ชนะขาดกำชัย25ต่อ6คะแนน ยันอยู่ครบวาระ-เมินการเมืองดร.สุรพล นิติไกรพจน์
เมื่อวันที่ 24 กันยายน มีการประชุมสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) มีนายสุเมธ ตันติเวชกุล ในฐานะนายกสภา มธ. เป็นประธานการประชุม โดยมีการพิจารณาวาระสรรหาอธิการบดี มธ.คนใหม่ ซึ่งปรากฏว่านายสุรพล นิติไกรพจน์ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นอธิการบดี มธ.ต่อเป็นสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนเสียง 25 ต่อ 6 คะแนน ทั้งนี้ นายสุเมธแถลงภายหลังว่า กรรมการสภา มธ.ได้พิจารณาคัดเลือกตามที่คณะกรรมการสรรหาเสนอ 2 รายชื่อ คือนายสุรพล และนายกำชัย จงจักรพันธ์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ โดยให้โอกาสได้แถลงนโยบาย แสดงวิสัยทัศน์และตอบข้อซักถาม เพื่อหาเสียงโค้งสุดท้าย จากนั้นมีการแจกใบลงคะแนนเสียงให้กับกรรมการสภา มธ.ลงคะแนนลับ ผลปรากฏว่านายสุรพลได้รับการโหวตเกินกึ่งหนึ่ง เท่ากับได้รับคัดเลือกเป็นอธิการบดี จากนี้จะทูลเกล้าฯเพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งตามขั้นตอนต่อไป
การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ได้เปิดโอกาสให้กรรมการสภา มธ.ทุกคนได้ซักถามอย่างเต็มที่ ซึ่งผมก็พอใจกับผลที่ออกมา นายสุเมธกล่าว และว่า นอกจากนี้ สภา มธ.ได้คัดเลือกนายธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ เป็นคณบดีคณะศิลปศาสตร์ แทนนายสิทธิโชค วรานุสันติกุล ที่กำลังจะหมดวาระลง
นายสุรพลกล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่จะดำรงตำแหน่งอธิการบดีเป็นสมัยที่ 2 จะทำให้ มธ.เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศในทุกๆ ด้าน และตนมีนโยบายว่าจะไม่เพิ่มจำนวนนักศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี แต่จะมุ่งไปสู่ความเป็นนานาชาติ ซึ่งทางสภา มธ.ได้อนุมัติจัดตั้งวิทยาลัยปรีดี พนมยงค์ เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งแรกที่เปิดหลักสูตรปริญญาตรีนานาชาติ ส่วนการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบราชการนั้น มธ.มีความพร้อมสูง เพราะเตรียมการมาระยะหนึ่งแล้ว และประชาคม มธ.ก็ไม่ได้ตกใจกับการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ เพียงแต่ยังต้องทำความเข้าใจในบางเรื่อง โดยตนจะนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบในอีก 2 ปีข้างหน้า
กรรมการสภา มธ.ได้สอบถามผมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งผมเห็นว่า มธ.ตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ทางการเมืองชัดเจน และทำหน้าที่ผลิตคนเข้าสู่การเมืองระบบใหม่ ดังนั้น อธิการบดีคงไม่สามารถปฏิเสธการให้ความเห็นทางการเมืองได้ โดยเฉพาะขณะนี้การเมืองกำลังสับสน มีความแตกแยกและแบ่งฝักฝ่าย จึงเป็นการยากที่จะบอกว่าควรหรือไม่ควรพูดเรื่องหนึ่งเรื่องใด แต่บทบาทของอธิการบดี มธ.ต้องมีแนวทางที่จะบอกกับสังคมในเรื่องที่มีคุณค่า ด้วยวิธีการที่เหมาะสม ซึ่งข้อเสนอของอธิการบดีอาจจะผูกพันกับ มธ. หรืออาจทำให้ถูกมองทางลบ หรือเป็นการเลือกฝักฝ่ายก็ได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคงไม่ยาวนานพอจะบอกได้ว่าอธิการบดีสมัยนั้นๆ ทำผิดหรือถูก นายสุรพลกล่าว
อธิการบดี มธ.กล่าวต่อว่า ตนยืนยันจะทำหน้าที่อธิการบดีจนครบสมัย และยืนยันความบริสุทธิ์ใจไม่หวังจะใช้ประโยชน์จากตำแหน่งอธิการบดีไปมีตำแหน่งทางการเมือง หรือจะใช้ท่าทีนั้นให้เป็นประโยชน์กับตัวเองอย่างแน่นอน แม้ว่าตนถูกทาบทามให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาหลายครั้ง รวมทั้งถูกทาบทามให้เป็นผู้บริหารสูงสุดระดับ 11 ถึง 2 ครั้ง ถูกทาบทามให้เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง 2 พรรค และถูกทาบทามให้เป็นแกนนำทางการเมืองหลายครั้ง แต่ก็ปฏิเสธมาทุกครั้ง เพราะเชื่อว่าตนไม่มีความสามารถเรื่องดังกล่าว แต่ตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับตนคือในมหาวิทยาลัย เมื่อครบเทอมดำรงตำแหน่งอธิการบดีสมัยหน้าก็ยืนยันว่าจะกลับไปเป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ ตนไม่ได้ดิ้นรนจะไปเป็นรัฐมนตรีหรือไปเอาตำแหน่งใดๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรพลได้รับคะแนนเสียง 25 เสียง นายกำชัยได้ 6 เสียง และมีผู้งดออกเสียง 1 คน จากจำนวนกรรมการสภา มธ.ที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 32 คน ซึ่งไม่นับรวมนายสุรพล จากองค์ประกอบกรรมการการสภา มธ.ทั้งหมด 35 คน
หน้า 26
ข้อมูลจาก มติชน
