คอลัมน์ รู้ไปโม้ดnachart@yahoo.com
อยากทราบไม้อะไรที่ใช้น้ำน้อย ทนแล้งปลูกได้ที่จ.อุบลฯ
ออ
ตอบ ออ
สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานีให้ข้อมูลถึงไม้ยืนต้นที่ปลูกได้ที่จังหวัดอุบลราชธานี และให้ผลดีกระทั่งกลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ 1.มะม่วง โดยมะม่วงที่มีคุณภาพ ต้องมีขนาดผลสม่ำเสมอ รูปทรงสวยตรงตามพันธุ์ ผิวไม่มีตำหนิที่เห็นเด่นชัด การปลูกควรปลูกในหน้าฝน กลางแจ้ง ทั้งนี้ มะม่วงเจริญเติบโตได้ดีในดินอุดมสมบูรณ์ ส่วนการขยายพันธุ์ทำได้โดยการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง
การใส่ปุ๋ยหลังเก็บเกี่ยว ใส่ปุ๋ยทางดินสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตรา 2-3 กิโลกรัมต่อต้น โดยหว่านใต้ทรงพุ่มเพื่อเสริมความสมบูรณ์ต้น แต่หากเมื่อต้นมะม่วงแตกใบอ่อนแล้วพบว่ามะม่วงแตกใบอ่อนน้อยกว่า 25% ของจำนวนยอดทั้งหมด ควรพ่นปุ๋ยโปแตสเซียมไนเตรท อัตรา 200 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไทโอยูเรีย อัตรา 200 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อกระตุ้นให้แตกใบอ่อนพร้อมกัน
เมื่อมะม่วงเติบโตแล้วต้องตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมขนาดทรงพุ่มไม่ให้ชนกัน หรือทำให้ทรงพุ่มได้รับแสงสว่างมากขึ้น เพื่อทำลายแหล่งหลบซ่อนของศัตรูมะม่วง ได้แก่ เพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่นฝอยมะม่วง ด้วงงวงกัดใบมะม่วง หรือด้วงกรีดใบ แมลงค่อมทอง โรคแอนแทรคโนส
หากตัดแต่งกิ่งแล้วแต่เอาไม่อยู่ ศัตรูและโรคยังคุกคามมะม่วง ให้ใช้สารพาโคลบิวทราโซล 10% สารออกฤทธิ์ราดทางดิน อัตราดังนี้ เส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่ม 2-4 เมตร อัตรา 20-40 กรัมต่อต้น เส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่ม 5-6 เมตร อัตรา 60-100 กรัมต่อต้น เส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่ม 6 เมตร อัตรา 100-200 กรัมต่อต้น ผสมน้ำ 20 ลิตร ราดโคนต้นให้ทั่ว หรือสารพาโคลบิวทราโซล อัตรา 200 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทางใบให้ทั่วต้น
2.มะขามหวาน การจัดการเพื่อให้ได้ผลมะขามหวานที่สมบูรณ์ดี เริ่มจากการเลือกพันธุ์และต้นพันธุ์ โดยเลือกพันธุ์ปลูกที่ตรงตามความต้องการของตลาด และมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ การเลือกต้นพันธุ์ ควรเป็นกิ่งทาบหรือกิ่งติดตาหรือเสียบยอด ต้นเจริญเติบโตดีแข็งแรงและสมบูรณ์ ไม่มีโรคและแมลงทำลาย
การจัดการเพื่อเสริมความสมบูรณ์ของต้น ใส่ปุ๋ยเคมีทางดินสูตร 15-15-15 โดยการหว่านให้ทั่วทรงพุ่มหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อกระตุ้นการแตกใบอ่อนและพัฒนาการของใบ หลังจากนั้น 2-3 เดือน ใส่ปุ๋ยทางดินสูตร 8-24-24 เพื่อทำให้ต้นสมบูรณ์ก่อนการออกดอก และใส่ปุ๋ยทางดินสูตร 13-13-21 ช่วงพัฒนาการของฝัก ปริมาณปุ๋ยที่ใช้คิดเป็นกิโลกรัมต่อต้นเท่ากับ 1 ใน 3 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่มเป็นเมตร การให้น้ำระยะแรกควรให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงหลังออกดอก และหลังการใส่ปุ๋ย การตัดแต่งกิ่ง ควรตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง และควรตัดแต่งรักษาทรงไม่ให้สูง (แบบต้นเตี้ย)
นอกจากมะม่วงและมะขามหวาน พืชที่เหมาะแก่การเพาะปลูกในอุบลราชธานี ยังมี เงาะ พริก หน่อไม้ฝรั่ง มันสำปะหลัง ปอ ข้าวโพด ยางพารา
หน้า 22
ข้อมูลจาก ข่าวสด
