พลังงานจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเพื่อชดเชยราคาให้แก่ผู้ค้าแก๊สโซฮอล์ ด้านปตท.เล็งขึ้นราคาเอ็นจีวี จาก 8.50 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 10 บาทเศษปีหน้า ขณะที่เชลล์รุกตลาดพรีเมียมดันน้ำมันดีเซลสูตรใหม่เจาะตลาดนายวีระพล จิระประดิษฐ์กุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ประกาศจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนของเบนซิน 95 เพิ่มขึ้น 14 สตางค์หรือ 39.90 บาทต่อลิตรและเก็บเงินเข้ากองทุนเบนซิน 91 เพิ่มขึ้น 4 สตางค์ หรือ 3.60 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 1 สัปดาห์เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อชดเชยราคาให้แก่ผู้ค้าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)
ด้านนายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจสำรวจผลิตและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2551 ปตท.จะปรับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี จากราคาเดิม 8.50 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 10 บาทเศษต่อกิโลกรัม โดยหากระยะจากพื้นที่จำหน่ายไกลเกินรัศมี 50 กิโลกรัมของแหล่งผลิต ราคาจะขยับขึ้นตามระยะทางส่วนที่ไกลสุดคือที่ จ.เชียงใหม่ คาดว่าจะขยับขึ้นจาก 10 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 13-14 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้เพื่อให้สะท้อนต้นทุนแท้จริงสอดคล้องกับภาวะเงินและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา ปตท.ต้องแบกภาระส่วนต่างประมาณ 2-3 บาทต่อกิโลกรัมหรือกว่า 500 ล้านบาท
ส่วนนายธีรพจน์ วัชราภัย ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์ในประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัทนำน้ำมันดีเซลใหม่ เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล ซึ่งเป็นน้ำมันระดับพรีเมียมที่ราคาสูงกว่าดีเซลปกติ 1.50 บาท มาจำหน่ายที่สถานีบริการทั้ง 450 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งเป็นน้ำมันที่เหมาะสำหรับเครื่องยนต์สมรรถนะสูง และต้องการเพิ่มกำลังยืดอายุเครื่องยนต์โดยเตรียมงบกว่า 100 ล้านบาท เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายแบบครบวงจรและตั้งเป้าเพิ่มยอดขายน้ำมันกลุ่มพรีเมียมเป็น 20 ล้านลิตรต่อเดือนหรือประมาณ 200 ล้านลิตรต่อปี
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
