width=120 height=160 hspace=5 vspace=5 align=left /ปชป.ขู่ฟ้องกลับ พชร ฐานปิดคดียุบพรรคเป็นเท็จ ชี้สรุปสำนวนกว่า 1,500 หน้าเพียงชั่วข้ามคืน ตั้งข้อสังเกตนั่งอัยการสูงสุดผิดปกติข้ามหัวอาวุโส 2 คน ด้านรองโฆษก อสส.ยันทำตามหน้าที่
นายถาวร เสนเนียม รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทนายความว่าคดียุบพรรค แถลงถึงกรณีมีรายงานข่าวระบุว่าอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ส่งคำแถลงปิดคดีให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบทุกพรรค และห้ามกรรมการบริหารพรรคเป็นกรรมการบริหารพรรคใหม่ 5 ปี และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีก 5 ปี พร้อมทั้งชี้แจงคำแถลงการณ์ปิดคดีของพรรคที่มีการระบุว่าอัยการสูงสุดใช้เวลาพิจารณาเพียง 1 วัน และก่อนสรุป นายพชร ยุติธรรมดำรง อสส.เข้าหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ออส.ยื่นให้ยุบพรรค 4 ข้อหา ประการแรก อสส.แก้ตัวว่าสำนวนส่งให้วันที่ 26 มิถุนายน 2549 วันรุ่งขึ้นคณะทำงานของ อสส.ได้แถลงข่าวว่าพยานหลักฐานฟังได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำผิดต่อความมั่นคง ทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตย จึงร้องขอให้ยุบพรรค โดยมีเอกสารเกือบ 1,500 หน้า การอ่านด้วยความพินิจพิเคราะห์ต้องใช้ความรอบคอบ ละเอียด และให้ความเป็นธรรม ไม่มีทางกรรมการทุกคนได้อ่านและวินิจฉัยจนครบ เพียงชั่วข้ามคืน
ส่วนกรณีที่อัยการสูงสุดปฏิเสธไม่ได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น นายถาวร ยืนยันว่า ก่อนที่นายพชร ยุติธรรมดำรง จะเข้าสู่ตำแหน่งอัยการสูงสุด อยู่ในตำแหน่งรองอัยการสูงสุด ลำดับที่ 3 วัฒนธรรมและทำเนียมประเพณีการแต่งตั้งอัยการสูงสุด แม้ว่าจะลงคะแนนของกรรมการในอัยการสูงสุดก็ตาม แต่คณะกรรมการอัยการนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่เคยเอารองอาวุโสอันดับ 3 ขึ้นเป็นอัยการสูงสุด
การเข้าสู่ตำแหน่งของนายพชรถูกจับตามองว่าไม่ใช่เรื่องปกติ เมื่ออัยการสูงสุดได้รับสำนวนจาก กกต. มีอยู่วันหนึ่งเกิดรายงานข่าวจากสื่อมวลชนว่า อัยการสูงสุดได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้น 2-3 วันนายกรัฐมนตรีนัดประชุมข้าราชการ ซี 10-11 ที่ทำเนียบรัฐบาล ดังนั้นข้อระแวงในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้รักษาความยุติธรรมจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ ในฐานะผู้เป็นสมาชิกพรรคที่ถูกยื่นให้ยุบพรรค จึงต้องนำข้อมูลทั้งหมดมาร้องที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ส่วนจะฟ้องกลับนายพชรหรือไม่ พรรคกำลังพิจารณา นายถาวร กล่าว
ด้าน นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ไม่รู้สึกโกรธ และขอยืนยันว่าพิจารณาสั่งคดีไปตามหน้าที่และพยานหลักฐานไม่ได้คิดกลั่นแกล้งใคร
ขณะที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้ร่วมประชุมเพื่ออภิปรายในการพิจารณาคดีบยุบพรรคกลุ่มที่ 2 คือพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า โดยไม่อนุญาตให้ฝ่ายเลขาธิการสำนักงานเข้าร่วมประชุม ต่อมาทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพรรคไทยรักไทย ได้นำคำแถลงปิดคดีจำนวน 60 หน้ากระดาษมายื่นให้ฝ่ายเลขานุการศาลรัฐธรรมนูญ--
