เร่งกำหนดกรอบ'ความดี' สพฐ.ยึดหลักคุณธรรมในหลวง คาดใช้เป็นทางการปี 2553 หนุนมติ ทปอ.นำคะแนนประกอบสัมภาษณ์แอดมิสชั่นส์ 'บิ๊ก มศว' แนะตรวจเข้ม หวั่นทำหลักฐานปลอม อจ.จุฬาฯห่วงเรื่องการฟ้องร้องจากกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมตินำคะแนนคุณธรรมความดีมาใช้ในการรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา โดยขอให้ทุกมหาวิทยาลัยนำคะแนนความดีมาใช้ในระบบรับตรง และระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษาหรือแอดมิสชั่นส์ ซึ่งผู้สมัครต้องนำคะแนนความดีหรือหลักฐานที่นักเรียนแสดงความดีมายื่นประกอบการสัมภาษณ์เบื้องต้นที่จะเริ่มกับการรับตรง และแอดมิสชั่นส์ ประจำปีการศึกษา 2551 เป็นต้นไปนั้น
นางเบญลักษณ์ น้ำฟ้า ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ว่า เห็นด้วยกับการนำคะแนนความดีของนักเรียนมาใช้ประโยชน์ในการเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา เนื่องจากเป็นการกระตุ้นให้เด็กทำความดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม สอดคล้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มุ่งให้นักเรียนเป็นพลเมืองดี ขณะนี้นักเรียนจะมุ่งเรียน เพื่อเตรียมตัวสอบแข่งขันกันเอง ทำให้ขาดคุณธรรมที่เป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีวิต อย่างความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความโอบอ้อมอารี ความมีนำใจนักกีฬา การมีส่วนร่วมในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย เป็นต้น จึงต้องสนับสนุนให้นักเรียนทำดีแล้วมีผลตอบแทนอย่างเป็นรูปธรรม จึงจะช่วยให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น
'ที่ผ่านมา ไม่ค่อยมีการนำความดีไปใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง ครั้งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการดึงดูดให้นักเรียนทำดี อาทิ เป็นนักกีฬา กรรมการนักเรียน เข้าร่วมอบรม การประกวดหรือแข่งขันทักษะต่างๆ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความดีที่น่ายกย่อง นอกจากนี้ ยังส่งผลถึงผู้ปกครองที่จะช่วยดึงบุตรหลานให้ทำความดีได้อย่างเต็มที่ จากเดิมที่ไม่ค่อยให้บุตรหลานร่วมกิจกรรมของโรงเรียน เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้การเรียนเสียหาย' นางเบญลักษณ์ กล่าว
นางเบญจลักษณ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้บางโรงเรียนยังไม่มีการส่งเสริมการทำความดีอย่างเป็นระบบ โดยบางแห่งยังไม่เห็นความสำคัญของการรับรองการทำความดีของนักเรียน การทำความดีของนักเรียนจึงไม่มีหลักฐานรองรับ ทำให้นักเรียนเหล่านี้เสียเปรียบโรงเรียนที่มีการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่แต่ละโรงเรียนจะพัฒนาระบบการส่งเสริมความดีของนักเรียน
สำหรับความคืบหน้าการจัดทำเกณฑ์ความดีเพื่อใช้เป็นองค์ประกอบในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษานั้น นางเบญลักษณ์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างจัดทำกรอบแนวทางการวัดคะแนนความดี และความดีที่จะนำมาใช้เป็นตัวชี้วัด โดยเบื้องต้นยึดหลักคุณธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คาดว่าจะสามารถนำไปใช้ได้ภายในปี 2553
ด้านนายวิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า มศว ได้นำความดีของนักเรียนมาประกอบการเข้าศึกษาต่อในระบบรับตรงกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ และคณะมนุษยศาสตร์เป็นเวลา 10 ปีแล้ว เนื่องจากเป็นสาขาที่เน้นการทำกิจกรรมประกอบการเรียน พบว่านักศึกษากลุ่มดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นนักกิจกรรม ซึ่งช่วยดึงนักศึกษาคณะอื่นเข้าร่วม ดังนั้น ในปี 2551 จะขยายไปถึงทุกคณะวิชา โดยเน้นกิจกรรมเด่นๆ ของนักเรียนแต่ละคน ซึ่งมหาวิทยาลัยจะช่วยต่อยอดกิจกรรมดังกล่าว
'มหาวิทยาลัยต้องเข้มข้นในการตรวจสอบหลักฐานการทำความดีมากขึ้น เพราะอาจจะมีเอกสารทำความดีปลอมแปลงได้ ที่ผ่านมา พบว่ามีนักเรียนบางคนเบี่ยงเบนหลักฐาน ขณะที่หลายคนบอกว่าทำความดีต่างๆ มากมาย แต่ไม่มีหลักฐาน' นายวิรุณ กล่าว
ขณะที่นายวีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โดยหลักการแล้วเป็นเรื่องดีที่จะนำความดีมาประกอบการพิจารณาเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา เนื่องจากเป็นการให้โอกาสคนดีในสังคม เชื่อว่าทุกมหาวิทยาลัยต้องสนับสนุน ที่ผ่านมาจุฬาฯ ได้นำแฟ้มสะสมความดีของนักเรียนมาประกอบการรับเข้าศึกษาต่อในระบบรับตรงกับคณะศิลปศาสตร์ เนื่องจากเป็นคณะที่ต้องใช้ความสามารถพิเศษ โดยจะพิจารณาผลงานด้านศิลปะที่เด่นๆ ของแต่ละคน ซึ่งสามารถชี้ได้ว่านักเรียนคนไหนที่จะต้องรับเข้าศึกษา
นายวีระศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำแฟ้มสะสมความดีมาใช้กับนักเรียนจำนวนมากในระบบแอดมิสชั่นส์ ไม่แน่ใจว่าจะเกิดความยุติธรรมกับนักเรียนมากน้อยแค่ไหน หากนักเรียนคะแนนเท่ากัน จะพิจารณาคะแนนความดีประกอบการตัดสินใจ เกรงว่าจะมีการฟ้องร้องกันตามมา ที่สำคัญการทำความดีต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่งมาทำเพื่อหวังจะใช้ประกอบการพิจารณาเข้ามหาวิทยาลัย ส่งผลให้เกิดการทำความดีแบบผักชีโรยหน้า ทั้งนี้ ต้องประกาศให้นักเรียนทราบล่วงหน้าเนิ่นๆ ไม่ใช่ประกาศปีนี้แล้วจะนำไปใช้ปีหน้า
ข้อมูลจาก มติชน
