คตส.เตรียมเฮ คดีทักษิณ-หญิงอ้อทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาศาลนัดไต่สวนนัดแรก29เม.ย. มั่นใจคดีถึงมือศาลฎีกา ขบวนการไต่สวนรวดเร็ว ลากคอนักการเมืองกังฉินลงโทษ ยอมรับ 2 คดี เซ็นทรัลแล็ป-กรุงไทยปล่อยกู้อืด พร้อมส่งไม่ต่อปปช.หากเสร็จไม่ทันหลังหมดอายุคุณหญิงพจมาน ชินวัตร
16เม.ย.) นามยิ้มแย้ม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
(คตส.)
กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของ
คตส.
โดยยอมรับว่าขณะนี้
คตส.
เจอปัญหาหลายอย่างเป็นเหตุให้บางคดีไม่สามารถดำเนินการส่งอัยการสูงสุดสั่งฟ้องได้ทันตามกำหนดภายในวาระของ
คตส.
ในเดือนมิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตาม
คตส.
จะพยายามเร่งให้ถึงที่สุดหากไม่ทันจริงๆ ก็จำเป็นต้องส่งคดีที่ค้างให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือปปช.ดำเนินการรับช่วงต่อ ไม่น่ามีปัญหาเพราะกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว
ด้านนายสัก กอแสงเรือง โฆษก
คตส.
กล่าวว่าคดีที่เหลือทั้งหมดของ
คตส.
ได้มีการคุยกันล่าสุดว่าทุกคดีของ
คตส.
จะต้องเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ก่อนที่จะครบวาระ โดยจะต้องถือมืออัยการสูงสุด แต่จะช้าบ้างกรณี เช่น ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้กับคดีเซ็นทรัลแล็บ ซึ่งเชื่อว่าภายในเดือนเม.ย.ถึง มิ.ย.นี้น่าจะได้ข้อสรุป เพราะนางเสาวนีย์ อัศวโรจน์ กรรมการคตส.เจ้าของสำนวนของทั้งสองคดีอยู่ในระหว่างเร่งสรุปผลหลังจากที่มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้คตส.เร่งสรุปเพื่อให้ทันกรอบเวลาที่เหลือ
โฆษก
คตส.
กล่าวว่า ส่วนคดีที่อัยการเห็นไม่ตรงกับคตส.หลังจากนี้ คตส.ก็ต้องรีบดำเนินการตั้งคณะทำงานร่วมสองฝ่ายเพื่อจะได้หาข้อไม่ยุติร่วมกันโดยเร็ว หากภายใน 14 วันยังไม่ได้ข้อสรุปคตส.ก็สามารถยื่นเรื่องฟ้องเองได้ตามกฎหมายซึ่งเป็นมาตรการกำหนดไม่เกิดความล่าช้า เพื่อป้องกันการดึงคดีไม่ให้ไปถึงศาล เพราะคดีใน
คตส.
ไม่เหมือนคดีอาญาทั่วไปที่อัยการสูง สุดสั่งสอบเพิ่มเติมได้ ซึ่งจะทำให้เสียเวลา แต่กระบวนนี้ไม่ได้นำมาถูกใช้กับคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะระบบนี้ศาลสามารถเปิดไต่สวนเพิ่มเติมได้อยู่แล้วหากสงสัยในประเด็นต่างๆ
เชื่อว่าหากคดีถึงมือศาลฎีกานักการเมืองแล้วคดีจะมีความความรวดเร็ว เพราะเหตุว่าวิธีพิจารณาของศาลฎีกานักการเมืองหากมีการเริ่มพิจารณาแล้วจะต้องมีการดำเนินการอย่างต่อ เนื่องทุกวัน จะไม่มีการนัดแบบฟันหลอ ดังนั้นเมื่อคดีถึงมือศาลแล้วทุกอย่างจะรวดเร็วขึ้น นายสัก กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายคดีของ
คตส.
หลังจากนี้อาจจะถูกตีกลับจากอัยการสูงสุดแล้ว
คตส.
จะต้องทำอย่างไรต่อไป นายสัก กล่าวว่า สังคมสามารถตั้งข้อสังเกตและสงสัยกระบวนได้เพราะสำนวนแต่ละคดีเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน แน่นอนว่าหากเห็นไม่ตรงกันระหว่าง อัยการสูงสุดกับคตส.คณะทำงานร่วมสองฝ่ายก็เป็นหน่วยงานที่ต้องชี้แจงตองคำถามสังคม และตามหลักของธรรมาภิบาลที่ดี ความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นผู้ทีเกี่ยวข้องกับกระบวนยุติธรรมต้องตอบคำถามสังคมด้วยไม่ใช่เฉพาะ
คตส.
เพียงอย่างเดียว เพราะคดีทั้งหมดเกี่ยวข้องทั้ง
คตส.
