คอลัมน์ เกาะติดหุ้นบมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ หรือ BIGC มีกำไรสุทธิในไตรมาส 250 เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน(yoy) เป็น 545 ล้านบาทจากการที่ยอดขายต่อสาขาเดิมเติบโต 1.2% รวมทั้งมีสาขาเพิ่มขึ้น 3 แห่ง
อย่างไรก็ดี อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทลดลงจาก 9.3% ในไตรมาส 249 เหลือ 8.5% เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันยอดขายในภาวะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดต่ำลง
กำไรในช่วงครึ่งแรกของปีคิดเป็น 52% ของประมาณการของเรา ดังนั้นเราจึงยังคงประมาณการเดิมที่คาดว่าในปีนี้บริษัทจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 2,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน
ทั้งนี้เรามองว่าภาพรวมของการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในครึ่งปีหลังต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าจะดีขึ้นกว่าในครึ่งปีแรก ด้วยปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งในช่วงปลายปี การฟื้นตัวของความเชื่อมั่นผู้บริโภค และอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ
นอกจากนั้น BIGC ยังจะมีการเปิดสาขาใหม่ถึง 4 สาขาในช่วงเดือนก.ย.-ธ.ค.นี้ที่ สมุย ชลบุรี หางดง (เชียงใหม่) และบุรีรัมย์ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีสาขารวมเป็น 54 แห่ง ณ สิ้นปีนี้ โดยบริษัทยังคงเร่งขยายสาขาต่อไปก่อนที่จะมีกฎหมายค้าปลีกค้าส่งในอนาคต
เราได้ปรับราคาที่เหมาะสมของ BIGC จากการประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดโดยมีการปรับอัตราคิดลดลงจาก 9.6% มาเป็น 9.3% ซึ่งส่งผลให้ราคาที่เหมาะสมของหุ้นปรับขึ้นเป็น 48.50 บาท
อย่างไรก็ดีราคาหุ้นในปัจจุบันซื้อขายที่ PER 16.5 เท่าซึ่งมีอัพไซด์จำกัดเมื่อเทียบกับราคาเป้าหมาย แต่ด้วยแนวโน้มการขยายตัวของบริษัทตามการฟื้นตัวของการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคโดยได้อานิสงส์จากการเลือกตั้งและ การมีรัฐบาลชุดใหม่
บล.กิมเอ็ง จึงปรับคำแนะนำจาก ขาย มาเป็น ซื้อเมื่ออ่อนตัว
หน้า 9
ข้อมูลจาก ข่าวสด
