ปลอมเอกสารร.ร.หลอกฟัน5แสน ยันครูไม่เกี่ยว-พร้อมหาที่เรียนให้เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 กรกฎาคม ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ กรุงเทพมหานคร นางอ่องจิต เมธยะประภาส ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีผู้ปกครองนักเรียน ด.ช.จักรภพ แก้วกล้า เข้าพบคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนกรณีที่จ่ายเงินค่าแป๊ะเจี๊ยะ 5 แสนบาท ให้แก่นาย ช ซึ่งอ้างตัวเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ แต่พอเปิดภาคเรียนวันแรกก็ถูกทางโรงเรียนให้ออก เพราะ ด.ช.จักรภพไม่มีรายชื่อเป็นนักเรียน ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ขณะนี้ทางโรงเรียนได้สอบสวนกรณีที่มีครูของโรงเรียนที่ถูกระบุว่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกค่าแป๊ะเจี๊ยะแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเองได้สอบสวน และสอบปากคำครูที่ถูกกล่าวหาแล้ว ซึ่งครูคนดังกล่าวมีตัวตนจริง แต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนาย ช แต่อย่างใด เพียงแต่ได้พูดคุยกับนาย ช และเป็นการพูดคุยกันธรรมดา เนื่องจากนาย ช เคยเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนแห่งนี้ และนาย ช ยังบอกด้วยว่าได้พาหลานมาสมัครเรียน ซึ่งครูคนดังกล่าวก็ไม่ได้สอบถามอะไรมาก ทั้งนี้ นาย ช ยังอ้างอีกด้วยว่าทำงานเป็นสจ๊วตของสายการบินแห่งหนึ่งในไทย
โรงเรียนเตรียมพัฒน์ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนาย ช และแฟนสาว ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารของทางโรงเรียน เพราะเมื่อเปรียบเทียบเอกสารดูแล้วจะเห็นว่านาย ช ทำเอกสารปลอมขึ้นมาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จรับเงิน เอกสารการมอบตัว แม้กระทั่งตราสัญลักษณ์ของโรงเรียน และนาย ช ยังได้หลอกให้นำตัว ด.ช.จักรภพเข้าไปเรียนในชั้น ม.4/8 ซึ่งเป็นห้องเด็กเก่งในระดับชั้น ม.4 ด้วย แต่เรื่องมาแตกภายหลังชั่วโมงโฮมรูม เพราะครูประจำชั้นเช็คชื่อแล้วไม่พบรายชื่อ ด.ช.จักรภพ จึงได้ไปสอบถามรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ก็ไม่พบรายชื่อ จึงต้องเชิญตัวออกจากโรงเรียน อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนยินดีให้ความช่วยเหลือโดยจะจัดหาที่เรียนให้ แต่อยากให้ผู้ปกครองเข้ามาคุยกันก่อน เพื่อที่จะนำเข้าหารือกับคณะกรรมการสถานศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2 ก่อน นางอ่องจิตกล่าว
นางอ่องจิตกล่าวอีกว่า ที่ผู้ปกครองของ ด.ช.จักรภพระบุว่านาย ช มีความสนิทสนมกับครูในโรงเรียนจนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือนั้น เป็นเพราะว่านาย ช เคยเรียนอยู่ชั้น ม.3 ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ จึงสนิทสนมกันเป็นธรรมดาระหว่างลูกศิษย์กับครู ดังนั้น อยากฝากไปถึงผู้ปกครองทุกคนว่า อย่าหลงเชื่อกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ เพราะจะส่งผลให้ผู้ปกครองต้องสูญเสียเงินอย่างไม่จำเป็น
คุณหญิงกษมากล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และทราบว่าทางโรงเรียนได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เรียบร้อยแล้ว คาดว่าเร็วๆ นี้ นางอ่องจิตคงจะรายงานข้อเท็จจริงมายังตน ส่วนการดำเนินการคงต้องรอให้ทางโรงเรียนชี้แจงมาก่อน เนื่องจากขณะนี้โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการกำลังหารือถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่
หน้า 22
ข้อมูลจาก มติชน