อัยการสูงสุด และศาลฎีกานักการเมือง ยืนยันว่าคดีที่คตส.ยื่นฟ้องเอง
คตส.
ไม่ได้ใจร้อน แต่เมื่อกฏหมายเปิดช่องก็สามารถทำได้ เพราะอาญาเกี่ยวกับนักการเมือง อัยการสูงสุดไม่มีอำนาจสั่งให้
คตส.
สอบเพิ่มเติม และไม่มีอำนาจว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง
เมื่อถามว่าเตรียมรับมือปัญหาความเห็นแย้งระหว่างอสส กับ
คตส.
จะเกิดขึ้นอย่างไร นายสัก กล่าวว่า ตามกฎหมายเปิดช่องให้
คตส.
สามารถฟ้องเองได้ หาก อสส.สั่งม่ฟ้อง ดังนั้นเชื่อว่ากระบวนการทั้งหมดจะเดินหน้าไปได้ เพราะกระบวนของคตส.ไม่ได้ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาธรรมดา แต่เป็นวิอาญาของนักการเมืองที่ใช้ระบบไต่สวน ศาลฎีกานักการเมืองสามารถไต่สวนเพิ่มเติมได้ตลอด
"ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาในโค้งสุดท้ายของ
คตส.
นอกจากเจอปัญหาอุปสรรต่างๆ เจอเกียร์ว่างแล้ว ยังเจอปัญหาเทคนิคข้อกฏหมาย ซึ่งสุดท้ายแล้วศาลจะเป็นผู้ตรวจสอบและตัดสิน " นายสักกล่าว
เมื่อถามว่าเทคนิคของกฎหมายจะเป็นการเปิดช่องให้ผู้ถูกกล่าวหานำไปต่อสู้ได้หรือไม่ โฆษก
คตส.
กล่าวว่า เป็นเรื่องกระบวนการทางศาล เพราะจำเลยสามารถยกมาเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลได้อยู่แล้ว ซึ่งความเห็นทางกฎหมายของหน่วยงานทีเกี่ยวข้องสามารถมีได้ แต่กฎหมายก็มีช่องทางให้คดีไม่ถูกดอง ถูกสั่งไม่ฟ้องหรือถูกหมกไว้ไม่ให้ไปศาล เพื่อป้องกันการถูกตัดตอน แต่เป็นน่าสังเกตว่ารัฐบาลปัจจุบันมีคนในฝ่ายตุลาการเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีด้วย จึงเป็นเรื่องที่สังคมต้องจับตา หาคำตอบด้วย
เมื่อถามว่าหลังจาก
คตส.
หมดวาระลง คดีที่ส่งถือมืออัยการสูงสุดแล้ว แต่อัยการเห็นต่างหน่วยงานไดจะมารับผิดชอบตั้งคณะทำงานร่วม นายสัก กล่าวว่า เมื่อกฎหมายกำหนดให้ปปช.มารับช่วงคดีต่อหลังจากคตส.หมดอายุ การตั้งคณะทำงานร่วมสองฝ่ายจึงต้องเป็นหน้าที่ของปปช.ด้วย ซึ่งมั่นใจว่าปปช.จะเข้าใจเนื้อหาคดีทั้งหมดเพราะอย่างน้อยในปปช.ยังมี นายกล้านรงค์ จันทึก กรรมการ คตส.เป็นกรรมการ ปปช.ด้วย จึงไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการรับช่วงต่อของคดี ที่สำคัญสำนวนคดีของคตส.มีความสมบูรณ์ถูกต้องตามหลักกฎหมาย จากนั้นภายในต้องการสอบหรือขอข้อมูลอะไรเพิ่มเติม
มีรายงานข่าวจาก
คตส.
เปิดเผยว่า คตส.มีความมั่นใจอย่างมาก
ในการดำเนินคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ซึ่งทั้งคู่ตกเป็นจำเลยที่ 1-2 โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีการนัดไต่สวนพิจารณาคดีนัดแรกในวันที่ 29-30 เม.ย.นี้ เพื่อนัดตรวจเอกสารหลักฐานรวมถึงพยานทั้งฝ่ายโจทย์และจำเลย
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะต้องนำเอกสารหลักฐานทั้งหมดในการต่อสู้มาเปิดเผยต่อหน้าศาล พร้อมทั้งแถลงประเด็นการต่อสู้ทั้งหมด ก่อนที่ศาลฎีกาจะพิจารณาตัดสินว่าต้องการสอบหรือขอข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ก่อนที่จะเข้าสู่ระกระบวนการไต่สวน ซึ่งหลังจากนั้นภายใน 2-3 เดือนน่าจะได้คำตอบหรืออย่างช้าที่สุดไม่เกิน 5 เดือน คดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินจะได้ข้อสรุป ซึ่ง คตส.มั่นใจในสำนวนว่าจะเอาผิดกับจำเลยทั้งสองได้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
