พลันที่นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ประกาศชัดเจนในรายการสนทนาประสาสมัครว่าทันทีที่สภาเปิด จะเดินเครื่องผลักดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญทันที โดยไม่สนเสียงทักท้วงใดๆ ทั้งสิ้น ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูจากฝ่ายตรงข้ามว่า นายกรัฐมนตรีกำลังราดน้ำมันลงบนกองไฟเพิ่มดีกรีความร้อนระอุให้การเมืองไทยอีกครั้งรายการ คม ชัด ลึก ประจำวันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2551 ตอน แก้ รธน.แก้ปมแห่งทุกข์ !! หยิบยกประเด็นดังกล่าวมาสนทนาในรายการ เพื่อคลายสงสัย แก้รัฐธรรมนูญดับทุกข์ได้จริงหรือไม่
สงวน พงษ์มณี
ส.ส.ลำพูน พรรคพลังประชาชน
มีข้อกังขาว่านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อหนีการยุบพรรคมีความเห็นเรื่องนี้อย่างไร
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นนักยุทธศาสตร์คงตัดสินใจและมีความชัดเจนแล้วว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อนายกรัฐมนตรีฟันธงว่าต้องแก้ก็ต้องแก้ ส่วนจะมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือไม่ค่อยว่ากัน ทั้งนี้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือไม่นั้น ต้องดูกันที่สาระว่าจะแก้กันอย่างไร
ขณะนี้สังคมกำลังเกิดความแตกแยก เมื่อสองวันก่อนชาวบ้านซึ่งมีความเห็นที่แตกต่างกันเกิดการทะเลาะกันจริงๆ โดยไม่มีใครเสี้ยม ซึ่งเกิดจากการถกเถียงเรื่องรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญขณะนี้เป็นปัญหา วิธีการแก้ปัญหาคือต้องแก้รัฐธรรมนูญ คนในสังคมต้องตั้งสติและต้องอดทนรับฟังความเห็นที่แตกต่าง หากไม่ยอมฟังความคิดเห็นของคนอื่น ก็ถือเป็นเรื่องที่อันตราย
ดีใจที่นายกฯ พูดอย่างชัดเจนว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 เป็นฉบับคุณธรรมสมมติ ใช้หลักจินตนาการลงโทษ ถูกหรือไม่ที่คนคนเดียวทำผิดแต่คนอื่นที่ไม่รู้เรื่องด้วยต้องรับโทษด้วย และเห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ใช้แก้เพราะต้องการหนีกรณียุบพรรค เพราะพรรคพลังประชาชนไม่ได้กลัวเรื่องยุบพรรคเพราะมีประสบการณ์จากการถูกยุบพรรคไทยรักไทยมาก่อนแล้วครั้งนั้นต้องใช้เวลาตั้งตัวกว่า 4 เดือน แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ ครั้งนี้จะถูกยุบอีกก็ไม่เป็นไรเพราะ ส.ส.ยังเหนียวแน่นกันอยู่
มีการวิตกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้อาจเป็นตัวจุดชนวนแห่งความแตกแยกให้คนในสังคมจะแก้ปัญหาอย่างไร
ถึงไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญในขณะนี้คนในสังคมก็แตกแยกกันอยู่แล้ว อย่างเช่นที่เชียงใหม่ ตอนนี้น่ากลัวมาก คนสองฝ่ายที่มีความเห็นแตกต่างกันขัดแย้งกันอย่างชัดเจน นับวันยิ่งลุกลาม ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทางพรรคพลังประชาชนมีความคิดที่ตกผลึกแล้วคือต้องแก้ แต่วิธีการแก้นั้นเห็นด้วยที่จะให้มีการตั้ง ส.ส.ร.ชุดที่ 3 ซึ่งมีตัวแทนจากหลายภาคส่วนของสังคมเป็นผู้ดำเนินการ และอยากให้ทุกฝ่ายยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างบ้าง อีกทั้งนายกรัฐมนตรีเป็นคนที่มีความยืดหยุ่นหลายครั้งที่แนวคิดของท่านมีคนอื่นไม่เห็นด้วยจำนวนมาก ท่านก็จะปรับเปลี่ยน
