อาจารย์ร้องตั้งกก.ผิดกม.-สภาม.จี้หมออดุลย์ แจงข้อกล่าวหาลดสเปคหอ-เพิ่มค่าตอบแทนแหล่งข่าวระดับสูงจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) เปิดเผยว่า ในการประชุมสภา มมส.เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นนายกสภา มมส.ที่ประชุมมีมติให้ยุติกระบวนการสรรหาอธิการบดี มมส.คนใหม่แทน นพ.อดุลย์ วิริยเวชกุล อธิการบดี ที่หมดวาระเดือนมิถุนายน 2550 ภายหลังศาลปกครองขอนแก่นมีคำสั่งให้ยุติกระบวนการสรรหาอธิการบดี มมส. ทั้งนี้ เนื่องจากคณาจารย์ มมส.กลุ่มหนึ่งยื่นคำร้องต่อศาลปกครองขอนแก่นเพื่อขอให้วินิจฉัยกรณีการแต่งตั้งกรรมการสภา มมส. และกรรมการสรรหาบางคนว่าถูกต้องตาม พ.ร.บ.มมส.หรือไม่ เพราะถ้าไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.จะส่งผลให้การสรรหาอธิการบดีโมฆะ เพราะกรรมการสภา มมส.และกรรมการสรรหาบางคนเป็นคณบดีของคณะที่ไม่ได้ตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.มมส.จึงขอให้ศาลปกครองวินิจฉัยประเด็นดังกล่าว และขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพราะหากปล่อยให้กระบวนการสรรหาเดินไป กระทั่งสภา มมส.มีมติแต่งตั้งอธิการบดีคนใหม่แล้ว จะเยียวยาลำบาก
เดิมมีผู้ถูกเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาหลายคน แต่มีหลายคนขอถอนตัว จนเหลือ นพ.อดุลย์ และ นพ.เรือน สมณะ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มมส. แต่คาดว่า นพ.อดุลย์คงจะได้รับเลือกให้เป็นอธิการบดีต่อ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีกระแสคัดค้าน นพ.อดุลย์ เพราะมองว่าการบริหารงานในช่วง 4 ปีมีปัญหา ทั้งเรื่องการบริหารงาน และพฤติกรรมส่วนตัว แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ที่ประชุมสภา มมส.ในวันดังกล่าว นายมีชัยได้ให้ นพ.อดุลย์ชี้แจงกรณีมีหนังสือร้องเรียนกล่าวหา นพ.อดุลย์ใน 2 เรื่องหลักๆ ได้แก่ 1.ความไม่เหมาะสมในการบริหารงานที่ผ่านมา รวมถึงการดำเนินงานที่ไม่โปร่งใสในหลายๆ โครงการ โดยเฉพาะการก่อสร้างหอพักนิสิต 8 หลัง มี 6 หลังที่ไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบ และอนุญาตให้ผู้รับเหมาลดสเปคอุปกรณ์ก่อสร้าง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงหลังมีผู้ร้องเรียน เมื่อได้ข้อสรุปว่าส่อไปทางไม่โปร่งใส จึงส่งเรื่องให้สภา มมส.ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ แต่ผู้บริหาร มมส.กลับเป็นผู้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง มี ทพ.สมศักดิ์ จักรไพวงศ์ เป็นประธาน และสรุปว่าไม่มีการทุจริต แต่เป็นเรื่องของความเข้าใจผิด ทำให้คณาจารย์ยื่นอุทรณ์ต่อสภา มมส.เกี่ยวกับผลสรุปของคณะกรรมการ และ 2.การเบิกจ่ายค่าตอบแทนให้อธิการบดีเดือนละกว่า 6 แสนบาท แบ่งเป็น เงินเดือน 1.6 แสนบาท ค่าตอบแทนที่ได้จากการเปิดศูนย์การเรียนนอกมหาวิทยาลัย 10 ศูนย์ ศูนย์ละ 4 หมื่นบาท รวม 4 แสนบาท และค่าล่วงเวลา รวมเป็นเงินกว่า 6 แสนบาทต่อเดือน ทั้งที่ไม่มีระเบียบวิธีรองรับ และไม่เคยแจ้งให้สภา มมส.ทราบ
เดิมสภา มมส.จะให้ นพ.อดุลย์ชี้แจงปากเปล่า และให้สภา มมส.ลงมติ แต่เพื่อความเป็นธรรม จึงให้ นพ.อดุลย์ไปชี้แจงเป็นรายลักษณ์อักษร และเสนอที่ประชุมสภา มมส.ในครั้งต่อไป แหล่งข่าวกล่าว
หน้า 27
ข้อมูลจาก มติชน
