กิติศักดิ์ รื่นรวยปัญหาการขอสัมปทานเหมืองแร่ที่อ.บ้าน ลาด จ.เพชรบุรี กำลังมีปัญหา มีเสียงคัดค้านจากชาวบ้านในพื้นที่อื้อ เริ่มจากนายวิเชียร เรียบร้อย ในฐานะผู้ประสานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อ.บ้าน ลาด กล่าวว่า ขณะนี้ใบอนุญาตประทานบัตรทำเหมืองแร่วุลแฟรม ของนายไพรทัน เครือแก้ว ณ ลำพูน ที่ขอสัมปทานทำเหมืองแร่ไว้ตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. 2537 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ายางหัก-เขาปุ้ม หมดอายุสัมปทานไปแล้วเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2550
หลังจากหมดสัมปทาน ทางชาวบ้านไม่ต้องการให้มีการต่อใบอนุญาตทำเหมืองแร่ต่อไปอีก เพราะการทำเหมืองแร่ต้องระเบิดภูเขา ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ที่สำคัญผู้สัมปทานเดิมก็มากอบโกยเอาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ไปเกือบ 20 ปี เอาทรัพยากรในพื้นที่ไปทำมาหากินมากพอสมควร เพราะที่ผ่านมาทำลายเขาไป 2 ลูกแล้ว คือ เขาปุ้ม เขาหมู ปัจจุ บันกำลังรุกลามมาถึงเขาแด่น ซึ่งชาวบ้านไม่ยอม แม้ปัจจุบันใบสัมปทานจะหมดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค. 2550 แต่เจ้าของเหมืองแร่เดิมยังระเบิดเขาลูกใหม่ ชื่อเขานมแอก สร้างความเจ็บปวดแก่ชาวบ้านที่พบเห็น นายวิเชียรกล่าว
คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวุฒิสภา นำโดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานกรรมาธิการ คณะกรรมการทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวุฒิสภา น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี กรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม กรรมาธิการตรวจสอบการทุจริต และคณะกรรมาธิ การด้านป่าไม้ของวุฒิสภา เดินทางมาตรวจสอบพื้นที่เขาแด่น ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ายางหัก-เขาปุ้ม ต.ห้วยข้อง-ต.ห้วยลึก อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2551 ที่ผ่านมา หลังทางแกนนำชาวบ้าน แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อ.บ้านลาด อาทิ นายสมชัย บังจิต ผอ.โรงเรียนบ้านหนองโสน อ.วิเชียร เรียบร้อย นายประจักษ์ เชื้อเกตุ ประธานสภาอบต.ห้วยลึก ส่งหนัง สือร้องเรียนคัดค้านการต่อสัมปทานทำเหมืองแร่บนเทือกเขาดังกล่าวไปยังวุฒิสภา
เมื่อคณะกรรมาธิการเดินทางมาถึงหมู่บ้าน พื้นที่ต.ห้วยลึก ทางแกนนำชาวบ้าน รวมทั้งแกนนำกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม อ.บ้านลาด นำหนังสือพร้อมรายชื่อชาวบ้านที่คัดค้าน ส่งมอบให้กับคณะวุฒิสภา พร้อมกับชี้แจงเหตุผลของการคัดค้านว่า ไม่ต้องการให้ต่อสัมปทานทำเหมืองแร่บนเทือกเขาแด่นอีกต่อไป โดยให้เหตุผลว่าต้องการรักษาธรรม ชาติบนเทือกเขาแด่นไว้ให้เป็นปอดแก่ชาวบ้านในพื้นที่
