เครือข่ายคัดค้านจุฬาฯออกนอกระบบ ยื่นหนังสือร้องสำนักราชเลขานุการฯ ชี้ร่างพ.ร.บ.จุฬาฯรวบรัดตัดตอน-บิดเบือนข้อเท็จจริงสภาคณาจารย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาทิ นายชูชาติ ธรรมเจริญ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนายโสภณ เริงสำราญ ข้าราชการบำนาญและอาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันแถลงข่าวคัดค้านจุฬาฯออกนอระบบ พร้อมระบุว่าทางตัวแทนของเครือข่ายคัดค้านจุฬาฯออกนอกระบบได้ติดต่อไปที่สำนักราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ถึงความจริงเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นายชูชาติ กล่าวว่า ตัวแทนของเครือข่ายคัดค้านจุฬาฯออกนอกระบบ ได้ไปติดต่อที่สำนักราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเพื่อนำความกราบบังคมทูลให้ทรงทราบถึงความคืบหน้าของร่างพ.ร.บ.จุฬาฯ เนื่องจากทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ชาวจุฬาฯทั้งในคณะอักษรศาสตร์ ที่พระองค์เคยศึกษาอยู่และทั่วทั้งมหาวิทยาลัย ดังนั้นพวกเราจึงหวังว่าสิ่งที่ได้กราบทูลจะนำมาซึ่งความจริงให้ทรงทราบเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยการยื่นครั้งนี้ได้มีรายนามผู้คัดค้านจุฬาฯออกนอกระบบประมาณ 1,000 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินในฐานะศิษย์เก่าด้วย นอกจากนี้ทางราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯได้เซ็นรับเอกสารดังกล่าวไว้แล้ว โดยได้ลงนามรับไว้ท้ายหนังสือ
นายชูชาติ กล่าว สำหรับเรื่องที่ทูลเกล้ามีดังนี้ คือ การดำเนินการในชั้นกรรมาธิการวิสามัญดำเนินการไปอย่างรีบเร่งไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยหนังสือชี้แจงของอธิการบดีจุฬาฯถึงสนช. อ้างว่าได้นำความคิดเห็นของประชาคมจุฬาฯไปแก้ไขทุกประการแล้ว ทั้งที่ความจริงร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ได้แก้ไขตามที่ประชาคมจุฬาฯเสนอและมหาวิทยาลัยก็ไม่เคยแจ้งให้ประชาคมจุฬาฯทราบด้วยว่ารัฐบาลไม่เห็นด้วย แต่มหาวิทยาลัยกลับรีบดำเนินการในเรื่องนี้
นอกจากนี้หากร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวประกาศใช้ผลที่จะเกิดขึ้นก็คือ ฝ่ายบริหารมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหาร และค่าใช้จ่ายต่างๆในมหาวิทยาลัยจะสูงขึ้น บุคลากรได้เงินเดือนสูงขึ้นเล็กน้อย แต่สวัสดิการลดลง นอกจากนี้ยังทำให้บุคลากรขาดความอิสระ เพราะต้องขึ้นอยู่กับสัญญา นอกจากนี้มหาวิทยาลัยจะรับใช้สังคมน้อยลงเพระมัวแต่ดำเนินการทางธุรกิจเพื่อหารายได้เข้ามาบริหารมหาวิทยาลัย ดังนั้นจะเห็นว่าร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้รวบรัดตัดตอน และน่าสงสัยว่าเหตุใดจึงต้องรีบเร่งขนาดนี้ ซึ่งน่าจะมีอะไรที่แอบแฝงอยู่ ซึ่งเมื่อเช้านี้ทางอธิการบดีจุฬาฯก็ได้มีการเชิญคณาจารย์จุฬาฯเข้าพบทั้งที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยไม่เคยสนใจบุคคลากรในจุฬาฯด้วยซ้ำ