ทหารไทยหาช่องเรียกชดเชย เข้มงวดให้กู้ลูกค้าทำสัญญารัฐแบงก์ไทยพาณิชย์ยันสนับสนุนด้านการเงินคิงเพาเวอร์ หลังบอร์ด ทอท.มีมติสัญญาบริหารพื้นที่อาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิเป็นโมฆะ ทำใจเรื่องสัมปทานรัฐอยู่เหนือความคาดหมาย ยังมั่นใจได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายธนาคารไม่ใช่ต้นเหตุปัญหา ด้านแบงก์ทหารไทยเล็งเพิ่มความเข้มงวดปล่อยกู้ลูกค้าที่ทำสัญญากับภาครัฐ
นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา นายกกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีบี เปิดเผยกรณีคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. มีมติให้สัญญาสัมปทานโครงการจำหน่ายสินค้าปลอดอากรและโครงการบริหารกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิกับบริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นโมฆะ ที่อาจส่งผลกระทบต่อธนาคารไทยพาณิชย์ทั้งในฐานะผู้ให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่บริษัทคิงเพาเวอร์ และยังเป็นผู้เช่าพื้นที่เพื่อเปิดสาขาและบู๊ธรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศภายในอาคารผู้โดยสารว่า ขณะนี้ธนาคารยังไม่ได้ระงับการอนุมัติวงเงินสินเชื่อของบริษัทคิงเพาเวอร์ และยังสามารถเบิกใช้วงเงินได้ตามปกติ แต่ธนาคารจะคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้ความร่วมมือกับกระบวนการของศาลและกระบวนการของรัฐด้วย โดยผลที่เกิดขึ้นอาจมีหลายด้าน ธนาคารจะต้องหาทางออกเตรียมไว้ และในกรณีที่สัญญาสัมปทานถูกยกเลิกจริงๆ ทอท.จะต้องจ่ายเงินคืนให้กับบริษัทคิงเพาเวอร์ ซึ่งธนาคารคงต้องไปติดตามเงินส่วนนั้นคืนมาเช่นเดียวกัน เพราะได้จ่ายเงินค่าเช่าพื้นที่บางส่วนให้กับบริษัทไปแล้ว
เราไม่สามารถมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ได้ ก็ต้องไปดูผลกระทบและติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะออกมาเป็นอย่างไร กรณีของคิงเพาเวอร์ธนาคารจะดูแลปกป้องผลประโยชน์ของธนาคารอย่างดีที่สุด เรื่องสัมปทานรัฐเป็นเรื่องนอกเหนือความคาดหมาย บางเรื่องไม่สามารถป้องกันได้ 100% ความเสี่ยงที่มีมากขึ้นมันหยุดไม่ได้ เพราะการปล่อยสินเชื่อเป็นเรื่องของธุรกิจ แต่ในกรณีของคิงเพาเวอร์ยังไม่ส่งผลเสียหายกับธนาคาร เนื่องจากเรื่องยังไม่สิ้นสุด
นายจิรายุกล่าวว่า ธนาคารได้มีการปรับปรุงวิธีการบริการจัดการความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีฝ่ายบริหารเป็นผู้ดูแล แต่ในระยะต่อไปการอนุมัติสินเชื่อจะต้องผ่านการพิจารณาจากฝ่ายบริหารความเสี่ยงอีกครั้ง โดยต้องคำนึงผลกระทบทางสังคมนอกเหนือจากการพิจารณาให้สินเชื่อเพียงอย่างเดียว
นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณีของบริษัทคิงเพาเวอร์ยังถือเป็นปกติ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง โดยธนาคารไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ทอท.เลย เพียงแค่ทำธุรกิจตามปกติเท่านั้น ดังนั้น กฎหมายต้องคุ้มครองคนที่ไม่ใช่ตัวต้นเหตุ
ด้านนายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ปล่อยกู้และเช่าพื้นที่เช่นกัน กล่าวว่า ธนาคารซึ่งเป็นผู้ที่เช่าพื้นที่จากบริษัทคิงเพาเวอร์ คงต้องเข้าไปดูว่าทางบริษัทจะชดเชยอย่างไร เพราะธนาคารได้จ่ายเงินค่าเช่าพื้นที่ภายในสนามบินไปแล้วแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ โดยการยกเลิกสัมปทานดังกล่าวทางบริษัทคิงเพาเวอร์น่าจะได้รับเงินชดเชยส่วนหนึ่ง
ค่าเช่ามี 2 ส่วน คือ ค่าเช่าเป็นล็อตหรือการเซ้ง ซึ่งได้จ่ายไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีค่าเช่าพื้นที่แบบรายเดือนด้วย โดยในช่วงที่ผ่านมาถือว่ารายได้จากการทำธุรกรรมภายในสนามบินอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม สำหรับการพิจารณาให้สินเชื่อกับบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับภาครัฐในอนาคตอาจมีความจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดมากขึ้น เพราะมีความเสี่ยงมากขึ้น
หน้า 17
ข้อมูลจาก มติชน
