พม.ปิ๊งฮาราจูกุเมืองไทยสร้างลานเอ็กซ์ตรีมเอาใจไอเดียกระฉูด “รมว.แรงงาน” จับมือ IMM เตรียมส่ง “เด็กแว้น” ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น แก้ปัญหาจยย.ป่วนเมือง ระบุหากมาสมัครจะพิจารณาเป็นพิเศษ เผยทำงาน 3 ปี กินเงินเดือน สองหมื่นสี่พันบาท อยู่ครบตามกำหนดได้โบนัสติดกระเป๋ากลับบ้านอีก 2 แสน เชื่อเด็กจะมีอนาคตที่ดี แถมช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ที่ไม่มีเวลาเลี้ยงดูอบรมลูก ขณะที่ “สุธา” ลั่น “ ไม่ตามก้น” “วัฒนา” จัดสนามแข่งให้ขาโจ๋ซิ่งแน่ เตรียมจัดลานกิจกรรมเอ็กซ์ตรีม เป็นแหล่งให้เด็กโชว์ฮีโร่ เปรยน่าจะเป็นทางออกที่ดี ด้านกรมพินิจฯ เตรียมนำร่องใช้ขาโจ๋จยย.ป่วนเมืองเป็นหนูทดลองมาตรการเคอร์ฟิวส์ห้ามออกจากบ้านหลัง 4 ทุ่ม
ที่กระทรวงแรงงาน วันที่ 13 ก.พ. นางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.แรงงาน แถลงหลังจากนายเคียวเออิ ยานากิซาวา ที่ปรึกษาอาวุโสสมาคมพัฒนาแรงงานระดับชาติ ในสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (IMM) ประเทศญี่ปุ่นเดินทางเข้าพบว่า จากการหารือกับผู้แทน IMM ต้องการให้กระทรวงแรงงานจัดส่งแรงงานที่เป็นเยาวชน มีวุฒิการศึกษา ปวช., ปวส. ด้านช่างกล เพื่อไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 51 เป็นเวลา 3 ปี โดยจะได้รับเงินเดือนเดือนละ 80,000 เยน หรือ 24,000 บาท พร้อมที่พักประกันภัย และค่าพาหนะ นอกจากนี้เมื่อฝึกงานครบ 3 ปีแล้วจะได้รับประกาศนียบัตรและเงินพิเศษประมาณ 200,000 บาท ที่สำคัญการฝึกงานครั้งนี้ IMM จะรับผิดชอบค่าเดินทางทั้งหมดโดยตั้งเป้าว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะรับเข้าทำงาน 3,000 คน ในปี 51 จะรับจำนวน 963 คน เพื่อเข้าฝึกงานในโรงงานชิ้นส่วนรถยนต์อิเล็กทรอนิกส์
รมว.แรงงาน กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยได้เดินทางไปทำงานที่ญี่ปุ่นแล้วจำนวน 1,500 คน จึงได้ประสานความร่วมมือกับกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรับสมัครเด็กนักเรียนวัยรุ่นไปทำงานในเชิงสร้างสรรค์ โดยเฉพาะบรรดาเด็กซิ่งรถมอเตอร์ไซค์กวนเมือง (เด็กแว้น) หากมีความสนใจจะไปทำงานอย่างจริงจังจะรับพิจารณาเป็นพิเศษเพื่อให้เด็กเหล่านี้มีอนาคตที่ดี ขณะเดียวกันจะแก้ปัญหาสังคมไปด้วย เชื่อว่าแนวทางนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ที่ต้องไม่มีเวลาเลี้ยงดูอบรมลูก
ขณะที่นายสุธา ชันแสง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงนโยบายการแก้ปัญหาเด็กแว้นว่า ยอมรับว่านโยบายของนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว. พม. ในการจัดสนามแข่งรถให้เด็กได้ผลระดับหนึ่ง แต่แนวทางการแก้ปัญหาของตนคงไม่ไปจัดสนามแข่งรถซิ่งให้เด็ก แต่จะหากิจกรรมที่สร้างสรรค์มาให้เด็ก โดยจะนำแนวปฏิบัติอย่างในฮาราจูกุ หรือชินจูกุของประเทศญี่ปุ่น ที่จัดลานกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เด็กได้แสดงออกอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องการแต่งตัว ดนตรี วาดรูป และกิจกรรมท้าทาย เช่น กิจกรรมเอ็กซ์ตรีม โดยตนกำลังหารือกับ ผอ.สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ (สท.) เพื่อประสานผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่เพื่อจัดหา สถานที่ทำกิจกรรมให้เด็กและเยาวชน เด็กวัยนี้ชอบที่จะเป็นฮีโร่ จึงต้องหาสิ่งที่จะให้เด็กแสดงออกถึงความเป็นฮีโร่ให้ได้แสดง น่าจะเป็นทางออกให้เด็กได้
ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองอธิบดี กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการเสนอนโยบายห้ามเด็กและเยาวชนออกจากบ้านหลังเวลา 22.00 น. ว่า ในระยะสั้นได้เตรียมนำร่องใช้มาตรการห้ามเด็กและเยาวชนชายออกจากบ้านหลัง 22.00 น. กับกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีแข่งรถในทางสาธารณะในพื้นที่ของ สน.พญาไท สน.ตลาดพลู และ สน.ท่าข้าม โดย ผอ.ศูนย์แรกรับเด็กและเยาวชนชายบ้านเมตตา จะกำหนดมาตรการดังกล่าวรวมกับมาตรการแก้ไขบำบัดพฤติการณ์ขับแข่งซิ่งในรายงานผลการสืบเสาะประวัติครอบครัว การศึกษา ความประพฤติของพนักงานคุมประพฤติ เพื่อเสนอต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางพิจารณาออกคำสั่งถึงแนวทางการดำเนินการกับเด็กและเยาวชนกลุ่มดังกล่าวตามความเหมาะสมต่อไป
รองอธิบดีกรมพินิจฯ กล่าวอีกว่า ส่วนนโยบายห้ามเด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า 18 ปี ออกจากบ้านหลัง 22.00 น. ในภาพรวมอยากให้มหาวิทยาลัยที่มีความเป็นกลาง วิจัยถึงผลดี ผล เสียของนโยบายดังกล่าวให้ชัดเจน กลุ่มคัดค้านโดยอ้างว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของเด็กและเยาวชนควรรับฟังข้อมูลให้รอบด้าน การปล่อยให้เด็กและเยาวชนไปสร้างปัญหาแล้วผู้ใหญ่มาแก้ปัญหาปลายเหตุคงไม่ถูก ส่วนกรณีเกรงว่าเด็กและเยาวชนต้องออกไปทำงานกลางคืน กฎหมายแรงงานห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ทำงาน ส่วนเด็กอายุระหว่าง 15-18 ปี ให้ทำงานได้บางประเภทคงไม่กระทบ ส่วนการเรียนพิเศษให้ออกเอกสารอนุญาตติดตัวไว้ได้ หากเด็กออกจากบ้านหลัง 22.00 น. เจ้าหน้าที่จะควบคุมก่อนติดต่อผู้ปกครองมารับ
นายธวัชชัยกล่าวอีกว่า การแก้ปัญหา เด็กและเยาวชนครั้งนี้ต้องทำทั้งระบบ เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนการถอนและออกใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ปัจจุบันร้านขายของชำยื่นขออนุญาตจ่ายค่าธรรมเนียม 20 บาท ก็เปิดขายสุราได้ ทำให้ในทุกพื้นที่มีร้านจำหน่ายสุรามากมาย ทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่ายต่างกับต่างประเทศรัฐจะคำนวณจำนวนประชากรในแต่ละพื้นที่ก่อนอนุญาตให้เปิดร้านขายสุราตามความเหมาะสม ทำให้การเข้าถึงสุรายากขึ้น ปัญหาจากการดื่มสุราจะลดลงทั้งอุบัติเหตุการเมาแล้วขับหรือปัญหาเด็กเมาสุราก่อนไปทำผิด อีกทั้งจากสถิติของกรมพินิจฯ หลังได้ศึกษาเด็กและเยาวชนที่อยู่ในความดูแล พบว่า ในคดีข่มขืนหรือรุมโทรม เด็กและเยาวชนที่ทำผิดส่วนใหญ่จะดื่มสุราก่อนลงมือ ดังนั้นการแก้ปัญหาของเด็กและเยาวชนต้องทำเป็นวาระแห่งชาติร่วมกันแก้ไขในทุกมติ.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
