ศธ.ยอมถอยเลิกรื้อชุดลูกเสือ ปลัด ศธ. แถลงข่าว บอร์ดใหญ่ลูกเสือยังไม่รับรู้เรื่อง เป็นแค่ความเห็นของคณะทำงานระดับล่าง ยืนยัน ไม่มีนโยบายซ้ำเติมผู้ปกครอง ในภาวะเศรษฐกิจเช่นปัจจุบัน ผู้ทรงคุณวุฒิสภาลูกเสือแห่งชาติค้านเปลี่ยนเครื่องแบบลูกเสือไทย
(27พ.ค.) ดร.จรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ในฐานะรองประธานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ พร้อมด้วย นายบุญรัตน์ วงศ์ใหญ่ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่มีการเสนอข่าว ศธ.เตรียมรื้อชุดลูกเสือ-เนตรนารีที่ใช้อยู่ในปัจจุบันโดยออกกฎกระทรวงกำหนดเครื่องแบบใหม่มาใช้แทน ว่า เรื่องนี้สืบเนื่องจากการที่ ศธ.ต้องจัดทำกฎหมายลูก จำนวน 34 ฉบับ เพื่อรองรับพ.ร.บ.ลูกเสือ 2551 ฉบับใหม่ที่เพิ่งประกาศใช้ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมื่อพ.ร.บ.ลูกเสือฉบับเก่าถูกยกเลิก กฎหมายที่เกี่ยวข้องย่อมถูกยกเลิกตามไปด้วย
คณะกรรมการบริหารลูกเสือที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน จึงได้ตั้งคณะทำงานมาจัดทำกฎหมายลูกรองรับ พ.ร.บ.ลูกเสือฉบับใหม่ ซึ่งรวมถึงได้ตั้งคณะทำงานกฎกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบ และการแต่งกายลูกเสือ มายกร่างกฎกระทรวงกำหนดการแต่งกาย เครื่องแบบลูกเสือด้วย
ข้อมูลที่ถูกเสนอข่าวไปนั้นเป็นแค่ความเห็นเบื้องต้นของคณะทำงานระดับล่างเท่านั้น ยังไม่ใช่ข้อยุติ เพราะตามขั้นตอนแล้วจะต้องเสนอเรื่องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ก่อน จึงค่อยเสนอกร่างกฎกระทรวงดังกล่าวขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วประกาศใช้ได้ แต่เรื่องนี้ยังไม่มีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ต้องรอดูว่า คณะกรรมการจะพิจารณาอย่างไร แต่คณะกรรมการฯกำลังปรับโครงสร้างคณะกรรมอยู่จึงยังไม่สามารถพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้ และที่สำคัญ คณะกรรมการฯไม่มีนโยบายที่จะให้เปลี่ยนแปลงเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ปกครอง ปลัด ศธ. กล่าวและว่า
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศธ.เองในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารลูกเสือ มีนโยบายชัดเจนไม่ต้องการซ้ำเติม เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาให้ผู้ปกครอง นอกจากนั้น เครื่องแบบลูกเสือที่ใช้อยู่นั้น สามารถสะท้อนความเป็นลูกเสือไทยได้อย่างดี ไม่มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อคณะกรรมการบริหารลูกเสือไม่มีนโยบายให้ปรับเปลี่ยนเครื่องแบบ ทำไมจึงปล่อยให้คณะทำงานดำเนินการมาจนถึงขั้นนำแบบชุดใหม่ออกประชาพิจารณ์ 4 ภาค แล้ว ดร.จรวยพร กล่าวว่า คณะทำงานทำอะไรไปบ้างนั้นเป็นเรื่องของคณะทำงาน แต่คณะกรรมการบริหารลูกเสือยังไม่รู้เรื่อง
ดร.จรวยพร กล่าวอีกว่า การปรับเปลี่ยนเครื่องแบบนั้น เป็นอำนาจของคณะกรรมการฯ ไม่ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ยกเว้นการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 80 คนในคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ จะต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ
ปลัด ศธ. ยังกล่าวด้วยว่า เครื่องแบบลูกเสือในปัจจุบันนั้นวิวัฒนาการมาจากเครื่องแบบลูกเสือในสมัย ร.6 ซึ่งเครื่องแบบลูกเสือในสมัย ร.6 เลียนแบบมาจากชุดของลอร์ดเบเดน เพาเวล ผู้ให้กำเนิดลูกเสือโลก และปัจจุบันมีนักเรียนประถม มัธยม ปวช. เรียนลูกเสืออยู่ประมาณ 4 ล้านคน
นายบุญรัตน์ กล่าวว่า คณะทำงานได้หารือกันเนื่องจากเครื่องแบบนี้ใช้กันมานานแล้ว แต่โลกในปัจจุบันมีวิวัฒนาการมากขึ้น เครื่องแบบลูกเสือของชาติต่าง ๆ ก็มีการพัฒนา คณะทำงานจึงเสนอด้วยความหวังดี เปลี่ยนแปลงเครื่องแบบลูกเสือไทยให้มีความทันสมัย แต่ยังไม่มีข้อยุติในเรื่องนี้ อยู่ระหว่าง 2 แนวคิด คือ จะอนุรักษ์ให้คงเดิม หรือจะพัฒนาให้มีความทันสมัยมากขึ้น จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ทั้งนี้ แนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนคณะทำงานมองว่ามี 2 องค์ประกอบที่จะต้องดู คือ 1. เครื่องแต่งกายและเครื่องหมาย ซึ่งเป็นโลหะ โดยมองว่าหากปรับเปลี่ยนเป็นผ้าและใช้วิธีปักติดเสื้อ จะปลอดภัยและประหยัดมากกว่าการใช้โลหะเพราะหากเด็กทำหายผู้ปกครองจะต้องเสียเงินซื้อใหม่
ผู้ทรงคุณวุฒิสภาลูกเสือแห่งชาติค้านเปลี่ยนเครื่องแบบ
นายกมล พันธุ์มีเชาวน์ วัย 84 ปี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือแห่งชาติซึ่งทำหน้าที่นี้มา 12 สมัย กล่าวว่า ทราบมา 3-4 เดือนแล้วว่ามีผู้บริหารสภาลูกเสือแห่งชาติกลุ่มหนึ่งที่เป็นคนรุ่นใหม่ไปเห็นชุดลูกเสือต่างประเทศเช่น ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ซึ่งมีความแปลกและสวยงาม จึงอยากดัดแปลงชุดลูกเสือไทยให้มีความแปลกและสวยงามบ้าง โดยส่วนตัวเห็นว่าชุดลูกสือไทยที่ใช้ในปัจจุบันเหมาะสมดีอยู่แล้วเพราะเน้นความประหยัด ราคาถูกโดยเฉพาะยุคนี้เศรษฐกิจไม่ดี ข้าวของมีราคาแพง และเครื่องแบบลูกเสือที่ดัดแปลงใหม่ไม่ใช่สีกากีซึ่งเป็นสีที่คนไทยนิยม หากจะเปลี่ยนแปลงชุดลูกเสือควรเปลี่ยนแปลงเฉพาะเครื่องหมายลูกเสือที่เป็นโลหะทองเหลือง เช่น เครื่องหมายลูกเสือที่ติดอยู่ที่หมวก หน้าอก ไหล่ ซึ่งต้องขัดทองเหลืองและหลุดง่ายโดยเฉพาะเวลาที่นักเรียนสะพายเป้โดยควรใช้ผ้าปะที่มีเครื่องหมายลูกเสือแทน
นายกมล กล่าวอีกว่าส่วนที่ผู้บริหารสภาลูกเสือแห่งชาติระบุมีการจัดประชาพิจารณ์การปรับเปลี่ยนเครื่องแบบลูกเสือตามร่างกฎกระทรวงกำหนดเครื่องแบบและการแต่งกายลูกเสือซึ่งดำเนินการตามมาตรา 51 ของพ.ร.บ.ลูกเสือแห่งชาติฉบับใหม่มา 4 ครั้งแล้วนั้น ไม่เคยทราบเรื่องมาก่อนและไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่งทราบเมื่อไปร่วมประชุมลูกเสือแห่งชาติเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมาที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กทม.โดยได้ยินผู้บริหารสภาลูกเสือแห่งชาติหลายคนพูดคุยกัน ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะลูกเสือแห่งชาติไม่ได้มีการพิจารณาและไม่ได้มีมติรับหลักการเรื่องการเปลี่ยนเครื่องแบบลูกเสือ
"การเปลี่ยนเครื่องแบบลูกเสือนั้นเป็นเรื่องที่บุคคลคณะหนึ่งในคณะลูกเสือแห่งชาติคิดขึ้นมาเอง แต่ยังใช้ไม่ได้เพราะต้องให้คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเห็นชอบก่อน หากได้รับความเห็นชอบก็ต้องออกข้อบังคับขึ้นมารองรับจึงใช้ได้"นายกมล กล่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
