ที่มา - นายวิชา มหาคุณ รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงข้อดีข้อเสียและ 3 ประเด็นร้อนคือตุลาการภิวัตน์- ส.ว.สรรหา-การไม่บัญญัติพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความคิดเห็น ในการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่รัฐสภาขณะนี้ที่มีผู้มีภูมิปัญญาโต้แย้ง 2-3 ประเด็น ก็ขอชี้แจง โดยเรื่องตุลาการภิวัตน์ที่คนเข้าใจว่า ศาลเข้ามามีบทบาทในเรื่องการสรรหาองค์กรอิสระและเป็นส่วนประกอบหลักขององค์กรแก้วิกฤตตามมาตรา 68 ประเด็นดังกล่าวเป็นความเข้าใจที่ผิด โดยคำว่า ตุลาการภิวัตน์ หมายถึง การให้ตุลาการทำหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดด้วยความเป็นธรรมตามหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นตัวแทนของประชาชนที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นองค์กรที่แยกต่างหาก
คำนี้เกิดเมื่อ ค.ศ.1980 ในอิตาลี สเปน ฝรั่งเศส โดยสมัยนั้นการเมืองเป็นสิ่งชั่วร้ายสร้างความพินาศให้บ้านเมือง ฝ่ายการเมืองเข้าแทรกแซงกลไกทุกอย่างจนไม่สามารถแก้ปัญหาบ้านเมืองได้ ในที่สุดต้องมาพึ่งศาลยุติธรรมและศาลรัฐธรรมนูญ ในการวินิจฉัยให้นักการเมืองพ้นจากตำแหน่งหรือติดคุกจากคดีอาญา นำไปสู่การเมืองใสสะอาดอย่างอิตาลีในปัจจุบัน ขณะนี้ประเทศไทยก็สร้างความเข้มแข็งให้ระบบศาล ศาลรัฐธรรมนูญที่อดีตเคยโดนแทรกแซงจนคนเห็นไปศาลที่ชั่วร้าย ประชาชนไม่ไว้ใจ คณะกรรมาธิการฯก็สร้างกลไกให้กลับมาทำให้ประชาชนวางใจและสร้างความเข้มแข็งให้ศาลปกครองมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ในอดีตถูกกระบวนการต่างๆ พยายามแทรกแซงแต่ไม่สำเร็จ นอกจากนี้ก็พยายามสร้างความเข้มแข็งให้กับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ส่วนการที่รัฐธรรมนูญใหม่ที่ศาลเข้ามาเกี่ยวข้องกับ กกต. เพราะ กกต.เป็นแหล่งคัดกรองคนที่จะเข้ามาสู่อำนาจทางการเมืองโดยในอดีต กกต.โดนการเมืองแทรกแซงทำลายความน่าเชื่อถือ เป็นแหล่งที่มาของการทุจริตขนานใหญ่ วันนี้มีจำนวนคดีอยู่ที่ศาลและ ป.ป.ช.จำนวนมาก การให้ศาลฎีกากลั่นกรองใบแดง ใบเหลืองอีกชั้นหนึ่งหลังประกาศรับรองผลในกรณีที่มีการร้องเรียน หรือให้การเลือกตั้งท้องถิ่นสามารถร้องศาลอุทธรณ์ ก็เพื่อเปิดรูระบายให้หายใจได้แล้วช่วยกลั่นกรองให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ทั้งนี้ศาลวินิจฉัยหลายเรื่องเป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะกรณีที่นักการเมืองใช้อำนาจทุจริตประพฤติมิชอบ เช่น กรณีเวียนเทียนผู้สมัครลงเลือกตั้ง สัมภเวสีทางการเมืองแบบนี้ศาลก็วินิจฉัยจัดการ การที่ศาลเข้ามาก็เพื่อเป็นตัวคาน เพราะ กกต.จะมีอำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ อยู่ในองค์กรเดียวไม่ได้
