นายโฆสิต ปั้มเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐ มนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาห กิจขนาดกลางและขนาดย่อม เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์พัฒนาวิสาหกิจฯ เพื่อพัฒนาศักยภาพ ผู้ผลิต, การค้า และบริการ เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งรายเล็ก และรายใหญ่มีความสามารถแข่งขันในระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะของบประมาณปี 51 วงเงิน 3,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลเน้นใช้เงินในการพัฒนาการผลิตมากที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอส เอ็มอี) มากทั้งนี้จะไม่เน้นส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมากนัก เพราะจะเกิดปัญหาหนี้สินตามมาภายหลัง แต่ให้ความ สำคัญโดยการให้ความรู้ การพัฒนาศักยภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผู้ประกอบการเป็นหลัก โดยรัฐบาลจะประสานงานกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และกระทรวงพาณิชย์
“ส่วนกรณีที่กระทรวงการคลังมีแนวคิดส่งเสริมให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐปล่อยสินเชื่อสู่ระดับฐานรากนั้น เห็นว่าสินเชื่อเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ แต่ถ้าให้มีประสิทธิภาพ คงต้องเพิ่มองค์ประกอบอื่นมาช่วยเหลือด้วย”
นายธีระ สูตะบุตร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ภายใน 2-3 สัปดาห์หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเสนอยุทธศาสตร์พัฒนาวิสาหกิจฯ ให้ที่ประชุมครม.พิจารณาได้ ซึ่งในส่วนที่กระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบนั้นประกอบด้วยการส่งเสริม ผู้ผลิตสินค้าโอทอปที่ทำมาจากสินค้าเกษตร รวมถึงพัฒนาการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพ.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
