หนังสือพิมพ์รายวันปรับตัว รับศึกเศรษฐกิจ โพสต์ พับลิชชิ่ง ลดขนาดประหยัดต้นทุน 15-20% ขณะที่ สยามรัฐ ปรับโฉมครั้งใหญ่ ทุ่ม 100 ล้าน เพิ่มเนื้อหาธุรกิจ พร้อมเนื้อหาเอาใจคนรุ่นใหม่ ด้าน เครือเดอะเนชั่น รุกหนักธุรกิจนิวมีเดีย ด้านเอเยนซี่ มองสื่อสิ่งพิมพ์ต้องปรับตัว ให้มีความครอบคลุมตามเทรนด์โลก คือ มีทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ เผยปีนี้ยังเหนื่อยหนัก เพราะสถานการณ์ยังไม่นิ่ง คาดกว่าลูกค้าจะมีการใช้เงินเพิ่มต้องรอปีหน้าจากภาวะทางเศรษฐกิจและเม็ดเงินโฆษณาในธุริกจหนังสือพิมพ์ที่หดตัวลงต่อเนื่อง จากเม็ดเงินในตลาด 5 เดือนแรกของปี 2550 ประมาณ 6,027 ล้านบาท ขณะที่ปี 2549 มีเม็ดเงินประมาณ 6,404 ล้านบาท เป็นผลให้ผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์มีการปรับตัว เพื่อลดภาระต้นทุน พร้อมทั้งขยายกลุ่มผู้อ่าน โดยที่เห็นมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เช่น เครือเดอะเนชั่น ที่รุกหนักในธุรกิจนิวมีเดีย ซึ่งเป็นแนวโน้มการปรับตัวของหนังสือพิมพ์ทั่วโลก ขณะที่ค่ายโพสต์ พับลิชชิ่ง และสยามรัฐ ก็มีการปรับตัวเช่นกัน และล่าสุด มีกระแสข่าวว่า มติชนรายวัน มีแผนที่จะปรับเนื้อหาภายในเล่มเร็วๆ นี้
นายศุภกรณ์ เวชชาชีวะ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ฐานเศรษฐกิจ ว่า บริษัทได้ปรับขนาดหนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ และโพสต์ ทูเดย์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันในเครือ ตั้งแต่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ให้มีขนาดความกว้างลดลง โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การประหยัดต้นทุน ซึ่งสามารถปรับลดต้นทุนไปได้ประมาณ 15-20%
เทรนด์ของขนาดหนังสือพิมพ์ในต่างประเทศ ขนาดจะเล็กลง เพื่อความสะดวกของผู้อ่านในการพกพา และการเปิดอ่าน ระหว่างเดินทาง ซึ่งหลังจากการปรับลดขนาด เราได้มีการเซอร์เวย์ความพอใจของผู้อ่าน พบว่าไม่มีผลในแง่ลบแต่ประการใด นายศุภกรณ์กล่าวและว่า ส่วนเป้าหมายในการเพิ่มรายได้จากโฆษณา หรือยอดขายที่เพิ่มขึ้นนั้น อาจมีผลบ้าง แต่ไม่ใช่เป้าหมายหลัก เพราะการเพิ่มรายได้จากโฆษณา หรือการเพิ่มปริมาณผู้อ่าน อยู่ที่เนื้อหามากกว่า ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทมีการปรับปรุงเนื้อหาสาระในหนังสือพิมพ์อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงมกราคม - พฤษภาคม 2550 เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ ตามการายงานตัวเลขของบริษัท นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ซ จำกัด ยังคงติดลบอยู่ที่ 5.89% ทั้งนี้เนื่องจากปัจจัยจากสภาพเศรษฐกิจ โดยในส่วนของหนังสือพิมพ์รายวันในเครือโพสต์ พับลิชชั่งทั้ง 2 เล่ม มีรายได้จากโฆษณาลดลงเฉลี่ย 2-3% ในขณะที่จำนวนผู้อ่าน ยังคงมีอัตราเพิ่มขึ้น แต่เพิ่มในอัตราที่ช้ากว่าในช่วงที่ผ่านมา ส่วนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของบริษัท รวมทั้งการทำกิจกรรมร่วมกับพันธมิตร ยังเป็นเรื่องที่บริษัทให้ความสำคัญ เพราะมีผลต่อการสร้างแบรนด์ และการรับรู้ในตัวแบรนด์ เพียงแต่ไม่มีการเพิ่มงบการทำตลาดแต่อย่างใด
สำหรับการพัฒนาเพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับหนังสือพิมพ์นั้น ในแง่ของสื่อออนไลน์ หรือนิวมีเดีย บริษัทยังคงทำต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้วพอสมควร แต่ยังไม่เต็มที่ เพราะต้องพิจารณาในแง่ของการลงทุน และผลที่จะได้รับ อย่างไรก็ตาม ส่วนของออนไลน์สามารถสร้างรายได้ได้พอสมควร และเป็นส่วนรายได้ที่สำคัญส่วนหนึ่ง
