นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมการนำผู้แสวงบุญไปร่วมพิธีฮัจญ์ ว่า ในปี 2550 ทางกระทรวงฮัจย์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้จัดสรรโควตาผู้แสวงบุญให้ประเทศไทย จำนวน 13,000 คน ซึ่งทางกรมได้เปิดให้มีการลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ www. hajthailand.net เพราะตนคิดว่าเป็นวิธีที่ดี มีความโปร่งใส และเป็นธรรม เนื่องจากสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ว่าใครลงทะเบียนก่อนหลัง ส่วนเรื่องของที่พักได้กำหนดการเช่าที่พักขึ้นใหม่เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ 1. ผู้ประกอบกิจการขนส่งผู้แสวงบุญ เป็นผู้จัดการเช่าที่พักและลงนามในสัญญาเช่าเอง โดยต้องทำตามระเบียบของทางการซาอุดีอาระเบีย และ 2. ผู้ประกอบกิจการขนส่งผู้แสวงบุญ เป็นผู้เลือกอาคารที่พัก ต่อรองราคา และตกลงเงื่อนไขสัญญาเช่าเอง โดยคณะอนุกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทย เป็นผู้พิจารณาและลงนามสัญญาเช่าที่พักให้ในนามทางการ ซึ่งตนคิดว่าจะเป็นการเพิ่มทางเลือกในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้แสวงบุญนายปรีชา กล่าวต่อไปว่า ตนยังได้รับรายงานจากฝ่ายประสานกิจการศาสนาอิสลามว่า ในปีนี้มีผู้ประกอบกิจการขนส่งผู้แสวงบุญได้รับอนุญาตทั้งสิ้น 96 ราย ซึ่งผู้ประกอบการที่เลือกการเช่าที่พักตามรูปแบบที่ 1 มีผู้แสวงบุญอยู่ในความดูแลจำนวน 2,500 คน ซึ่งขณะนี้ทางผู้ประกอบขนส่งฯ ได้ติดต่อเช่าที่พักไว้แล้วสำหรับผู้แสวงบุญ 500 คน ส่วนที่เหลืออีก 2,000 คน ยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนผู้ประกอบการที่เลือกการเช่าที่พักรูปแบบที่ 2 มีผู้แสวงบุญอยู่ในความดูแล 10,500 คน ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเช่าที่พักให้ผู้แสวงบุญได้แล้ว 9,500 คน ทั้งนี้ในปีนี้มีผู้ลงทะเบียนระบบออนไลน์ ทั้งหมด 16,904 คน ซึ่งเกินกว่าโควตาที่ได้รับ 3,904 คน ดังนั้นคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทย จึงได้ทำเรื่องถึงทางซาอุดีอาระเบียเพื่อขอเพิ่มจำนวนผู้แสวงบุญแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของทางซาอุดีอาระเบีย
“ปีนี้ผู้ประกอบกิจการขนส่งผู้แสวงบุญ ได้ดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนด้วยความเรียบร้อย และยังไม่มีการร้องเรียน หรือมีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น แต่ผมก็จะติดตามตรวจสอบการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใด ๆ” อธิบดีกรมการศาสนา กล่าว.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
