เพราะความสามารถในการแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าของสาวๆ จน เป็ด อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ เมคอัพอาร์ติสต์ กลายเป็นที่ยอมรับของสาวๆ ในวงสังคมอย่างกว้างขวางมากว่า 10 ปีไม่เพียงแต่จะเป็นเมคอัพมือฉมังเท่านั้น เขายังมีความฝันที่อยากจะเป็นนักเขียนอีกต่างหาก และแล้วความฝันเหล่านี้ก็เป็นจริง เมื่อ ลิปส์ พับลิชชิ่ง ชักชวนให้เขาจับปากการังสรรค์หนังสือของตัวเอง จนออกมาเป็น ฝีปาก ฝีแปรง พ็อคเก็ตบุ๊คเล่มแรกในชีวิต ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตตลอดจนประสบการณ์การทำงานเมคอัพอาร์ติสต์ ที่เขาคร่ำหวอดมานานถึง 20 ปี
ในวันเปิดตัวหนังสือยังได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จมาร่วมงานเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมประทานช่อดอกไม้ สร้างความปลาบปลื้มใจให้เป็ดอย่างหาที่สุดมิได้ โดยปรากฏออกมาทางรอยยิ้มที่เปื้อนหน้าเขาตลอดเวลา
เพราะใช้ฝีแปรงระบายลงบนใบหน้าของสาวหลากหลายวงการ วันนั้นจึงมีสาวๆ มาแสดงความยินดีกับเป็ดกันอย่างเนื่องแน่น อาทิเช่น คุณหญิงต้น ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, ไหม วิสา สารสาส, ฮอลลี่ อัมระนันท์, กุ๊กกี้ ทินกร อัศวรักษ์, ริก้า ดีล่า, เข็ม กฤตธีรา อินพรวิจิตร, ฟอร์ด กุลวิทย์ เลาสุขศรี, อ้อม อิสริยา วิรัชศิลป์, ต้อย นคร สัมพันธารักษ์, ออร์แกน ราศี วัชรพลเมฆ ฯลฯ
ส่วนที่มาเป็นคู่ก็เห็นจะเป็น ออม ดิษยา สรไกรกิตติกุล ที่ควงสามีสุดรักมาออกงานด้วย ไม่ต่างกับ ซินดี้ สิรินยา ที่มาพร้อมคนรัก ไบรอน บิชอฟ, เดือน นิวัตรา ขำแก้ว ก็หนีบแฟนหนุ่มจิ๊บปี้มาด้วย เรียกว่ามาร่วมแสดงความยินดีกันทั้งวงการเลยทีเดียว
เป็ด อภิชาติ เล่าว่า ชื่อหนังสือเล่มนี้เป็นชื่อที่เขาแต่งเอง ซึ่งเนื้อหาในหนังสือจะบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ส่วนตัว ที่ประสบมากับการทำงานในวงการแฟชั่น ซึ่งเป็นอาชีพที่มีการแข่งขันสูงกว่าอาชีพอื่นๆ พอสมควร
หลายๆ คนอาจจะมองว่าเราเป็นเมคอัพอาร์ติสต์ ชีวิตจะต้องเจอแต่เรื่องราวสวยๆ งามๆ แต่จะบอกว่าเราเองก็เจอกับเหตุการณ์ไม่ดีมาเหมือนกัน แต่ถ้าเปรียบเทียบแล้วเรื่องราวที่ไม่ดีเป็นเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้น เมื่อเทียบกับเรื่องดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา หนังสือเล่มนี้จะเป็นเหมือนอุทาหรณ์กับใครที่ท้อแท้ชีวิตก็ดี หรือคนที่อยากทำอาชีพนี้ เขาอ่านแล้วเขาจะได้เอาไปเป็นบทเรียนในชีวิต เผื่อว่าใครที่กำลังเจอคนแบบที่เป็ดเขียนในหนังสือ ให้หลีกเลี่ยงซะ หรือถ้าหลีกไม่ได้ก็จะมีวิธีแก้ให้ในหนังสือเล่มนี้ด้วยเหมือนกัน เมคอัพอาร์ติสต์ชื่อดังกล่าว
เพราะเป็นเมคอัพที่มีฝีปากแรงกล้า หลายคนจึงสงสัยว่า หนังสือเล่มนี้จะมีการแฉใครในวงการที่เขาคลุกคลีด้วยหรือเปล่า ซึ่งเป็ดฟังแล้วถึงกับหัวเราะร่าก่อนจะกล่าวว่า อาจจะมีแฉบ้างนิดหน่อย แต่เป็นการเขียนภาพรวม เพื่อป้องกันตัวเองจะถูกฟ้อง
