ทุกคราที่มีพระราชอาคันตุกะมาเยือนประเทศไทย โขน คือมหรสพชั้นสูงที่จัดโชว์ผู้มาเยือนในรูปแบบศิลปะการแสดงที่ประณีตงดงามยิ่งใหญ่ เป็นเอกลักษณ์ของชาติ สร้างสรรค์ขึ้นด้วยภูมิปัญญาสูงส่งอันสั่งสมมายาวนานนับหลายร้อยปีหากกาลเวลานำมากับความเสื่อมถอยในด้านขนบการแสดงนาฏกรรมประเพณีเช่น เรื่องของเครื่องแต่งกาย ทั้งการปักการถักมีความหยาบ ประณีตน้อยลง หรือศิลปะการแต่งหน้า รวมทั้งฉากเครื่องที่ใช้ในการแสดงก็ดูเก่า ทรุดโทรม
ดังนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดแสดงโขนเฉลิมพระเกียรติ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน พรหมาศ ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ จัดแสดงในรูปแบบการบรรเลงคอนเสิร์ตด้วยวงโยธวาทิตออกตัวแสดง ทั้งนี้ เพื่อให้คนรุ่นหลังตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าของโขนอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติมากขึ้น และเป็นการร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสปีมหามงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 75 พรรษา ในปีนี้ด้วย
โดยการแสดงรอบปฐมทัศน์เปิดโรงขึ้นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมาทอดพระเนตรการแสดง ท่ามกลางแขกระดับวีไอพีร่วมชมมากมาย ส่วนประชาชนทั่วไปได้ชมกันในวันที่ 27-28 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
สำหรับพระราชเสาวนีย์ให้จัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนละครขึ้นใหม่นั้นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพรับเป็นแม่งานฝีมือเชิงช่าง โดยระดมช่างทำหัวโขน ช่างปักสะดึงกรึงไหม และช่างเงินช่างทอง เริ่มตั้งแต่ การปักพัสตราภรณ์ ออกแบบและควบคุมการจัดสร้างโดยอ.วีรธรรมตระกูลเงินไทย จากศิลปาชีพกลุ่มจันทร์โสมา หมู่บ้านท่าสว่างต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยใช้วิธีการปักสะดึงกรึงไหมที่มีความพิเศษตรงลวดลายเลือกใช้สีสันตามระบบการใช้สีในงานศิลปกรรมไทยโบราณ ส่วน เครื่องถนิมพิมพาภรณ์ หรือเครื่องประดับ ออกแบบโดย อ.วีรธรรมอีกเช่นกัน สำหรับตัวละครเอก เช่น พระราม พระลักษณ์ พระอินทร์ ทศกัณฐ์ และอินทรชิต ที่ใส่เครื่องเงินสลักดุน กะไหล่ทอง ประดับพลอย ฝีมือวิทยาลัยกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง ส่วนตัวละครอื่นใช้วิธีการหล่อทองแดงชุบทองประดับพลอยสังเคราะห์ เครื่องแต่งกายโขนจึงเป็นอีกหนึ่งสีสัน เมื่อผู้แสดงออกร่ายรำอยู่บนเวที ความสวยงามมันวาวของเครื่องประดับจะส่องประกายเหลืองอร่ามระยิบระยับ แล้วยิ่งถ้าฉากไหนใช้คนแสดงจำนวนหลายคน ความยิ่งใหญ่งดงามยิ่งทบเท่าทวีคูณ
นอกจากการยกเครื่องโขนใหม่ทั้งหมดแล้วแนวการแต่งหน้าก็มีพระราชเสาวนีย์ให้ปรับปรุงด้วย โขนเวทีนี้จึงเป็นการระดมช่างฝีมือทุกแขนง โดย อ.ขวด มนตรีวัดละเอียด ครูสอนศิลปะการแต่งหน้า(เอ็มทีไอ) เผยเทคนิคว่ามีการใช้เส้นลายไทย แต่งให้ดูเป็นละครไทยมากกว่าละครโชว์
การสร้างสรรค์ใหม่ครั้งนี้ มีการประมวลนำภาพการแต่งหน้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาศึกษา เพื่อให้มีลักษณะแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา แต่คงไว้ซึ่งความเป็นไทยให้ได้มากที่สุด โดยเน้นความชัดเจนในเรื่องของลวดลายเส้น ไม่ว่าจะเป็น รูปเส้นดวงตา คิ้ว ที่ต้องรับกับเครื่องประดับ ส่วนในเรื่องของสีเมื่ออยู่บนเวทีใช้สีที่ดูสว่างแต่งแต้มบนใบหน้า สิ่งสำคัญคือเราจะไม่ใช้ขนตาปลอม แต่จะวาดเป็นลายเส้นแทนเป็นเทคนิคสมัยใหม่ คือพยายามทำให้แตกต่างแต่จะคงความเป็นไทยไว้ให้มากที่สุด อ.ขวดกล่าว