ศาลใกล้เป็นผู้สงบ ใกล้เป็นอรหันต์กันหมดแล้ว ก็ไม่อยากยุ่งกับการเมือง แต่กรณี กกต.ก็มีเสียงเรียกร้องจากประชาชน โดยเฉพาะการสรรหา กกต.ชุดก่อนรัฐประหารที่มีการเสนอชื่อต่อ ส.ว. ประชาชนก็บอกว่า การสรรหาให้ผ่านที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาทั้งหมด เรื่องที่มีการวิจารณ์ว่า ศาลมีบทบาทมากในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งการเป็นกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ หรือเป็นส่วนประกอบขององค์กรแก้วิกฤตตามมาตรา 68 ผมคิดว่าประชาชนให้ความไว้ใจ พอรวมๆ หลายมาตราก็กลายเป็นศาลเข้ามามาก ซึ่งสร้างความวิตกให้ผู้ทรงภูมิปัญญาว่า การเมืองจะเกี่ยวข้องกับศาลมากไป แต่ผมมองว่าเป็นปรากฏการณ์แสดงความสิ้นหลัง หมดหวังกับการเมือง มีอะไรก็ทุ่มเทให้ศาลว่าจะเป็นตัวแทนของประชาชนได้
กรณีศาลมีส่วนในการสรรหา ส.ว. และ ส.ว.สามารถถอดถอนศาลได้ บางส่วนจึงมีความกังวลว่าจะกลายเป็นมีผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างกัน ผมคิดว่าไม่เป็นปัญหา เพราะไม่มีกระบวนการใดชี้ได้เด็ดขาดว่า องค์กรใดมีความน่าเชื่อถือเพราะตนเองกลัวว่าจะถูกถอดถอนภายหลัง ดังนั้นคณะกรรมาธิการฯพยายามคิดว่า จะทำอย่างไรให้ได้องค์กรอิสระที่บริสุทธิ์จริงๆ เพราะผมเคยมีประสบการณ์โดนบล็อคโหวตไม่ให้เป็น กกต.จาก ส.ว.ชุดเลือกตั้งครั้งแรก โดย ส.ว.มาให้ข้อมูลกับตนเองว่า มีกระบวนการบล็อคโหวต แต่ผมไม่ได้เชื่อทั้งหมด แต่ก็เชื่อว่ามีกระบวนการต่อต้านบางคนและแทรกแซง นอกจากนี้ ส.ว.เองในส่วนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาสอบสวนและศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต ก็มีรายงานชัดว่า ที่ผ่านมามีการทุจริตในการแทรกแซงองค์กรอิสระ
คำถามที่ว่าทำไมรื้อกระบวนการเลือกตั้ง ส.ว. ก็เพราะ ส.ว.เลือกตั้งทั้ง 2 ชุดสร้างความตกตะลึง และส่วนใหญ่เป็นฐานอำนาจการเมือง เป็นสภาระดับรองเมื่อเทียบกับสภาผู้แทนฯ ทั้งที่วุฒิสภาควรเป็นพี่เลี้ยง ส.ส.ไม่ใช่เป็นเครื่องมือของเขา ส่วนที่กล่าวหาว่า การสรรหา ส.ว.คือความชั่วร้าย เลือกตั้ง ส.ว.คือความดี ผมขอให้คนที่พูดคิดใหม่ทำใหม่ ระบบราชการ และตุลาการอยู่มาเป็นร้อยๆ ปี รับราชการมาด้วยความสุจริต จะมีทุจริตบ้างก็เป็นส่วนน้อย การได้มาซึ่งตุลาการก็ใช้ระบบสรรหา ระบบเลือกตั้งไปที่ไหนความวุ่นวายไปที่นั่น ดูมหาวิทยาลัยมีเลือกตั้งตำแหน่งต่างๆ ก็มีปัญหาร้องเรียนตลอดเวลา
