เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 24 ก.ย.ที่ห้องประชุมสัญญา ธรรมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้มีการประชุมสภามหาวิทยาลัยเพื่อสรรหาอธิการบดีคนใหม่ ซึ่งภายหลังการประชุมนานกว่า 4 ชั่วโมง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล นายกสภา มธ. เปิดเผยว่า คณะกรรมการสรรหาอธิการบดี ได้นำเสนอรายชื่อให้สภา มธ. พิจารณาจำนวน 2 คน คือ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีคนปัจจุบัน และ รศ.ดร.กำชัย จงจักรพันธุ์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ ซึ่งที่ประชุมได้ให้ทั้งสองคน แถลงนโยบายและตอบข้อซักถามก่อนการลงคะแนนลับ ซึ่งปรากฏว่า ศ.ดร.สุรพล ได้รับการคัดเลือกเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมครบจำนวน 32 คน และหลังจากนี้จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไปศ.มารุต บุนนาค ประธานคณะกรรมการสรรหา กล่าวว่า ทั้ง ศ.ดร.สุรพล และ รศ.ดร.กำชัย มีคุณสมบัติที่ทัดเทียมกัน ไม่ว่าใครได้รับการคัดเลือกก็มีความเหมาะสมทั้งนั้น
ด้าน ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ กล่าวว่า 3 ปีจากนี้จะพัฒนามธ.ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศในทุก ๆ ด้าน โดยจะเน้นพัฒนาวิชาการ งานวิจัย ขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชน และเดินไปสู่ความเป็นนานาชาติ โดยสภา มธ.ได้อนุมัติการจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ซึ่งจะสอนหลักสูตรนานาชาติที่ไม่ซ้ำซ้อนกับหลักสูตรนานาชาติที่มีอยู่แล้ว และขณะเดียวกันก็จะส่งเสริมการทำกิจกรรมนักศึกษาเพื่อดำรงจิตวิญญาณความเป็นธรรมศาสตร์และจิตสาธารณะในการช่วยเหลือสังคม โดยจะให้ทุกคณะมาเรียนภาคฤดูร้อนที่ มธ.ท่าพระจันทร์ ทั้งยังสานต่อการนำ มธ.ออกนอกระบบด้วย
“บทบาทของอธิการบดี มธ.กับการเมืองนั้น ผมได้ชี้แจงต่อสภามธ.ว่า คงไม่สามารถแยกออกจากการเมืองได้ และบทบาทดังกล่าวก็เป็นความหวังของสังคมด้วย ดังนั้นผมจะยังคงทำหน้าที่นักวิชาการแสดงความคิดเห็นต่อสังคม แม้อาจจะถูกมองว่าความเห็นเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็ตาม แต่ผมก็ยืนยันว่าความคิดเห็นอยู่บนพื้นฐานของความบริสุทธิ์ใจเพื่อให้สังคมไทยดีขึ้น ไม่ได้มุ่งหวังตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีผู้มาทาบทามให้เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง หรือเป็นข้าราชการระดับ 11 หลายครั้ง แต่ก็ขอยืนยันว่า ที่ที่เหมาะสมกับผมคือมหาวิทยาลัย และผมจะอยู่ในตำแหน่งอธิการบดี มธ.จนครบวาระ ไม่ลาออกกลางคันเพื่อไปทำงานการเมืองอย่างเด็ดขาด” ศ.ดร.สุรพล กล่าว.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
