ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้เดินสายไปชี้แจงเรื่องแผนอุดมศึกษาระยะยาว ฉบับที่ 2 ให้แก่พรรคการเมืองต่าง ๆ ได้รับทราบและเข้าใจถึงแผนอุดมศึกษาฯ ว่าเป็นอย่างไร เพราะเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการจะขับเคลื่อนแผนฯได้นั้นนอกจากมหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แล้วต้องมีหน่วยงานรัฐ เอกชน และฝ่ายการเมืองเข้ามาช่วยด้วย ซึ่งจากการชี้แจงก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทุกฝ่ายเข้าใจเรื่องของอุดมศึกษามากขึ้นเลขาธิการ กกอ. กล่าวต่อไปว่า ตน เชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะมีนโยบายเกี่ยวกับอุดมศึกษาที่ชัดเจน แต่จะเป็นเรื่องอะไรยังตอบไม่ได้ ต้องดูว่าพรรคไหนจะมาเป็นรัฐบาล ส่วนที่จะมีการนำเรื่องอุดมศึกษามาทำนโยบายประชานิยม เพื่อใช้ในการหาเสียงนั้น ตนมองว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ และฉลาดรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เช่น ถ้าจะมาหาเสียงว่าจะเปิดให้รับเด็กเข้าเรียนไม่อั้น ต้องมาดูว่าจะเอาเด็กที่ไหนมาเรียน เพราะเด็กเกิดน้อยลง และจากข้อมูลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยรับเด็กได้เพียง 70% ของเป้าที่ตั้งไว้ ดังนั้นจะเอาเรื่องรับเด็กไม่อั้นมาเป็นนโยบายประชานิยมคงเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามถ้าพรรคการเมืองให้ความสำคัญและหยิบยกเรื่องแผนอุดมศึกษามาเป็นนโยบายของพรรคการเมือง ตนก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดีกับทุกฝ่าย และมหาวิทยาลัยจะต้องมาดูว่าตนเองจะอยู่ตรงไหน จะพัฒนาไปในทิศทางใด ส่วน รัฐก็จะมีความชัดเจนในการจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ ให้มหาวิทยาลัยมากขึ้น
ต่อข้อถามถึงหลักประกันที่แผนจะถูกนำไปปฏิบัติ เลขาธิการ กกอ. กล่าวว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็ตื่นตัวเรื่องแผนอุดมศึกษาฯ และมีความชัดเจนว่าจะต้องพัฒนาตัวเองไปทิศทางไหน ซึ่งทุกอย่างสามารถทำได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ใครมาสั่ง ส่วนที่เกรงกันว่าเมื่อเปลี่ยนผู้บริหารมหาวิทยาลัยหรือแม้แต่ผู้บริหารสกอ. จะทำให้แผนไม่ต่อเนื่องนั้น จริง ๆ แล้ว แต่ละหน่วยงานก็มีผู้ดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อมีการเปลี่ยนผู้บริหารก็ไม่มีปัญหา หรือแม้แต่สกอ. ซึ่งตนจะเกษียณอายุราชการแล้ว ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการ กกอ.คนใหม่ก็รู้เรื่องนี้และเห็นด้วยกับแผนดังกล่าว.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
