ป่าชายเลนถูกทำลายโดยคนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นคนบำรุงรักษาจึงต้องเป็นคนในท้องถิ่น เมื่อปี 2519 ประเทศไทยมีผืนป่าชายเลนมากกว่าสองแสนไร่ มาถึง ปี 2522 เหลือแค่สองหมื่นกว่าไร่ โดยส่วนใหญ่มีการตัดไม้โกงกางไปเผาเป็นถ่าน การร่วมด้วยช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรจึงเป็นเรื่องสำคัญของ ''''''คนบ้านแหลม'''''' อำเภอหนึ่งที่มีผืนป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์ที่สุดมัคคุเทศก์น้อยในชุดนักเรียนมีชื่อ โรงเรียนบางตะบูนวิทยา ปักไว้ตรงอกเสื้อน้องเต้ ด.ช.ธีรวัฒน์ วิเชียรฉาย น้องหนุ่ย ด.ญ.สาธินี เศวะทัต ช่วยกันบรรยายเสียงเจื้อยแจ้ว แล้วพาผู้มาเยือนเดินท่องเที่ยวศึกษาชมธรรมชาติป่าชายเลนบนเส้นทางที่เป็นสะพานไม้สร้างด้วยไม้ตะเคียนและสะพานคอนกรีต ระยะทางยาวประมาณ 415 เมตร เส้นทางสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาตินี้ดูแลโดย ศูนย์อนุรักษ์และศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ที่ต.บางตะบูนนอก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี
ระบบนิเวศป่าชายเลนที่แสนอุดมสมบูรณ์ของโรงเรียนบางตะบูนวิทยา ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติสวยงาม กว่า 20 ไร่ จึงเป็นสถานที่ศึกษาแบบ ห้องเรียนธรรมชาติ ที่น่ามาเล่าเรียนที่สุดในประเทศไทย...ก็ว่าได้ ล่าสุด ก็เพิ่งได้รับรางวัลโรงเรียนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมดีที่สุดของประเทศไทยให้ทั้งครูและนักเรียนหน้าบานด้วยความภาคภูมิใจไปตามๆ กัน
สะพานศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนที่นี่ใช้เวลาเดินชมประมาณ 30-45 นาทีครับ มีต้นไม้ลักษณะการแตกกิ่งก้านสาขาของรากอันแปลกประหลาดที่หาชมได้ยากมากจากป่าชายเลนในพื้นที่อื่นๆ เช่น ต้นโกงกาง รากโค้งลงดิน ส่วนต้นแสม ให้สังเกตว่าจะมีรากแหลมๆ แทงขึ้นบนอากาศ และต้นตะบูน ก็เป็นต้นไม้ที่ขึ้นในป่าชายเลนที่เรานำเปลือกมาต้มให้ได้สีน้ำตาล แล้วนำผ้ามัดย้อมให้เป็นลวดลายเป็นผลิตภัณฑ์โอท็อปของโรงเรียน ผืนละ 20 บาทเท่านั้นค่ะ ''''''น้องหนุ่ย'''''' มัคคุเทศก์สาวน้อย อธิบาย
ตลอดระยะการเดินชมธรรมชาติก็จะได้ยินสรรพเสียงต่างๆจากป่าชายเลน เช่น เสียงกว๊าก-กว๊าก สงสัยจะเป็นลิงแสม?!! เพราะเจ้าของเสียงไม่ปรารถนาจะปรากฏโฉมให้คนเมืองกรุงได้พบเห็น จึงต้องคาดเดากันไปต่างๆนานา น้องเต้ ธีรวัฒน์ มัคคุเทศน์เจ้าถิ่นต้องรีบแจง เสียงนกกระยางครับพี่!! ก่อนชี้ให้ดูลิงเสม(ตัวจริง) ที่โผล่หน้ามาโชว์ตัว หนุ่ยจึงอธิบายวิธีหากินของมันที่จะใช้หาง หรือมือ ล้วงลงในรูให้ปูหนีบแล้วจับกิน ความรู้จริงเหล่านี้บอกความผูกพันกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน
วิวทิวทัศน์ที่งดงามของชายฝั่งทะเลของพื้นที่ป่าชายเลนแห่งนี้ เรายังได้เห็นความผูกพันระหว่างวิถีชีวิตของชาวบ้านกับป่าชายเลนอันเป็นการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน หนุ่ยบอกส่วนอาชีพหลักของคนที่นี่ คือ การเพาะเลี้ยงหอยแครงบริเวณชายฝั่งที่มีดินเลนและเป็นที่ฝังตัวของหอยแครง ซึ่ง อ.บ้านแหลม มีแหล่งหอยแครงและหอยแมลงภู่พันธุ์ดีที่สุดในประเทศ และตลอดระยะเวลาเดินชมธรรมชาติเกือบๆ 30-45 นาทีที่ผ่านมา บนสะพานไม้ที่คณะครูและนักเรียนร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้นด้วยความรู้สึกหวงแหน และความตระหนักถึงคุณค่าอันจะนำไปสู่การอนุรักษ์ป่าชายเลนคงอยู่คู่ท้องถิ่นนี้ตราบนานเท่านานมาเที่ยวจ.เพชรบุรี คราวต่อไป ถ้าใครอยากรู้ว่า มนุษย์เราได้อะไรจากการท่องเที่ยวรูปแบบศึกษาธรรมชาติ?!! ต้องอย่าพลาดมาเยือนโรงเรียนบางตะบูนวิทยาแห่งนี้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