อย่าไปเรียกว่าการแฉเลย เรียกว่าเป็นการเล่าสู่กันฟังดีกว่า ซึ่งเนื้อหาที่อยู่ในหนังสือจะเป็นการเขียนถึงวงการไฮโซ นางแบบ ดารา ที่เป็ดเจอปัญหากับพวกเขา ก็เอาตัวอย่างมาเขียนให้รู้ว่าตัวอย่างแบบนี้อย่าทำไม่ดี หรือให้หลีกเลี่ยงบุคคลเหล่านี้ และอยากจะบอกว่า ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ แต่หลายคนที่ไม่รู้จับวิธีรับมือกับปัญหาเหล่านี้ หนังสือเล่มนี้เขียนมาก็เหมือนกับเราได้สอนคนด้วย คิดว่าน่าจะดีเหมือนกัน โดยส่วนตัวชอบที่จะสอนคน เพราะอยากจะเป็นครู แต่เมื่อมาถึงตรงนี้แล้วคงจะไปเป็นครูไม่ได้ เพราะฉะนั้นอะไรที่เราสามารถสอนและบอกกับทุกคนได้ เป็ดก็อยากจะทำ เป็ด กล่าวอย่างหนักแน่น
ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายหนังสือเล่มนี้มอบให้มูลนิธิบ้านครูน้อยด้วย ซึ่งเป็ดให้เหตุผลว่า ด้วยความที่เขาชอบให้การศึกษาคน เพราะเขามองว่าการศึกษาเป็นรากฐานของการเรียนรู้ เป็นเครื่องมือ เป็นอาวุธที่จะขับเคลื่อนให้เด็กๆ เหล่านี้เป็นคนดีในสังคมได้นั่นเอง
นอกจากจะได้ความรู้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ในชีวิตแล้ว การจับจองหนังสือเล่มนี้ยังเป็นการทำบุญไปในตัว แบบนี้คงต้องรีบไปหามาเป็นเจ้าของแล้วล่ะค่ะ
++++++++++++++++++++
--
เพราะความสามารถในการแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าของสาวๆ จน เป็ด อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ เมคอัพอาร์ติสต์ กลายเป็นที่ยอมรับของสาวๆ ในวงสังคมอย่างกว้างขวางมากว่า 10 ปี
ไม่เพียงแต่จะเป็นเมคอัพมือฉมังเท่านั้น เขายังมีความฝันที่อยากจะเป็นนักเขียนอีกต่างหาก และแล้วความฝันเหล่านี้ก็เป็นจริง เมื่อ ลิปส์ พับลิชชิ่ง ชักชวนให้เขาจับปากการังสรรค์หนังสือของตัวเอง จนออกมาเป็น ฝีปาก ฝีแปรง พ็อคเก็ตบุ๊คเล่มแรกในชีวิต ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตตลอดจนประสบการณ์การทำงานเมคอัพอาร์ติสต์ ที่เขาคร่ำหวอดมานานถึง 20 ปี
ในวันเปิดตัวหนังสือยังได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จมาร่วมงานเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมประทานช่อดอกไม้ สร้างความปลาบปลื้มใจให้เป็ดอย่างหาที่สุดมิได้ โดยปรากฏออกมาทางรอยยิ้มที่เปื้อนหน้าเขาตลอดเวลา
เพราะใช้ฝีแปรงระบายลงบนใบหน้าของสาวหลากหลายวงการ วันนั้นจึงมีสาวๆ มาแสดงความยินดีกับเป็ดกันอย่างเนื่องแน่น อาทิเช่น คุณหญิงต้น ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, ไหม วิสา สารสาส, ฮอลลี่ อัมระนันท์, กุ๊กกี้ ทินกร อัศวรักษ์, ริก้า ดีล่า, เข็ม กฤตธีรา อินพรวิจิตร, ฟอร์ด กุลวิทย์ เลาสุขศรี, อ้อม อิสริยา วิรัชศิลป์, ต้อย นคร สัมพันธารักษ์, ออร์แกน ราศี วัชรพลเมฆ ฯลฯ