ด้านนายกตพล คงอุดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามรัฐ จำกัด กล่าวว่า บริษัทลงทุนเพิ่มในส่วนของการซื้อแท่นพิมพ์ใหม่กว่า 100 ล้านบาท เพิ่มการพัฒนาและเพิ่มสีสันให้กับหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ซึ่งมีการปรับโฉมใหม่ และเริ่มวางจำหน่ายหนังสือพิมพ์สยามรัฐโฉมใหม่ตั้งแต่ 27 มิถุนายนนี้ โดยเดิม บริษัทมีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันเดียวกันนั้น แต่ต้องเลื่อนออกไปอีกประมาณ 1 เดือน เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่ชัดเจน โดยการลงทุนในครั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีกลุ่มทุนใหม่เข้าร่วม แต่เป็นการลงทุนของบริษัทเองทั้งหมด
การปรับโฉมครั้งนี้ถือเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ ซึ่งจะปรับทั้งในส่วนขององค์กร หนังสือพิมพ์ และการนำองค์กรเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยการปรับโฉมหนังสือพิมพ์ มีการเพิ่มหน้า และเพิ่มเนื้อหาด้านธุรกิจเศรษฐกิจ จากเดิมที่สยามรัฐจะเน้นหนักที่ข่าวการเมือง เศรษฐกิจ และข่าวทั่วไป เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายใหม่ จากเดิมสยามรัฐมีกลุ่มผู้อ่านอยู่ในระดับ D ถึง C+ เมื่อปรับโฉมแล้ว ตั้งเป้าที่จะเพิ่มกลุ่มผู้อ่านในระดับ B+ โดยยังคงรักษาฐานกลุ่มผู้อ่านเดิมไว้ด้วย
โฉมใหม่ของสยามรัฐ จะตอบโจทย์ในแง่ของโฆษณามากขึ้น นอกจากนี้จะมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งจะยังไม่เห็นในปีนี้ ตอนนี้เราจะเน้นที่ตัวของสยามรัฐก่อน รวมทั้งขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมมากขึ้น ส่วนเรื่องของเวปไซด์สยามรัฐ ยังต้องใช้เวลาอีกนิด แต่ตอนนี้เริ่มมีแล้ว น่าจะใช้เวลาอีก 1 ปี เป็นการปรับไปพร้อมๆ กัน เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้อ่าน นายกตพลกล่าว
นางวรรณี รัตนพล ประธานบริหาร บริษัท อินนิทิเอทิฟว์ จำกัด มีเดีย เอเยนซี่ในกลุ่ม อินเตอร์พับลิค กรุ๊ป กล่าวว่า การปรับตัวของหนังสือพิมพ์รายวัน ไม่ว่าจะเป็น โพสต์ ทูเดย์ บางกอกโพสต์ หรือหนังสือพิมพ์ในเครือเดอะเนชั่น เป็นการลดขนาดของหนังสือพิมพ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องของการลดต้นทุน โดยผู้ประกอบการมีแนวคิดที่ว่า คนอ่านเดินทางกันเยอะขึ้น การปรับขนาดให้เล็กลงจึงช่วยเพิ่มในแง่ของความสะดวก แต่จริงๆ หนังสือพิมพ์ทั้งของโพสต์ฯ หรือเนชั่น คนอ่านไม่นิยมที่จะหยิบไปอ่านระหว่างเดินทาง คนส่วนใหญ่อ่านในออฟฟิศ อ่านที่บ้าน
ส่วนการปรับที่มีเป้าหมายในแง่ของการเพิ่มยอดโฆษณา หรือยอดผู้อ่าน น่าจะเป็นเรื่องของการปรับเนื้อหา และการทำโปรโมชั่นกับผู้อ่านมากกว่า ดังนั้น ในแง่ของทั้งการปรับตัวที่เห็นอยู่ขณะนี้ จึงไม่น่าจะมีผลต่อเม็ดเงินโฆษณาแต่อย่างใด
สำหรับเม็ดเงินโฆษณาในอุตสาหกรรม ขณะนี้ลูกค้าเริ่มใช้งบช้าลง มีการดึงงบบ้าง เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งแม้จะมีการกระตุ้น หรือทำโปรโมชั่นใด ๆ ไม่น่าจะทันสำหรับการใช้งบโฆษณาในปีนี้ เพราะการเลือกตั้งจะขึ้นประมาณปลายปี การใช้เงินก็จะขยับไปอยู่ปีหน้า
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