ผมไม่ปฏิเสธระบบเลือกตั้งที่ผ่านการคัดกรองโดยประชาชน แต่กรีกที่สร้างประชาธิปไตย โดยอริสโตเติลเคยกล่าวว่า การให้ประชาชนเลือกอย่างเดียวโดยไม่มีการคัดกรอง จะสร้างความเลวร้ายไม่ได้ตัวแทนประชาชนที่แท้จริง นักรัฐศาสตร์คงพิจารณาได้ว่า การเลือกตั้งแบบไหนเป็นการเลือกตั้งที่แท้จริง และเป็นการเลือกตั้งที่ดี ทั้งนี้ผมไม่เถียงว่า มีความจำเป็นที่ต้องมีระบบตัวแทน แต่ก็ต้องคัดกรองเข้มงวด ผู้แทนควรมาจากคนที่สง่างาม ไม่ใช่หิ้วกระเป๋าเข้ามาด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความทุจริต คอร์รัปชั่น รวบรวมกลุ่มรวมพวกเขมือบแผ่นดิน ดังนั้นต้องตรวจสอบเข้มว่า ผู้ที่เข้ามาจะไม่มีเจตนาแฝงเร้นเป็นอีแอบ หนี้สินทรัพย์สินต้องแสดงต่อสาธารณะให้หมด ไม่ให้มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือนอมินี อย่างในอดีตที่มีการสืบสาวราวเรื่องพบว่า แม้ไม่ใช่เป็นบริษัทตัวเองแต่เป็นโคตรตระกูลทั้งนั้น ก็ต้องสะสางให้ปรากฏ เพื่อทำให้การเมืองมีจริยธรรม คุณธรรม นักการเมืองต้องมีหิริโอตตัปปะ คือละอายต่อบาปและเกรงกลัวความชั่วร้ายทั้งที่ลับและที่แจ้ง
วันนี้เรื่องที่มา ส.ว. หรือเรื่องมาตรา 68 ยังไม่ยุติ ทุกฝ่ายสามารถเสนอเข้ามาได้ แต่อย่าเสนอแบบแผ่นเสียงตกร่องคือไม่ได้อ่านเนื้อหา แต่พร่ำพรรณนาความชั่วร้ายของรัฐธรรมนูญ เหมือนท่องเอาไว้โดยในสมองไม่มีอะไร ดังนั้นต้องเสนอความคิดที่ดีๆ โต้แย้งมาด้วยเหตุผล บางคนบอกจะไม่รับรัฐธรรมนูญเพราะมาจากการปฏิวัติจึงไม่ถูกต้อง ผมขอเปรียบเทียบว่าหากไปมีความสัมพันธ์กับหญิงและจดทะเบียนไม่ได้ เมื่อท้องขึ้นมาจะให้ลูกออกมาหรือทำแท้ง กรณีนี้ก็เหมือน ด.ช.รัฐธรรมนูญ ตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการรับรองบุตร เมื่อเกิดมาจะไปในทางดีกว่าเก่าหรือไม่ ก็ขอให้ช่วยกันประคับประคอง
สำหรับกรณีการเรียกร้องให้บัญญัติพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ต่างประเทศมี 2 แบบ คือการแยกศาสนจักรกับอาณาจักรออกจากกัน ซึ่งก็เป็นส่วนใหญ่ของรัฐธรรมนูญในโลก กับแบบศาสนจักรและอาณาจักรเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งประเทศเหล่านี้เห็นว่า ศาสนาเป็นเรื่องพิทักษ์ กำจัดสิ่งไม่ดีให้หมดไป แต่บางประเทศเช่น อิรัก ที่มีมุสลิมนิกาย สุหนี่ และชีอะห์ หรือไอร์แลนด์เหนือ ที่มีคริสต์นิกายคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ ก็ยังรบพุ่งกันอยู่ ทั้งนี้ของไทยเรื่องการจะบัญญัติหรือไม่ยังไม่ยุติ แต่ขอให้ศึกษาต่างประเทศให้ดี เบื้องต้นคณะกรรมาธิการฯเห็นว่า หากบัญญัติ ความรุนแรงของศาสนาจะเข้ามาทันทีและเห็นว่าพระไตรปิฎกสำคัญและสูงส่งกว่ารัฐธรรมนูญ จึงไม่ควรนำศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง และจะไม่ให้การเมืองเข้าไปทำให้ศาสนาแปดเปื้อนและขอให้ทุกคนมีจิตใจบริสุทธิ์ช่วยกันผ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
