คอลัมน์ มุมบริการตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 มาตรา 5 วรรคแรก กำหนดไว้ว่าผู้มีสัญชาติไทย ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์แต่ไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์ และมีชื่อในทะเบียนบ้าน ต้องขอมีบัตรประจำตัวประชาชนทุกคน และหลังจากได้มีกฎกระทรวงกำหนดบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งปัจจุบันกฎกระทรวงฉบับใหม่ล่าสุดได้แก้ไขเพิ่มเติมเหลือบุคคลได้รับการแยกเว้นเพียง 6 ประเภทด้วยกัน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2549 ได้แก่ บุคคลดังต่อไปนี้
1.สมเด็จพระบรมราชินี
2.พระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป
3.ภิกษุ สามเณร นักพรต และนักบวช
4.ผู้มีกายพิการเดินไม่ได้ หรือเป็นใบ้ หรือตาบอดทั้งสองข้าง หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
5.ผู้ที่อยู่ในที่คุมขังโดยชอบด้วยกฎหมาย
6.บุคคลซึ่งกำลังศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ และไม่สามารถยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนได้
ถึงแม้ว่ากฎหมายจะกำหนดให้บุคคลทั้ง 6 ประเภท ได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำบัตรประจำตัวประชาชนก็ตามแต่หากบุคคลดังกล่าวประสงค์จะขอมีบัตร ให้เจ้าพนักงานออกบัตรทำบัตรให้ ตามมาตรา 5 วรรคท้าย ของพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526
กรณีพระภิกษุ ต้องการมีบัตรประจำตัวประชาชน โดยให้เหตุผลว่า ต้องการใช้เป็นหลักฐานประกอบการสมัครเรียน หรือเพื่อความสะดวกในการติดต่อกับทางราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ธนาคารกรณีเช่นนี้ พระภิกษุจะต้องยื่นคำขอมีบัตร (บ.ป.1) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และจะต้องลงลายมือชื่อในใบคำขอมีบัตร และต้องใช้ชื่อตามที่ปรากฏในทะเบียนบ้านซึ่งมีคำนำหน้านามว่า นาย ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการแสดงการภาวะไม่แน่นอน อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศมหาเถรสมาคม เรื่องภิกษุ สามเณร ลงลายมือชื่อแสดงภาวะไม่แน่นอนว่าเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ โดยผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับโทษสึก ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่จะชี้แจงให้พระภิกษุทราบ หากพระภิกษุยังคงมีความประสงค์จะขอมีบัตรต่อไป ก็สามารถดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนให้ได้ ในส่วนของการถ่ายรูปนั้น ให้พระภิกษุห่มจีวรตามสภาพของพระภิกษุ และสำนักทะเบียนที่ดำเนินการจัดทำบัตรจะดำเนินการแจ้งกรมการศาสนาเพื่อประสานการปฏิบัติต่อไป
หน้า 26
ข้อมูลจาก มติชน
