คอลัมน์ สถานีก.ค.ศ.โดย มานิตย์ สุฤทธิกุล หัวหน้ากลุ่มงานอุทธรณ์และร้องทุกข์ สำนักงาน ก.ค.ศ.
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 121,122 บัญญัติให้มีการดูแลรักษาความเป็นธรรมแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกลงโทษทางวินัยโดยให้สิทธิร้องขอให้องค์คณะบุคคลคือ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ.ตั้ง หรือ ก.ค.ศ.แล้วแต่กรณี ยกเรื่องขึ้นพิจารณาทบทวนการลงโทษอีกครั้งหนึ่ง และมาตรา 124 ยังได้บัญญัติว่า หลักเกณฑ์และวิธีการในเรื่องที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์และพิจารณาอุทธรณ์ ตามมาตรา 121 และ 122 ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. ปัจจุบัน ก.ค.ศ.โดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ออกกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ.2550 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธาน ก.ค.ศ.ได้ลงนามในกฎ ก.ค.ศ.ดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2550 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2551 มีสาระสำคัญพอสรุปได้ดังนี้
1.องค์คณะที่มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์
1.1 องค์คณะที่มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์สำหรับข้าราชการครูฯ ที่สังกัดเขตพื้นที่การศึกษา
1.ถ้าถูกลงโทษไล่ออกหรือปลดออกให้อุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ.และให้ ก.ค.ศ.เป็นผู้พิจารณา
2.โทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือนของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัดเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้อุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ.และให้ ก.ค.ศ.เป็นผู้พิจารณา
3.โทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือนซึ่งผู้บังคับบัญชาสั่งตามมติ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ให้อุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ.และให้ ก.ค.ศ.เป็นผู้พิจารณา
4.โทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือนของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้อำนวยการสถานศึกษาให้อุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา และให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้พิจารณา
1.2 องค์คณะที่มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์สำหรับข้าราชการครูฯ ที่มิได้สังกัด เขตพื้นที่การศึกษา
1.ถ้าถูกลงโทษไล่ออกหรือปลดออกให้อุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ.และให้ ก.ค.ศ.เป็นผู้พิจารณา
2.โทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือนของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัดปลัดกระทรวงให้อุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ.และให้ ก.ค.ศ.เป็นผู้พิจารณา
3.โทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือนซึ่งผู้บังคับบัญชาสั่งตามมติ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ.ตั้ง ให้อุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ.และให้ ก.ค.ศ.เป็นผู้พิจารณา
4.โทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือนของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการ อธิบดีหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า อธิการบดีหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า ผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า ให้อุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ.ตั้ง และให้ อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ.ตั้ง เป็นผู้พิจารณา
2.ระยะเวลาในการอุทธรณ์ อุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาอุทธรณ์ให้ถือวันที่ผู้ถูกลงโทษลงลายมือชื่อรับทราบคำสั่งลงโทษเป็นวันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
3.วิธีการอุทธรณ์ 1.อุทธรณ์ได้สำหรับตนเองเท่านั้น จะอุทธรณ์แทนผู้อื่นหรือมอบหมายให้ผู้อื่นอุทธรณ์แทนไม่ได้ 2.ทำเป็นหนังสือถึงประธาน อ.ก.ค.ศ.ประธาน ก.ค.ศ. หรือเลขาธิการ ก.ค.ศ.โดยยื่นด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ หรือยื่นหรือส่งผ่านผู้บังคับบัญชา 3.ต้องแสดงข้อเท็จจริงและเหตุผลในการอุทธรณ์ 4.ต้องลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์ 5.ต้องระบุที่อยู่ของผู้อุทธรณ์ 6.แสดงความประสงค์จะแถลงการณ์ด้วยวาจา (หากมีความประสงค์)
ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงสรุปสาระสำคัญของกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ.2550 โดยสังเขป หากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดมีข้อสงสัยอีกให้โทรศัพท์สอบถามเพิ่มได้ที่กลุ่มวินัยและนิติการ สำนักงาน ก.ค.ศ. โทร.0-2280-1103, 0-2280-1104-9 ต่อ 128
หน้า 26
ข้อมูลจาก มติชน
