เว็บต่างชาติหมิ่นศาสนาพุทธอีกแล้ว นำสัญลักษณ์ทางศาสนารวมทั้งรูปพระพุทธเจ้าไปประดับสินค้าไม่เว้นรองเท้า และเสื้อ สายเดี่ยว หมอประเวศ ชี้ควรทำคู่มือแจกร้านอาหารไทยและสถานทูตไทยทั่วโลก เพื่อทำความเข้าใจคนต่างชาติ ในขณะที่กระทรวงต่างประเทศจี้สำนักพุทธฯ ออกกฎให้ชัดอะไรทำได้อันไหนทำไม่ได้เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่สำนักงานคณะกรรม การวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการวัฒน ธรรมแห่งชาติ (กวช.) ว่า ทางกระทรวงได้รับการร้องเรียนจากเครือข่ายภาคประชาชนที่พบเว็บไซต์แห่งหนึ่งนำผลิตภัณฑ์ที่มีรูปประดับด้วยสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนามาจำหน่าย อาทิ รองเท้า ย่าม แก้วน้ำ เนกไท ผ้ากันเปื้อน พวงกุญแจ และที่สำคัญมีการนำรูปพระพุทธเจ้ามาประดับลวดลายรองเท้าสตรี และนำรูปพระพุทธรูปปางลีลามาติดบนเสื้อสายเดี่ยวของผู้หญิงตรงบริเวณหน้าอกด้วย ซึ่งตนเห็นว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
ผมได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติรับทราบแล้ว โดยเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นของต่างประเทศ ดังนั้นย ย ย วธ.จะประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศให้ประสานไปยังประเทศผู้ผลิต เพื่อทำความเข้าใจถึงความไม่เหมาะสม เพราะพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งเคารพสูงสุดของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ในขณะเดียวกันผมอยากวิงวอนพุทธศาสนิกชนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เป็นการดูหมิ่นพระพุทธศาสนา ให้แจ้งมาได้ที่กระทรวงวัฒนธรรม จะได้ช่วยกันดำเนินการให้เหมาะสมต่อไป รมว.วัฒนธรรม กล่าว
ศ.นพ.ประเวศ วะสี คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กล่าวว่า ตนได้เสนอให้มีการจัดทำคู่มือสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสัญ ลักษณ์ ทางพระพุทธศาสนา เผยแพร่ไปยังร้านอาหารไทยกว่า 8,000 ร้านทั่วโลก เพื่อสอนชาวต่างชาติไม่ให้เกิดการก้าวล่วงทำลายพระพุทธศาสนา นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศ ควรเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาให้มีมติเสนอต่อยูเนสโก เพื่อแจ้งประเทศสมาชิกได้รับทราบด้วย
ศ.พิเศษ เอกวิทย์ ณ ถลาง คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กล่าวว่า การหมิ่นพระพุทธศาสนา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆย และยังไม่สามารถแก้ไขได้อ ย่างจริงจัง ตนจึงมีข้อ เสนอที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ 1. วธ.ควรจัดทำข้อ ห้ามการกระทำดูหมิ่นพระพุทธศาสนาที่ชัดเจนและแจกจ่ายไปยังสถานทูตไทยทั่วโลก และให้ วธ. เป็นเจ้าภาพจัดตั้งหน่วยงานเฝ้าระวังเกี่ยวกับการดูหมิ่นพระพุทธศาสนา และควรมีการติดต่อกับกระทรวงการต่างประเทศโดยตรงด้วย
ด้านนายอภิวัฒน์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง รักษาการผู้อำนวยการกองประมวลและวิเคราะห์ข่าว กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ต้องยอมรับว่า บางครั้งไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะผู้กระทำอยู่ต่างประเทศ ซึ่งใช้กฎหมายคนละฉบับและเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้นทางออกของเรื่องนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้กำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ ให้ชัดเจนว่าสิ่งใดทำได้หรือทำไม่ได้ ซึ่งเคยร้องขอไปตั้งแต่ปี 2550 แล้วแต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