ความวิจิตรงดงามของการแสดงครั้งนี้ ถือว่ายิ่งใหญ่ตระการตาไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นบทบาทการแสดงที่นักแสดงทุกคนเล่นได้อย่างจริงจังเข้าถึงอารมณ์ ประกอบกับ หัวโขนสีสันต่างๆ และลวดลายการปักพัสตราภรณ์ที่ใช้สีสันตามระบบการใช้สีในงานศิลปกรรมไทยโบราณ รวมทั้งเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ ที่ล้วนแต่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยฝีมือของคนไทยรุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังจัดสร้างอุปกรณ์ประกอบฉากการแสดงอีกจำนวนมากเช่น ตั่ง เตียง โรงพิธี โดยเฉพาะช้างเอราวัณ ที่มีขนาดใหญ่เทียบเท่าของจริง โดยใช้เวลาในการสร้างกว่า 4 ปี รวมทั้งมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ประกอบการแสดง เพื่อความสมจริง และความสวยงาม
เช่นฉากช้างเอราวัญ นับเป็นไฮไลท์ของการแสดงครั้งนี้กับความยิ่งใหญ่ของฉาก ที่ใช้นักแสดงจำนวนมาก โดยฉากจะทำเสมือนเป็นจิตรกรรมฝาผนัง มีมิติเรียงสูงต่ำสลับกัน มีการใช้สลิงในการประกอบฉาก โดยเฉพาะฉากการต่อสู้ของหนุมานที่เหาะเหินขึ้นไปสู้กับอินทรชิตบนหลังช้างเอราวัณ และมีเทคนิคการหักคอพญาเอราวัญอย่างสมจริง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่คนดูมาก เรียกว่าต้องลุ้นช่วยพระเอกหนุมานกันเลยทีเดียว ซึ่งเป็นฉากที่เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมได้มากที่สุด
สำหรับผู้อำนวยการแสดงโขนโรงนี้คือ สมิทธิศิริภัทร อาจารย์ประจำภาคสาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะม.ศิลปากร และที่ปรึกษาด้านศิลปะส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อธิบายว่า การแสดงเรื่องรามเกียรติ์ครั้งนี้ จะไม่ใช้คำว่า โขน เต็มรูปแบบนัก เนื่องจากมีการจัดแสดงในรูปแบบการบรรเลงคอนเสิร์ตด้วยวงโยธวาทิตของกองทัพบก ซึ่ง อ.สมิทธิ อธิบายเรื่องนี้ว่า นับเป็นการแสดงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในรอบ100 ปี เลยทีเดียว
ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อมีแขกบ้านแขกเมืองเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีในราชสำนัก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์ (พระยศในขณะนั้น) ปรับปรุงการบรรเลงและขับร้องเพื่อแสดงเป็นเกียรติยศในการพระราชทานเลี้ยงต้อนรับในรูปแบบ คอนเสิร์ต ของตะวันตกคือ ปรับปรุงบทให้มีการดำเนินเป็นเรื่องราว เช่น โขน ละครตอนสั้นๆ แต่ยังคงใช้วงปี่พาทย์ และขับร้องตามแบบไทย ส่วนผู้แสดงแต่งกายตามเนื้อเรื่อง แต่ให้แสดงเป็นภาพนิ่ง เพื่อให้ผู้ฟัง ผู้ชม ใช้จินตนาการในการรับชมรับฟังง่ายยิ่งขึ้น ในที่สุดก็ได้ปรับปรุงเป็นการแสดงตามบทคอนเสิร์ตนั้น ส่วนการยกเครื่องใหม่รูปแบบการแต่งหน้าแต่งกายใหม่ครั้งนี้ ก็ได้รับความสนใจจากเยาวชนและโรงเรียนสอนนาฏศิลป์ทั่วประเทศ รวมทั้งประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก เรียกว่าเป็นการแสดงโขนที่งดงามอลังการที่สุด และสิ่งสำคัญคือยังคงไว้ซึ่งความเป็นไทยไว้ได้ครบทุกประการ เป็นของหาชมได้ยากมาก ปัจจุบันที่เด็กบางคนไม่รู้จักโขนเลย คนสมัยนี้นิยมเดินตามศูนย์การค้ามากกว่านิยมเสพศิลปวัฒนธรรมของตนเอง แล้วเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนขึ้นใหม่ ก็เป็นการปลุกกระแสอนุรักษ์ครั้งสำคัญขึ้นอีกครั้ง อ.สมิทธิกล่าว
ส่วนใครที่พลาดโอกาสการแสดงเรื่องรามเกียรติ์ตอน พรหมาศ นี้ อ.สมิทธิ ฝากบอกมาว่าไม่ต้องเสียใจ เพราะจะมีการจัดนิทรรศการที่รวบรวมเอาเครื่องแต่งกายโขนที่ใช้ในการแสดงครั้งนี้จัดโชว์ให้ผู้ที่สนใจเข้าชมกันต่อไป เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้ประชาชนไทยได้ชื่นชมของสวยๆ งามๆ และเข้าใจที่มาที่ไปของมหรสพหลวงชนิดนี้มากยิ่งขึ้น
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
