ก.ค.ศ.ไฟเขียวประเมินแผนการสอนเมื่อวันที่ 20 เมษายน นายประเสริฐ งามพันธุ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยถึงการจัดอบรมพัฒนาข้าราชการเพื่อให้มีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษในรอบที่ 2 หรือการประเมินเข้าสู่ตำแหน่งอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ (เดิม) ซึ่งจะจัดขึ้นราวเดือนกันยายนว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะเป็นผู้กำหนดวัน เวลาและจุดอบรม ซึ่งทราบว่าทาง สพฐ.จะเร่งอ่านผลงานอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ที่ยังค้างอยู่ราวกว่า 4,000 คน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ก่อน หลังจากนั้นจึงจะกำหนดวัน เวลาและจุดอบรม เพราะจะได้ทราบว่ามีผู้ไม่ผ่านประเมินเข้าสู่ตำแหน่งอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์จำนวนเท่าไร ซึ่งต้องขอเข้ารับการอบรมในรอบที่ 2 ต่อไป
นายประเสริฐกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ในการจัดอบรมรอบที่ 2 นี้ ในเบื้องต้นจะมีผู้ที่ไม่ผ่านการอบรมในรอบแรกมีสิทธิสมัครเข้ารับการอบรมในรอบที่ 2 นี้ด้วย ประมาณ 4,500 คน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่สละสิทธิรับการอ่านผลงานอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ ส่วนอีก 8,400 คน ที่ไม่ผ่านการอบรมในรอบแรกได้ใช้สิทธิการอ่านผลงานอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ไปแล้ว แต่ไม่ผ่าน จึงไม่มีสิทธิสมัครเข้ารับการอบรมในรอบที่ 2 นี้อีก แต่สามารถจะนำแผนการจัดการเรียนการสอนในระยะ 11 สัปดาห์ ไปพัฒนาต่อใน 1 ภาคเรียน เพื่อรับการประเมินผลในช่วงท้าย ถ้าพัฒนาถึงขีดได้มาตรฐานก็อาจจะผ่านการประเมิน ซึ่งจะต้องดูที่คุณภาพของนักเรียนร่วมด้วย โดยทาง สพฐ.จะร่วมกับคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ในการกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินต่อไป ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าไม่ใช่การเยียวยา แต่เป็นการให้ความเป็นธรรมมากที่สุด
ส่วนกรณีที่มีผู้ร้องเรียนความไม่เป็นธรรมนั้น จะมีการตรวจสอบโดยคณะกรรมการกลางจาก 3 ฝ่าย ได้แก่ ตัวแทนคณะกรรมการ ก.ค.ศ. สำนักงาน ก.ค.ศ. และ สพฐ. โดยจะตรวจสอบให้เป็นรายกรณี แต่คงไม่ใช่ผู้ร้องทั้งหมดที่ไม่ผ่านประเมิน ในเบื้องต้นจะดูกรณีที่มีการร้องเรียนว่ามีการกรอกคะแนนผิดพลาด เป็นต้น เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว และว่า สำหรับการอบรมในรอบที่ 2 จะใช้หลักเกณฑ์เหมือนกับในรอบแรกทุกประการ และทาง สพฐ.ระบุว่าจะใช้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในรอบแรกมาดูแลดำเนินการในรอบที่ 2 ให้รอบคอบมากขึ้น
ด้านคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการไปจัดทำรายละเอียดการอบรมในรอบที่ 2 เพื่อเสนอทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยหลักการจะให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องผ่านเกณฑ์เดิมที่ตั้งไว้ คือ 1.จำนวนเวลาที่เข้ารับการอบรมต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2.มีการประเมินพฤติกรรมและตรวจชิ้นงานระหว่างการอบรม 3.ประเมินจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ครูทำขึ้น 1 สัปดาห์ และนำมาทดสอบสอน และ 4.สอบประมวลความรู้ โดยผลประเมินตามเกณฑ์ในข้อ 2-4 รวมกันแล้วต้องได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ส่วนที่มีข้อเสนอให้นำเวลาเข้ารับการอบรมมารวมกับเกณฑ์อื่นๆ ด้วยนั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน เนื่องจากเป็นเกณฑ์ที่เกี่ยวกับเวลา ไม่สามารถจะนำมารวมกับเกณฑ์ความสามารถได้
กลุ่มที่ใช้สิทธิอ่านผลงานอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ รวมถึงการอบรมรอบแรกแล้ว แต่ไม่ผ่านการประเมิน ซึ่งมีประมาณ 8,000 คนนั้น จะต้องรับผิดชอบในส่วนของค่าใช้จ่ายในการประเมินที่จะมีขึ้นต่อไป เพราะ สพฐ.ไม่มีงบฯเพียงพอรองรับ คุณหญิงกษมากล่าว
หน้า 22
ข้อมูลจาก มติชน
