ไอ.ซี.ซี.ปรับทิศทางทำตลาดแบรนด์แอลใหม่ เสริมความแข็งแกร่งให้แบรนด์ ประเดิมกลุ่มสตรี หวังรายได้ทะลุ 1,000 ล้าน ขึ้นสู่แบรนด์หลักอันดับ 5 ของบริษัท ก่อนปรับภาพกลุ่มผู้ชาย สินค้าภายในบ้านและกลุ่มเด็ก พร้อมหาพื้นที่เปิดแฟล็กชิฟ สโตร์ แห่งแรกในไทยนางรมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายสตรี แบรนด์แอล (Elle) บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางการทำตลาดของผลิตภัณฑ์แอลในช่วงครึ่งปีหลังว่า บริษัทได้มีการปรับทิศทางการทำตลาดใหม่ ด้วยการทำตลาดร่วมกันในสินค้าแต่ละกลุ่ม จากเดิมที่มีการแยกกันทำตลาด และมีการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารใหม่ ซึ่งการทำตลาดร่วมกันด้วยนโยบายกลางของบริษัทก็เพื่อทำให้แบรนด์แอลมีความแข็งแกร่ง และเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ถึงความครบวงจรของสินค้าภายใต้แบรนด์แอล โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิง เนื่องจากแบรนด์แอลมีสินค้าที่สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงรุ่นใหม่ได้ครบวงจร
โดยบริษัทได้วางเป้าหมายรายได้ของการปรับภาพลักษณ์ใหม่ในครั้งนี้ ด้วยยอดขายเติบโตถึง 1,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายได้กว่า 700 ล้านบาท ซึ่งหากสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายดังกล่าวได้ จะส่งผลให้กลุ่มสินค้าแบรนด์แอล เป็นธุรกิจหลักของบริษัทอันดับที่ 5 ซึ่งสินค้า 4 อันดับแรก ที่ทำยอดขายได้สูงสุดของบริษัทได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์วาโก 2.ผลิตภัณฑ์บีเอสซี 3.ผลิตภัณฑ์ลาคอส และ 4.ผลิตภัณฑ์แอร์โรว์
แบรนด์แอล เป็นแบรนด์จากประเทศฝรั่งเศส ที่อยู่ในประเทศไทยมา 15 ปีแล้ว ในอดีตแต่ละกลุ่มสินค้าต่างแยกกันทำตลาด แต่ปีนี้เป็นการทำตลาดร่วมกัน เนื่องจากบริษัทมีความพร้อม และที่ผ่านมาแต่ละกลุ่มสินค้าของแบรนด์แอลก็ถือว่ามีความแข็งแกร่ง การรวมกันทำตลาดก็จะช่วยให้แบรนด์แข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันแบรนด์แอลมีสินค้า 6 กลุ่ม ได้แก่ เสื้อผ้าสตรี, ชุดชั้นใน, ชุดว่ายน้ำ, เครื่องแต่งกายเด็กและของใช้, เครื่องหนังและเครื่องประดับ, รองเท้า ขณะที่กลุ่มสินค้าสำหรับเครื่องนอน เช่น ผ้าปูที่นอน บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทแม่เพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาผลิตและจำหน่ายเพิ่มเติมด้วย นางรมิดา กล่าวและว่า
ในช่วงเดือนกันยายนนี้ บริษัทยังวางแผนที่จะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ แอล แอคทีฟ (Elle Active) สำหรับกลุ่มผู้หญิงที่รักเล่นกีฬาออกวางจำหน่าย และยังมีแผนที่จะเปิดร้านแฟลกชิฟ สโตร์แห่งแรกในประเทศ ขนาดพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 200 ตารางเมตร เพื่อจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์แอลทั้งหมด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาหาพื้นที่
นายรมิดา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ภายหลังจากการมีการปรับเสื้อผ้ากลุ่มผู้หญิงแล้ว ต่อไปบริษัทจะปรับการทำตลาดสินค้ากลุ่มผู้ชาย ภายใต้แบรนด์แอล ออม (Elle Homme) ด้วยการรุกตลาดชุดทำงาน ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง อาทิ กระเป๋า เข็มขัน และแอสเซสซอรี่ ซึ่งคาดว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 น่าจะผลิตสินค้าออกมาจำหน่ายได้ หลังจากนั้นจะทำตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ภายในบ้านและผลิตภัณฑ์เด็กต่อไปด้วย
โดยบริษัทได้วางงบประมาณการทำตลาดไว้ 3% ของยอดขาย ในการจัดกิจกรรมการตลาดต่างๆ การจัดทำซีอาร์เอ็มกับฐานลูกค้าแอลประมาณ 80,000 " 1 แสนคน ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทจะมีแคมเปญ So French ด้วยการนำสินค้ากว่า 10,000 รายการออกจำหน่าย หล้งจากนั้นจะมีการจัดกิจกรรมการตลาดสำหรับกลุ่มสินค้าผู้ชายต่อไปด้วย
ทั้งนี้บริษัทฯจะเน้นกลยุทธ์ตอกย้ำความเป็นแฟชั่นจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีสไตล์การแต่งตัวเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร เพื่อสอดคล้องกับสไตล์ของการแต่งตัวของผู้หญิงในเอเชีย พร้อมกันนี้บริษัทฯต้องการสร้างแบรนด์ให้ได้มากที่สุด โดยจัดงบตลาด 3% จากยอดขายเพื่อทำตลาด อีกทั้งยังมุ่งเน้นใช้กลยุทธ์ ซีอาร์เอ็ม เจาะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้งบริการหลังการขาย การมุ่งสร้างรอยัลตี้เพิ่ม จากเดิมที่มีแฟนพันธ์แท้ไม่ต่ำกว่า 80,000 "100,000 ราย เพิ่มขึ้นได้
สำหรับผลประกอบการ ของแบรนด์ แอล ในปีนี้ บริษัทฯได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ 30% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนรายได้ ต่างจังหวัด 60% กรุงเทพฯอีก 40% จากเดิมในปีที่ผ่านมีรายได้ที่ 700 ล้านบาท
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