เสรี สุวรรณภานนท์ อดีต ส.ส.ร.ปี 2540 และปี 2550
นายกรัฐมนตรีจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในห้วงที่พรรคพลังประชาชนกำลังจะถูกเสนอยุบพรรคเหมาะสมหรือไม่
ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ใช่เพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 เพราะคนที่เขียนกฎหมายฉบับนี้ไม่รู้มาก่อนเลยว่าใครจะมาใช้ มันเป็นกติกาที่ต้องทำตาม ไม่ใช่คนมาอยู่แล้วอยู่ไม่ได้แล้วโทษว่าเป็นความผิดของรัฐธรรมนูญ อยากถามว่าในครั้งนี้หากนายยงยุทธ ติยะไพรัช ไม่ถูกใบแดง ไม่มีความผิดจะมีการเคลื่อนไหวแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่
ผมห่วงใยในการออกกฎหมายในอนาคต เมื่อไรที่นักการเมืองแก้กฎหมายเพื่อตัวเอง แล้วต่อไปสังคมจะไม่ยอมรับกฎหมาย เพราะเห็นตัวอย่างของนักการเมืองที่ทำผิดแล้วแก้กฎหมายหนีผิดได้ อย่างนี้จะมีกฎหมายไว้ทำอะไร มันไม่ยุติธรรม ใครทำผิดก็ต้องยอมรับผิด กติกาบ้านเมืองต้องยึดไว้
อยากยกตัวอย่างในอดีต กรณีพันท้ายนรสิงห์ ที่เป็นนายท้ายเรือของพระเจ้าแผ่นดิน ทำผิดพลาดจนหัวเรือพระที่นั่งเสียหาย พระเจ้าแผ่นดินในขณะนั้นไม่เอาโทษ ไม่ประหารชีวิต แต่พันท้ายนรสิงห์ไม่ยอมรับการอภัยโทษเพราะต้องการรักษากฎของบ้านเมืองไว้ นักการเมืองในขณะนี้ก็สมควรที่จะเอาเป็นแบบอย่าง
การแก้รัฐธรรมนูญ หากนายกรัฐมนตรีไม่พูดถึงเรื่องการยุบพรรคสามารถทำได้เลย ไม่มีใครห้าม หากไม่ทำเพื่อตัวเอง ซึ่งเมื่อเอาเรื่องยุบพรรคมาเป็นเหตุผลก็ต้องมีคำถามว่ามันถูกแล้วหรือ เป็นนักการเมืองต้องแสดงสปิริตให้ประชาชนเห็น เพราะหากไม่ยอมรับกติกา คนจะหมดศรัทธา ผมเห็นว่าทางออกของบ้านเมืองที่ดีที่สุดขณะนี้คือ ทำผิดแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาล ผิดก็ต้องยอมรับโทษ ไม่ผิดก็ไม่ต้องรับโทษ ทำได้อย่างนี้ทุกอย่างก็จบ
ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญนั้น เห็นว่าไม่สมควรกระทำโดยรัฐบาลฝ่ายเดียว ควรจะทำโดยทุกภาคส่วน โดยการตั้ง ส.ส.ร.3 ขึ้นมาดำเนินการแทน หากทำอย่างนี้จะมีความชอบธรรมมากกว่า และภาวนาว่านายกรัฐมนตรีจะมีความคิดที่เปลี่ยนไป ไม่แก้รัฐธรรมนูญเพราะต้องการหนียุบพรรค เพราะหากทำเพื่อแค่หนียุบพรรค เชื่อว่าประชาชนที่ไม่เห็นด้วยจะแสดงตัวออกมามากกว่านี้ และปัญหาจะลุกลามรุนแรงไปทั่วประเทศ
รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เห็นด้วยกับรัฐบาลที่จะมีการแก้รัฐธรรมนูญในห้วงเวลานี้หรือไม่
เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ทำให้พรรคการเมืองไม่มั่นคง ไม่ส่งเสริมพรรคการเมือง ความเป็นจริงแล้วพรรคการเมืองควรมั่นคงมากกว่านี้ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็ถูกยุบ หากเป็นเช่นนี้กิจการในรัฐสภาจะเดินหน้าลำบาก อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำขึ้นในช่วงที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย แถมยังมีช่องทางให้แก้ไข เมื่อพรรคพลังประชาชนเขาต้องการแก้ ก็ไม่เห็นว่าจะผิดอะไร ส่วนห้วงเวลาจะเหมาะสมหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คงต้องฟังประชาชนส่วนใหญ่เป็นหลักว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้หรือไม่
