คอลัมน์ เลาะเลียบคลองผดุงฯตุลย์ ณ ราชดำเนิน
เมื่อกันยายน 2546 สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจการอ่านหนังสือของคนไทย พบคนไทยอ่านหนังสือ 35.5 ล้านคน ขณะที่มีผู้ไม่อ่านหนังสือ 22.4 ล้านคน หรือเกือบ 40%
ผู้ไม่อ่านหนังสือ 22.4 ล้านคน เป็นเพศชาย 10.1 ล้านคน และเพศหญิง 12.3 ล้านคน เหตุที่ไม่อ่านเพราะชอบฟังวิทยุ ดูทีวีมากกว่า ขณะที่เด็กอายุ 10-14 ปี ระบุชัดว่าไม่ชอบอ่าน และไม่สนใจถึงกว่า 60%
ส่วนผู้อ่านหนังสือ 25.4 ล้านคน มีสัดส่วนของการอ่านหนังสือพิมพ์สูงที่สุด 66% รองลงมาคือ อ่านนวนิยาย-การ์ตูน-หนังสืออ่านเล่น 44.6% และอ่านตำราเรียนตามหลักสูตร 40%
หากเทียบคนไทยกับต่างประเทศอ่านแล้วมีเพียงแค่ 5 เล่มต่อคนต่อปี นี่ยังไม่คิดถึงมาตรฐานความหนาบาง ขนาดรูปเล่ม ปรากฏว่าสิงคโปร์ อ่าน 17 เล่มต่อคนต่อปี และสหรัฐอเมริกา 50 เล่มต่อคนต่อปี (ไม่ฮา)
จากการสำรวจของยูเนสโกพบว่า คนไทยบริโภคกระดาษเพียง 13.1 ตันต่อปี ต่อ 1,000 คน หากเปรียบเทียบกับคนสิงคโปร์หรือฮ่องกงแล้ว บริโภคถึง 98 ตันต่อปีต่อ 1,000 คน
ส่วนสถิติการใช้ห้องสมุดพบคนไทยต่ำกว่า 3% เข้าห้องสมุดประชาชน 1 ครั้ง 1 ปี และต่ำกว่า 1% เป็นสมาชิกห้องสมุดประชาชน ทั้งประเทศเป็นสมาชิกห้องสมุดเพียง 420,000 คนเท่านั้น
ล่าสุดสำนักงานสถิติแห่งชาติ และ Positioning Magazine เดือน ตุลาคม 2548 สำรวจพบว่า คนไทยจำนวน 59.2 ล้านคน มีผู้อ่านหนังสือประมาณ 69.1% จำแนกเป็นชาย 51.1% และหญิง 48.5%
และจำนวน 59.2 ล้านคนนี้มีผู้ไม่อ่านหนังสือ 30.9% แยกเป็นชาย 28.4% และหญิง 33.3%
เฉพาะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 สำรวจนักเรียนจำนวน 13,291 คน อ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ ไม่รักการอ่าน และคิดไม่เป็น ร้อยละ 12
มหกรรมนักอ่าน ที่กระทรวงศึกษาธิการอุตส่าห์ลงทุนลงแรงจัดขึ้นในศูนย์แสดงสินค้าใหญ่ กทม.เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการเพิ่งจบไปนั้น ต้องขอบคุณนักวิจัยและข้อมูลทั้งหลาย ที่ต่างชี้ตรงกันว่าคนไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ โดยจากสถิติคนไทยอ่านหนังสือ 7 บรรทัดต่อคนต่อปีเท่านั้น
จบมหกรรมนักอ่านนี้แล้ว หวังว่าคนไทยอ่านหนังสือมากกว่า 12 บรรทัดต่อคนต่อปีตามที่ตั้งเป้าไว้
หน้า 25
ข้อมูลจาก ข่าวสด