ปชป.ขู่ฟ้องกลับ พชร ฐานปิดคดียุบพรรคเป็นเท็จ ชี้สรุปสำนวนกว่า 1,500 หน้าเพียงชั่วข้ามคืน ตั้งข้อสังเกตนั่งอัยการสูงสุดผิดปกติข้ามหัวอาวุโส 2 คน ด้านรองโฆษก อสส.ยันทำตามหน้าที่
นายถาวร เสนเนียม รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทนายความว่าคดียุบพรรค แถลงถึงกรณีมีรายงานข่าวระบุว่าอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ส่งคำแถลงปิดคดีให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบทุกพรรค และห้ามกรรมการบริหารพรรคเป็นกรรมการบริหารพรรคใหม่ 5 ปี และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีก 5 ปี พร้อมทั้งชี้แจงคำแถลงการณ์ปิดคดีของพรรคที่มีการระบุว่าอัยการสูงสุดใช้เวลาพิจารณาเพียง 1 วัน และก่อนสรุป นายพชร ยุติธรรมดำรง อสส.เข้าหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ออส.ยื่นให้ยุบพรรค 4 ข้อหา ประการแรก อสส.แก้ตัวว่าสำนวนส่งให้วันที่ 26 มิถุนายน 2549 วันรุ่งขึ้นคณะทำงานของ อสส.ได้แถลงข่าวว่าพยานหลักฐานฟังได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำผิดต่อความมั่นคง ทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตย จึงร้องขอให้ยุบพรรค โดยมีเอกสารเกือบ 1,500 หน้า การอ่านด้วยความพินิจพิเคราะห์ต้องใช้ความรอบคอบ ละเอียด และให้ความเป็นธรรม ไม่มีทางกรรมการทุกคนได้อ่านและวินิจฉัยจนครบ เพียงชั่วข้ามคืน
ส่วนกรณีที่อัยการสูงสุดปฏิเสธไม่ได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น นายถาวร ยืนยันว่า ก่อนที่นายพชร ยุติธรรมดำรง จะเข้าสู่ตำแหน่งอัยการสูงสุด อยู่ในตำแหน่งรองอัยการสูงสุด ลำดับที่ 3 วัฒนธรรมและทำเนียมประเพณีการแต่งตั้งอัยการสูงสุด แม้ว่าจะลงคะแนนของกรรมการในอัยการสูงสุดก็ตาม แต่คณะกรรมการอัยการนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่เคยเอารองอาวุโสอันดับ 3 ขึ้นเป็นอัยการสูงสุด
การเข้าสู่ตำแหน่งของนายพชรถูกจับตามองว่าไม่ใช่เรื่องปกติ เมื่ออัยการสูงสุดได้รับสำนวนจาก กกต. มีอยู่วันหนึ่งเกิดรายงานข่าวจากสื่อมวลชนว่า อัยการสูงสุดได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้น 2-3 วันนายกรัฐมนตรีนัดประชุมข้าราชการ ซี 10-11 ที่ทำเนียบรัฐบาล ดังนั้นข้อระแวงในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้รักษาความยุติธรรมจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ ในฐานะผู้เป็นสมาชิกพรรคที่ถูกยื่นให้ยุบพรรค จึงต้องนำข้อมูลทั้งหมดมาร้องที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ส่วนจะฟ้องกลับนายพชรหรือไม่ พรรคกำลังพิจารณา นายถาวร กล่าว
ด้าน นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ไม่รู้สึกโกรธ และขอยืนยันว่าพิจารณาสั่งคดีไปตามหน้าที่และพยานหลักฐานไม่ได้คิดกลั่นแกล้งใคร
ขณะที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้ร่วมประชุมเพื่ออภิปรายในการพิจารณาคดีบยุบพรรคกลุ่มที่ 2 คือพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า โดยไม่อนุญาตให้ฝ่ายเลขาธิการสำนักงานเข้าร่วมประชุม ต่อมาทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพรรคไทยรักไทย ได้นำคำแถลงปิดคดีจำนวน 60 หน้ากระดาษมายื่นให้ฝ่ายเลขานุการศาลรัฐธรรมนูญ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
