ธุรกิจน้ำหอมปลายปีแข่งเดือด งัดกิฟท์เซ็ทล่อใจลูกค้า แม้กำลังซื้อหดลดไซส์น้ำหอมลง แต่ยอดซื้อต่อบิลสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา หลังห้างสรรพสินค้าอัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย ผู้ประกอบการ 5 ค่ายยักษ์แห่ชิงเค้ก 1,000 ล้าน โนเบิลฯ เล็งน้ำเข้าน้ำหอมใหม่อีกเพียบหวังเพิ่มพอร์ท ดันแชร์ 20%นางสาวอารดา วิทยวิรานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการขาย และฝ่ายการตลาด บริษัท โนเบิล คอสเพอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำหอมแบรนด์เนม เปิดเผยถึงแนวโน้มการแข่งขันธุรกิจน้ำหอมในช่วงปลายปีว่า จะมีการแข่งขันกันรุนแรงพอสมควร โดยหากผู้นำเข้าน้ำหอมรายใดไม่มีการทำตลาดอย่างจริงจัง ไม่มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่หรือน้ำหอมกลิ่นใหม่ ก็มีแนวโน้มที่จะต้องออกจากตลาดไปหรือมีการเปลี่ยนตัวแทนจำหน่ายใหม่ ซึ่งตัวแทนจำหน่ายแต่ละรายต่างก็ต้องการน้ำหอมแบรนด์เนมเข้ามาจัดจำหน่ายภายใต้บริษัทของตนเอง
ปัจจุบันตลาดน้ำหอมมีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ประมาณ 5 ราย ใหญ่ อาทิ ซีเอ็มจี, ลอรีอัล, เพรสทีจ, ลักส์เอเชีย โดยมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 1,000 ล้านบาท ในปีนี้คาดว่ามีการเติบโตประมาณ 5% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ต่ำกว่าทุกปีที่ผ่านมาที่มีการเติบโต 10-15% ปัญหาหลักเป็นเรื่องของภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาราคาน้ำมัน และความเชื่อมั่นทางการเมือง
นางสาวอารดา กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 15% จากน้ำหอมจำนวน 14 แบรนด์ อาทิ พอลสมิธ, จากัว, มอร์แกน ซึ่งบริษัทวางแผนที่จะนำเข้าน้ำหอมแบรนด์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาอีก 2-3 แบรนด์ที่จะเปิดตัวในปีหน้า ส่วนปลายปีนี้จะมีการเปิดตัวน้ำหอมแบรนด์ร็อกซี่ (Roxy) เพิ่มขึ้นอีก 1 แบรนด์ ซึ่งบริษัทต้องสร้างพอร์ทให้มีขนาดใหญ่ เพื่อมีศักยภาพในการนำเข้าน้ำหอมแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามำทตลาด เพื่อให้บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 20% ภายในปีนี้
สำหรับ กลยุทธ์การทำตลาดช่วงปลายปีของสินค้าแฟชั่นนั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นการจัดชุดของขวัญ (Gife Set) การแจกของพรีเมี่ยมเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย ซึ่งในส่วนบริษัทก็มีการจัดกิฟท์เซ็ทด้วยเช่นกัน มีราคาตั้งแต่ 3,500 " 7,000 บาท ส่วนกลยุทธ์การลดราคานั้นจะมีการนำมาใช้บ้าง แต่จะลดราคาสูงสุดไม่เกิน 15% โดยบริษัทเตรียมงบประมาณไว้ 10% ในการจัดกิฟท์เซ็ท รวมถึงการแจกน้ำหอมตัวอย่างขนาด 2 มิลลิลิตร
ไตรมาสสุดท้ายโดยปกติบริษัทจะมีสัดส่วนยอดขายประมาณ 30-35% ของทั้งปี ปีนี้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ทำให้แนวโน้มผู้บริโภคมีการเปลี่ยนขนาดของการซื้อสินค้า เช่นเคยซื้อขนาด 100 มิลลิลิตร ก็ลดลงเหลือขนาด 50 มิลลิลิตร แต่จำนวนเงินเฉลี่ยที่ผู้บริโภคใช้จ่ายต่อบิลมีการปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลจากการอัดโปรโมชั่นของห้างและเจ้าของแบรนด์สินค้า โดยในไตรมาสสุดท้ายบริษัทใช้งบทำตลาด 30% ของงบการตลาดทั้งปี 20% ของยอดขาย นางสาวอารดา กล่าวและว่า
ผลประกอบการของบริษัทในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีการเติบโตประมาณ 20% ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทมีการเปิดจุดจำหน่ายเพิ่มอีก 6 แห่ง ในปีนี้ จากปัจจุบันบริษัทมีอยู่แล้ว 32 แห่ง และคาดว่าถึงสิ้นปีบริษัทจะเพิ่มจุดจำหน่ายได้ทั้งสิ้น 8 แห่ง และถึงกลางปีหน้าบริษัทน่าจะมีจุดจำหน่ายครบ 40 แห่ง โดยใช้งบประมาณการลงทุนประมาณ 20% ของยอดขาย นอกจากนี้บริษัทยังมีการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าในปีนี้บริษัทน่าจะเติบโตประมาณ 20-25% ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นใหม่เบอเบอร์รี่ บริท เชีย (BURBERRY BRIT SHEER) ซึ่งเป็นกลิ่นหอมที่ไม่ซ้ำแบบใคร ที่จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายเพิ่มอีก 5 % โดยบริษัทได้ใช้งบประมาณ 15% ในการทำตลาด
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