พรรคพลังประชาชนขณะนี้อยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝา ทางออกที่ดีที่สุดคือต้องเปิดเวทีให้มีการพูดจาเรื่องรัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวาง เพื่อให้เกิดทางออกที่สวยงาม นายกรัฐมนตรีควรอาศัยฐานสังคมผลักดันในการแก้รัฐธรรมนูญดีกว่าจะอ้างเหตุผลเฉพาะการยุบพรรคพลังประชาชน
ทั้งนี้ต้องดูในรายละเอียดว่ามาตรา 237 นั้นควรแก้ตอนนี้หรือไม่ โดยส่วนตัวแล้วหากการแก้รัฐธรรมนูญทำเพื่อแก้มาตราใดมาตราหนึ่งนั้นก็ไม่เห็นด้วย ควรพิจารณากันทั้งฉบับหากมาตราไหนที่ไม่ดี มีอุปสรรค ก็ควรที่จะแก้ไปในคราวเดียว หากรัฐบาลทำเช่นนี้จะได้รับความชอบธรรมที่จะแก้เพียงมาตราใดมาตราหนึ่งเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง
หากพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแล้ว มีการเปิดช่องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตามกฎหมาย นายสมัครมีความชอบธรรมที่จะผลักดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในรายละเอียดและวิธีการแก้นั้นจะต้องทำให้กว้างขวาง ต้องได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ซึ่งหากใช้แรงมวลชนมาเป็นตัวผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าจะแก้เพื่อประโยชน์ของพรรคพลังประชาชนอย่างเดียว
ไพโรจน์ พลเพชร เลขาธิการสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)
หากรัฐบาลผลักดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญในขณะนี้ จะสร้างความแตกแยกให้แก่สังคมจนเกิดปัญหาลุกลามจนเกิดสถานการณ์ความรุนแรงหรือไม่
ไม่เชื่อว่าปัญหาความแตกแยกที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนี้จะสามารถแก้ไขได้โดยการแก้รัฐธรรมนูญ และเห็นว่ายิ่งมีการเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงนี้ยิ่งสร้างความแตกแยกให้แก่สังคม หากยิ่งแก้เพื่อหนีปัญหาการยุบพรรคด้วยแล้ว ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดปัญหาความขัดแย้งมากขึ้นไปอีก
ทั้งนี้ต้องพูดคุยกันว่ากระบวนการแก้ปัญหานั้นควรทำอย่างไร เพื่อให้เกิดความชอบธรรมมากที่สุด และต้องทำจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม ไม่ใช่ทำโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะหากทำโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะเกิดความไม่ชอบธรรม ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเห็นว่าควรที่จะตั้ง ส.ส.ร.3 ขึ้นมาแก้ จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด และหากรัฐบาลยังยืนยันที่จะแก้รัฐธรรมนูญเพียงฝ่ายเดียวเพื่อหนีการยุบพรรค เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่จะออกมาคัดค้านอย่างรุนแรง ซึ่งในส่วนเครือข่ายภาคประชาชนมีการหารือกันในเรื่องนี้กันแล้ว
รายการคม ชัด ลึก-แก้ รธน.แก้ปมแห่งทุกข์ !!
พลันที่นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ประกาศชัดเจนในรายการสนทนาประสาสมัครว่าทันทีที่สภาเปิด จะเดินเครื่องผลักดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญทันที โดยไม่สนเสียงทักท้วงใดๆ ทั้งสิ้น ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูจากฝ่ายตรงข้ามว่า นายกรัฐมนตรีกำลังราดน้ำมันลงบนกองไฟเพิ่มดีกรีความร้อนระอุให้การเมืองไทยอีกครั้ง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