ส่วนที่มาเป็นคู่ก็เห็นจะเป็น ออม ดิษยา สรไกรกิตติกุล ที่ควงสามีสุดรักมาออกงานด้วย ไม่ต่างกับ ซินดี้ สิรินยา ที่มาพร้อมคนรัก ไบรอน บิชอฟ, เดือน นิวัตรา ขำแก้ว ก็หนีบแฟนหนุ่มจิ๊บปี้มาด้วย เรียกว่ามาร่วมแสดงความยินดีกันทั้งวงการเลยทีเดียว
เป็ด อภิชาติ เล่าว่า ชื่อหนังสือเล่มนี้เป็นชื่อที่เขาแต่งเอง ซึ่งเนื้อหาในหนังสือจะบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ส่วนตัว ที่ประสบมากับการทำงานในวงการแฟชั่น ซึ่งเป็นอาชีพที่มีการแข่งขันสูงกว่าอาชีพอื่นๆ พอสมควร
หลายๆ คนอาจจะมองว่าเราเป็นเมคอัพอาร์ติสต์ ชีวิตจะต้องเจอแต่เรื่องราวสวยๆ งามๆ แต่จะบอกว่าเราเองก็เจอกับเหตุการณ์ไม่ดีมาเหมือนกัน แต่ถ้าเปรียบเทียบแล้วเรื่องราวที่ไม่ดีเป็นเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้น เมื่อเทียบกับเรื่องดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา หนังสือเล่มนี้จะเป็นเหมือนอุทาหรณ์กับใครที่ท้อแท้ชีวิตก็ดี หรือคนที่อยากทำอาชีพนี้ เขาอ่านแล้วเขาจะได้เอาไปเป็นบทเรียนในชีวิต เผื่อว่าใครที่กำลังเจอคนแบบที่เป็ดเขียนในหนังสือ ให้หลีกเลี่ยงซะ หรือถ้าหลีกไม่ได้ก็จะมีวิธีแก้ให้ในหนังสือเล่มนี้ด้วยเหมือนกัน เมคอัพอาร์ติสต์ชื่อดังกล่าว
เพราะเป็นเมคอัพที่มีฝีปากแรงกล้า หลายคนจึงสงสัยว่า หนังสือเล่มนี้จะมีการแฉใครในวงการที่เขาคลุกคลีด้วยหรือเปล่า ซึ่งเป็ดฟังแล้วถึงกับหัวเราะร่าก่อนจะกล่าวว่า อาจจะมีแฉบ้างนิดหน่อย แต่เป็นการเขียนภาพรวม เพื่อป้องกันตัวเองจะถูกฟ้อง
อย่าไปเรียกว่าการแฉเลย เรียกว่าเป็นการเล่าสู่กันฟังดีกว่า ซึ่งเนื้อหาที่อยู่ในหนังสือจะเป็นการเขียนถึงวงการไฮโซ นางแบบ ดารา ที่เป็ดเจอปัญหากับพวกเขา ก็เอาตัวอย่างมาเขียนให้รู้ว่าตัวอย่างแบบนี้อย่าทำไม่ดี หรือให้หลีกเลี่ยงบุคคลเหล่านี้ และอยากจะบอกว่า ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ แต่หลายคนที่ไม่รู้จับวิธีรับมือกับปัญหาเหล่านี้ หนังสือเล่มนี้เขียนมาก็เหมือนกับเราได้สอนคนด้วย คิดว่าน่าจะดีเหมือนกัน โดยส่วนตัวชอบที่จะสอนคน เพราะอยากจะเป็นครู แต่เมื่อมาถึงตรงนี้แล้วคงจะไปเป็นครูไม่ได้ เพราะฉะนั้นอะไรที่เราสามารถสอนและบอกกับทุกคนได้ เป็ดก็อยากจะทำ เป็ด กล่าวอย่างหนักแน่น
ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายหนังสือเล่มนี้มอบให้มูลนิธิบ้านครูน้อยด้วย ซึ่งเป็ดให้เหตุผลว่า ด้วยความที่เขาชอบให้การศึกษาคน เพราะเขามองว่าการศึกษาเป็นรากฐานของการเรียนรู้ เป็นเครื่องมือ เป็นอาวุธที่จะขับเคลื่อนให้เด็กๆ เหล่านี้เป็นคนดีในสังคมได้นั่นเอง
นอกจากจะได้ความรู้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ในชีวิตแล้ว การจับจองหนังสือเล่มนี้ยังเป็นการทำบุญไปในตัว แบบนี้คงต้องรีบไปหามาเป็นเจ้าของแล้วล่ะค่ะ
++++++++++++++++++++
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
