ทนายความ จา ลั่นพระเอกนักบู๊ไม่ต้องการพบ เสี่ยเจียง ตัวต่อตัว หากข้อเสนอทั้ง 7 ไม่ได้รับการตอบสนอง พร้อมปิดฉากตัวเองอำลาวงการหนังทันที ขณะที่ พันนา ฤทธิไกร เผย เสี่ยเจียง ขอเวลาถกข้อเสนอ พร้อมขู่หากครบ 3 วันพระเอกนักบู๊ยังไม่ติดต่อด้วยตัวเองจะเดินกล้องแทนต่อทันทีหลังจาก นายจารุพล เรืองเกตุ ทนายความของ นายพนม ยีรัมย์ หรือ จา เป็นตัวแทนเข้ายื่นข้อเสนอ 7 ข้อ ต่อสหมงคลฟิล์มแทนพระเอกนักบู๊ชื่อดัง โดยมี นายอัครพล เตชะรัตนประเสริฐ หรือ หนึ่ง ผู้อำนวยการพัฒนาธุรกิจ ลูกชายของนายสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ หรือเสี่ยเจียง ประธานกรรมการบริษัท นายอัจฉริยะ หรั่งเดช ที่ปรึกษาประธานบริษัท และ นายมนตรี ทนายความบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมรับฟังข้อเสนอ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม เวลา 17.00 น. นายปรัชญา ปิ่นแก้ว นายพันนา ฤทธิไกร ผู้ควบคุมงานสร้างภาพยนตร์เรื่ององค์บาก 2 พร้อม นายอัครพล ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ "คม ชัด ลึก" ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่น แชนแนล โดยมีนายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ และนายพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ
นายอัครพล กล่าวว่า ถึงอย่างไรภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก 2 ก็ต้องมีการถ่ายทำต่อ โดยจะให้ นายปรัชญา และ นายพันนา ทำต่อร่วมกัน เนื่องจากภาพยนตร์เรื่องนี้นายพันนาเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดมาตั้งแต่ต้น น่าจะไม่ปัญหาอะไร หากจาจะกลับมาทำต่อก็คงต้องพูดคุยกันอีกครั้ง ถ้าถามความเชื่อมั่นที่เคยมีต่อตัวจานั้น ตอนนี้ถือว่าลดน้อยลงไป เพราะที่ผ่านมาบริษัทเคยสร้างภาพยนตร์ร่วมกับผู้กำกับหลายคน แต่ไม่เคยมีใครเป็นแบบนี้
ด้าน นายปรัชญา กล่าวว่า เรื่องที่จาของบประมาณในการถ่ายทำภาพยนตร์เพิ่มจำนวน 55 ล้านบาท เพราะมองว่าภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวน่าจะสร้างรายได้มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ โดยส่วนตัวถ้าถามว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำเงินได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ในแง่ธุรกิจคาดเดาได้ยาก และคงให้คำตอบไม่ได้ เนื่องจากภาพยนตร์บางเรื่องเหมือนจะทำเงิน แต่ในความเป็นจริงกลับไม่ทำเงิน
ขณะที่ นายพันนา กล่าวว่า ข้อเสนอที่จายืนมานั้น เสี่ยเจียงได้ดูแล้ว อยู่ในช่วงปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร หากได้คำตอบก็จะจัดแถลงข่าวอีกครั้ง ส่วนเรื่องจะเปิดกล้องได้ตอนไหนคงต้องเคลียร์เรื่องนี้ให้จบก่อน แต่ยืนยันว่าจะให้เวลาจา 3 วัน เริ่มจากวันที่ 31 กรกฎาคม ถ้ายังไม่ติดต่อมาด้วยตัวเอง บริษัทคงจะต้องเดินกล้องต่อ เพราะช่วงนี้ได้ประชุมงานกับทีมงานทุกอย่างแล้ว โดยหนังต้องถ่ายทำเสร็จภายในเดือนนี้ให้ได้ แต่เรื่องบทอาจจะต้องปรับนิดหน่อย ให้จามีบทน้อยลง และใช้เทคนิคในการถ่ายทำมาช่วยร่วมด้วย
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง นายจารุพล ทนายความของ จา ซึ่งกล่าวว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากบริษัทสหมงคลฟิล์ม หลังจากยื่นข้อเสนอไป เพียงได้ดูคำให้สัมภาษณ์ของนายปรัชญาผ่านทางรายการหนึ่ง โดยให้ความเห็นว่า เสี่ยเจียงคงไม่รับหลักการที่เสนอไป ซึ่งเรื่องนี้ได้พูดคุยกับจาแล้ว หากเสี่ยเจียงไม่ยอมรับข้อเสนอ โดยจายืนยันเช่นกันว่าจะไม่ขอเข้าไปเจอตัวใดๆ อีก เพราะจาคิดว่าคุยผ่านกระดาษดีที่สุด จะได้ไม่มีข้อโต้แย้ง
"หากเขาไม่ตอบอะไร วันจันทร์ทุกคนจะได้รู้เลย ผมจะบอกอีกครั้ง ซึ่งการแถลงข่าวครั้งนี้อาจจะเป็นการอำลาวงการของจาเลยด้วย เราจะไม่เห็นหน้าจาในหนังเรื่องไหนอีก เมื่อตัวผมมีอำนาจเต็มเป็นตัวแทน มีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เขาไม่อยากคุยด้วย ไม่คุยก็ไม่ต้องพูดกัน เขายังใช้ทนาย แล้วจาจะใช้ทนายไม่ได้หรือ พอจาทำก็กลายเป็นว่าจาหัวแข็ง มันไม่ยุติธรรม จาเองก็บอกว่า ไม่ว่าต่อไปเสี่ยจะให้ทำหนังต่อหรือไม่ก็ยินดี เมื่อวาน (31 ก.ค.) เขาก็หลอกผมไปคุยกัน แต่เมื่อไปถึงกลายเป็นงานแถลงข่าว มีนักข่าวมาเต็มไปหมด ผมถูกกล่าวหาว่ามาวุ่นวาย มันไม่ถูก" ทนายความของ จา กล่าว
ส่วน ข้อเสนอ 7 ข้อ ที่พระเอกนักบู๊เสนอต่อบริษัทสหมงคลฟิมล์นั้น 1.ของบประมาณในการถ่ายทำหนัง ส่วนที่เหลืออีก 20% เป็นเงิน 55 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมค่าโปรดักชั่น ฟิล์ม ค่าตัวดารา ฝ่ายสตูดิโอ โรงถ่าย 2.ทีมงานโปรดักชั่นทั้งหมดจาขอเลือกเอง โดยมีนายพันนา ฤทธิไกร รวมอยู่ด้วย 3.ให้ผู้จัดการส่วนตัวของจาตรวจสอบดูแลบัญชีค่าใช้จ่ายของกองถ่าย และงานโปรดักชั่นทั้งหมด 4.ระยะเวลาการถ่ายทำของงานที่เหลือ กำหนดแล้วเสร็จภายใน 30 พฤศจิกายน 2551 5.ขอความชัดเจนในเรื่องค่าตัวในการแสดง และการกำกับหนังเรื่ององค์บาก2 6.รายได้จากการจัดจำหน่ายการฉายภาพยนตร์ องค์บาก 2 ที่จาจะได้รับจากการกำกับและการแสดง ที่เดิมกำหนดไว้จะได้รับ 25% จากรายได้เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว ขอเปลี่ยนเป็นเหมาจ่าย 50 ล้านบาท และ 7.ยกเลิกสัญญาจ้างนักแสดงของจาทั้งหมดลง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
