันธ์ของสองประเทศ เพราะฝ่ายค้านไม่ได้ตำหนิอะไรรัฐบาลกัมพูชา เราก็เห็นถึงคุณค่าของการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่มุมมองของเราคือ การขึ้นทะเบียนให้สมกับเจตนารมณ์ของการเป็นมรดกโลก คือการได้รับความสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากประชาชนทั้งสองประเทศ และเชื่อว่าไม่มีปัญหา สามารถทำความเข้าใจได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่นายกรัฐมนตรีระบุว่ารัฐบาลไทย-กัมพูชา ซวย ทั้งคู่กรณีปราสาทเขาพระวิหาร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นความเห็นของนายกรัฐมนตรี แต่สิ่งที่พวกตนยืนยันคือ เมื่อไหร่ก็ตามที่การทำงานของรัฐบาลไม่โปร่งใส ย่อมเกิดปัญหา เพราะฉะนั้นบทเรียนที่ควรจะได้รับคือ ต่อไปนี้เรื่องราวต่าง ๆ จะต้องทำให้เกิดความโปร่งใส หากโปร่งใส และเกิดความเข้าใจที่ดี ก็จะไม่มีความผิดพลาด หรือมีปัญหากับประชาชน ไม่ว่าจะประชาชนประเทศไทย
ตุ๋นเกษตรกรไทย เก็บผลไม้ต่างประเทศ
เตือนเกษตรกรอีสาน-เหนือ วาดฝันไปเก็บผลไม้เมืองนอก โดนต้มสูญเงินแสน กล่อมมาแล้วนับสิบราย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
