นายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมเห็นชอบในร่างแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ในส่วนที่เกี่ยวกับคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา ที่ได้แก้ไขหลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษาให้รัดกุมและเป็นธรรมยิ่งขึ้น ซึ่งตนได้ลงนามเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายที่ปรับปรุงใหม่ จะให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯได้มีกรอบพิจารณาตามขนาดโรงเรียนและช่วงชั้น เพื่อรักษาเส้นทางความก้าวหน้าของผู้บริหารสถานศึกษาในสายประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แต่ก็ไม่ใช่เคร่งครัดมากจนไม่สามารถจะแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษาข้ามสายได้ เพียงแต่ขอให้พิจารณาผู้บริหารสถานศึกษาที่อยู่ในสายงานนั้นๆ ก่อนผมเชื่อว่าการแก้ปัญหาเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายด้วยการแก้กฎหมาย จะทำให้ไม่มีใครได้เปรียบ เสียเปรียบ ผู้บริหารสถานศึกษาทุกคนจะก้าวหน้าไปตามเส้นทางได้อย่างเต็มที่ ส่วนปัญหาอื่นๆ เช่น การจัดสรรงบประมาณ การอยู่ร่วมกันของผู้บริหารสถานศึกษาสายประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่อาจจะได้รับความไม่เป็นธรรม ก็ต้องแก้ปัญหาทางด้านการบริหาร ซึ่งทราบว่าทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะมีการตั้งหน่วยงานส่งเสริมและพัฒนาการมัธยมศึกษาขึ้นโดยเฉพาะ โดยไม่ต้องไปแก้กฎหมาย นายวิจิตรกล่าว
รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวต่อว่า ที่ประชุม ก.ค.ศ.ยังได้หารือถึงการจัดกรอบอัตรากำลังของกลุ่มข้าราชการพลเรือน (เดิม) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ที่ยังมีปัญหาไม่สามารถจัดคนลงตามกรอบอัตรากำลังได้ทั้งหมด ซึ่งพบว่ามีปัญหาอยู่ประมาณ 20 ประเด็น ที่ทำให้มีข้าราชการพลเรือน (เดิม) ใน สพท.ประมาณ 1 พันคน ไม่สามารถจัดให้ลงตามกรอบอัตรากำลังได้ และขณะนี้ทาง สพฐ.และสำนักงาน ก.ค.ศ.ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาแล้ว และยังเหลือข้าราชการพลเรือนอีกเพียง 400 กว่าคน ที่ยังมีปัญหา แต่คาดว่าจะสามารถจัดลงตามกรอบอัตรากำลังได้ทั้งหมดภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้
หน้า 26
ข้อมูลจาก มติชน
