width=120 height=160 hspace=5 vspace=5 align=left /ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ลงพื้นที่พิษณุโลกนัดเกษตรกรในพื้นที่ 3 จังหวัด หารือปัญหาหนี้สิน แต่มีเกษตรกรมาร่วมประชุมเพียง 20 ราย ต้องเกณฑ์กำนันผู้ใหญ่บ้านมานั่งให้เต็มห้องประชุม
นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่วัดห้วยแก้ว อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เพื่อหารือกับเกษตรกรในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคเหนือตอนล่างที่มีปัญหาเรื่องหนี้สินทางการเกษตร แต่เมื่อคณะของนายธีรภัทร์ไปถึง มีเกษตรกรมาประมาณ 20 คน คณะจัดงานต้องประสานกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่กำลังประชุมประจำเดือน อยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอบางกระทุ่มจำนวน 200 คน มานั่งรับฟังแทน
ผู้สื่อข่าวรายงาน สาเหตุที่กลุ่มเกษตรกรมาร่วมประชุมน้อย เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการมาลงพื้นที่ของรัฐมนตรีถึง 2 ครั้ง ในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกลัวว่าการประชุมครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงอีก
นายธีรภัทร์ กล่าวว่า การนัดประชุมครั้งนี้ ต้องการมารับฟังปัญหาของเกษตรกรจากจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ ซึ่งพบว่ามีปัญหาหนี้สินและปัญหาที่ดินทำกินกำลังถูกฟ้องร้องดำเนินคดีและยึดที่ดินทำกินโดยสถาบันการเงินเจ้าหนี้ และจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2550 ได้มีมติให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้ ชะลอการบังคับคดี การขายทอดตลาดทรัพย์สินของเกษตรกรลูกหนี้ มีสถาบันการเงินหลายแห่งที่ให้ความร่วมมือ ซึ่งรัฐบาลจะประสานแก้ไขต่อไป
ส่วนการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรที่ติดหนี้สถาบันการเงินและปัญหาที่ดินทำกินที่กำลังถูกยึดโดยสถาบันการเงินนั้น นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้การช่วยเหลือผ่านกองทุนฟื้นฟูหนี้สินเกษตรกร เพื่อซื้อหนี้จากสถาบันการเงินมาบริหารแทน และช่วยเหลือผ่านกองทุนหมุนเวียนช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากนี้ตามนโยบายของรัฐบาล ขณะนี้ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขที่มีวงเงินอนุมัติมาแล้ว 10,000 ล้านบาท ให้กลุ่มรากแก้วได้คิดและจัดการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง และเตรียมเสริมยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข และแก้ไขปัญหาหนี้สินเฉพาะหน้าผ่านกองทุนฟื้นฟู รวมทั้งต้องสานต่อนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ขณะนี้ตนได้เสนอโครงการปลูกป่าเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผ่านรัฐบาล
นายบุญเชิด การะเกด กลุ่มเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมาร่วมประชุมด้วย กล่าวว่า ปัญหาหลักขณะนี้คือหนี้สิน เกษตรกรที่ติดอยู่กับ ธ.ก.ส. สหกรณ์ และสถาบันการเงินเอกชน เกษตรกรไม่สามารถใช้หนี้ได้ มีรายชื่อกลุ่มเกษตรกรที่เสนอให้ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ช่วยผ่านกองทุนฟื้นฟูฯ จำนวน 52 ราย วงเงิน 11 ล้านบาท
ส่วนจังหวัดพิจิตรนำโดยนายประเสริฐ กีรติจำเริญ กลุ่มเกษตรกรหนองโสน อ.สามง่าม ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรจากจังหวัดพิจิตร มีรายชื่อเกษตรกรจำนวน 84 ราย ในเขต อ.สามง่าม กิ่ง อ.บึงนาราง อ.บางมูลนาก และ อ.สากเหล็ก ให้นายธีรภัทร์ ช่วยซื้อหนี้ผ่านกองทุนฟื้นฟูวงเงิน 20 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดเลยมีตัวแทนนำรายชื่อเกษตรกร 1,673 ราย ที่ติดหนี้สินสถาบันการเงินวงเงิน 81 ล้านบาท มาให้ช่วยเหลือผ่านกองทุนฟื้นฟูฯ--
ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ลงพื้นที่พิษณุโลกนัดเกษตรกรในพื้นที่ 3 จังหวัด หารือปัญหาหนี้สิน แต่มีเกษตรกรมาร่วมประชุมเพียง 20 ราย ต้องเกณฑ์กำนันผู้ใหญ่บ้านมานั่งให้เต็มห้องประชุม
นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่วัดห้วยแก้ว อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เพื่อหารือกับเกษตรกรในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคเหนือตอนล่างที่มีปัญหาเรื่องหนี้สินทางการเกษตร แต่เมื่อคณะของนายธีรภัทร์ไปถึง มีเกษตรกรมาประมาณ 20 คน คณะจัดงานต้องประสานกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่กำลังประชุมประจำเดือน อยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอบางกระทุ่มจำนวน 200 คน มานั่งรับฟังแทน
ผู้สื่อข่าวรายงาน สาเหตุที่กลุ่มเกษตรกรมาร่วมประชุมน้อย เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการมาลงพื้นที่ของรัฐมนตรีถึง 2 ครั้ง ในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรกลัวว่าการประชุมครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงอีก
นายธีรภัทร์ กล่าวว่า การนัดประชุมครั้งนี้ ต้องการมารับฟังปัญหาของเกษตรกรจากจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ ซึ่งพบว่ามีปัญหาหนี้สินและปัญหาที่ดินทำกินกำลังถูกฟ้องร้องดำเนินคดีและยึดที่ดินทำกินโดยสถาบันการเงินเจ้าหนี้ และจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2550 ได้มีมติให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้ ชะลอการบังคับคดี การขายทอดตลาดทรัพย์สินของเกษตรกรลูกหนี้ มีสถาบันการเงินหลายแห่งที่ให้ความร่วมมือ ซึ่งรัฐบาลจะประสานแก้ไขต่อไป
ส่วนการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรที่ติดหนี้สถาบันการเงินและปัญหาที่ดินทำกินที่กำลังถูกยึดโดยสถาบันการเงินนั้น นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้การช่วยเหลือผ่านกองทุนฟื้นฟูหนี้สินเกษตรกร เพื่อซื้อหนี้จากสถาบันการเงินมาบริหารแทน และช่วยเหลือผ่านกองทุนหมุนเวียนช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากนี้ตามนโยบายของรัฐบาล ขณะนี้ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขที่มีวงเงินอนุมัติมาแล้ว 10,000 ล้านบาท ให้กลุ่มรากแก้วได้คิดและจัดการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง และเตรียมเสริมยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข และแก้ไขปัญหาหนี้สินเฉพาะหน้าผ่านกองทุนฟื้นฟู รวมทั้งต้องสานต่อนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ขณะนี้ตนได้เสนอโครงการปลูกป่าเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผ่านรัฐบาล
นายบุญเชิด การะเกด กลุ่มเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมาร่วมประชุมด้วย กล่าวว่า ปัญหาหลักขณะนี้คือหนี้สิน เกษตรกรที่ติดอยู่กับ ธ.ก.ส. สหกรณ์ และสถาบันการเงินเอกชน เกษตรกรไม่สามารถใช้หนี้ได้ มีรายชื่อกลุ่มเกษตรกรที่เสนอให้ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ช่วยผ่านกองทุนฟื้นฟูฯ จำนวน 52 ราย วงเงิน 11 ล้านบาท
ส่วนจังหวัดพิจิตรนำโดยนายประเสริฐ กีรติจำเริญ กลุ่มเกษตรกรหนองโสน อ.สามง่าม ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรจากจังหวัดพิจิตร มีรายชื่อเกษตรกรจำนวน 84 ราย ในเขต อ.สามง่าม กิ่ง อ.บึงนาราง อ.บางมูลนาก และ อ.สากเหล็ก ให้นายธีรภัทร์ ช่วยซื้อหนี้ผ่านกองทุนฟื้นฟูวงเงิน 20 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดเลยมีตัวแทนนำรายชื่อเกษตรกร 1,673 ราย ที่ติดหนี้สินสถาบันการเงินวงเงิน 81 ล้านบาท มาให้ช่วยเหลือผ่านกองทุนฟื้นฟูฯ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