จากนั้นทางคณะเดินทางไปยังสถานที่ทำเหมืองแร่วุลแฟรม บริเวณเทือกเขาดังกล่าว เบื้องต้น นายไพรทัน เครือแก้ว ณ ลำพูน ชี้แจงให้ทางคณะกรรมาธิการวุฒิสภาทราบว่า ขอสัมปทานทำเหมืองแร่ไว้ในเนื้อที่ 91 ไร่ ซึ่งทำไปแล้วประมาณ 10 ไร่ โดยขอรับใบประทานบัตรทำเหมืองแร่ตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. 2537 โดยเขาดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ายางหัก-เขาปุ้ม และหมดอายุสัมปทานเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2550 หากไม่ได้รับการต่อสัมปทานใหม่ จะทำให้เกิดความเสียหาย เพราะลงทุนด้านงบประมาณไปมากแล้ว ส่วนการระเบิดเขานมแอกนั้น ไม่รู้ว่าใครมาระเบิด และนำหินออกไป
สำหรับพื้นที่เขาแด่น ก่อนหน้านี้ ไม่มีความชัดเจนว่าพื้นที่เขาอยู่ในเขตของตำบลใด แรกเริ่มได้มีการขอสัมปทานในตำบลห้วยข้อง แต่ต่อมาตำบลห้วยข้อง ยุบไปรวมกับตำบลหนองกะปุ นายไพรทัน จึงทำเรื่องขอต่อสัมปทานทำเหมืองแร่ ไปยังอบต.หนองกะปุ แต่ทางสภาอบต.ไม่อนุญาต นายไพรทัน จึงเปลี่ยนไปขอทางอบต.ห้วยลึก เนื่องจากทางขึ้นเขาจะต้องผ่านพื้นที่ ต.ห้วยลึก และทางสภาอบต.ห้วยลึก มีมติ 7 ต่อ 5 เห็นควรอนุญาตให้ต่อสัมป ทาน ซึ่งทางแกนนำที่คัดค้านมองว่าเป็นการขออนุญาตแบบเปิดสภาเร่งด่วน เพราะหลังจากนั้นไม่นานสมาชิกสภาและคณะผู้บริหารหมดวาระ และมีการจัดเลือกตั้งใหม่ โดยทางสภาชุดใหม่ขอให้ทำประชาพิจารณ์ก่อน หากชาวบ้านลงมติอย่างไร ก็จะฟังเสียงชาวบ้านเป็นหลัก
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานกรรมาธิการ คณะกรรมการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวุฒิสภาเผยว่า หลังตรวจสอบพื้นที่ พบว่าพื้นที่ยังมีความสมบูรณ์ของทรัพ ยากรธรรมชาติไม่ควรนำมาทำเป็นเหมืองแร่ ฝากถึงข้าราชการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนอนุญาตต้องดูความคุ้มค่า ระหว่างสิ่งที่ได้มากับสิ่งที่ต้องสูญเสียไป และต้องศึกษาให้ละเอียดว่าการทำเหมืองแร่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต ชุมชน และประชาชนด้วย
ด้านน.ส.สุมล สุตะวิ ริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี เผยว่า เสียใจกรณีทางผู้ว่าฯเพชรบุรี เซ็นอนุญาตผ่านจังหวัดไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่การขอต่อสัมปทานทำเหมืองแร่บริเวณเขาแด่น ชาวบ้านร้องคัดค้านมาตลอด เพราะคงคิดว่ามันเป็นเรื่องของการต่อสัมปทาน จึงไม่จำเป็นต้องมาทำประชาพิจารณ์ขอความคิดเห็นชาวบ้านก่อนพิจารณาอนุมัติ โดยเมื่อปีที่ผ่านมา ทางชาวบ้านคัดค้านไม่ให้มีการต่อสัมปทาน อย่างไรก็ตามทราบว่าหลังคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวุฒิสภา ลงมาตรวจสอบพื้นที่ ทางผู้ว่าฯให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัด ทำหนังสือขอระงับการต่อสัมปทาน ทำเหมืองแร่ไปยังกรมอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่แล้ว เพราะชาวบ้านในพื้นที่คัดค้าน
ดังนั้นถ้าทางอุตสาหกรรมจังหวัดไม่รีบดำเนินการถือว่าละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่สำคัญบริเวณเขาแด่น ยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก เมืองเพชรมีการสัมปทานทำเหมืองแร่และโรงงานถลุงแร่อยู่หลายแห่งแล้ว ควรเพียงพอแล้ว บริเวณเขาแด่นแห่งนี้ ควรจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสืบไป
หน้า 30
ข้อมูลจาก ข่าวสด
