นางบรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบให้ยกเลิกร่างพ.ร.บ.สุวรรณภูมิมหานคร พ.ศ... ว่า ส่งผลให้ไม่มีการแบ่งพื้นที่การปกครองพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งก่อนหน้านี้ กทม.เคยเสนอเรื่องให้พิจารณาถอนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเพราะส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงพื้นที่การปกครอง การบริหารราชการ กทม. และจ.สมุทรปราการนางบรรณโศภิษฐ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีการบริหารจัดการพื้นที่รอบสุวรรณภูมินั้น กทม. ได้เสนอความเห็นสมควรแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ บริหารงานลักษณะบรรษัทพัฒนาเมืองโดยตั้งคณะกรรมการเป็น 2 ระดับ คือ ระดับนโยบาย มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ มีหน้าที่กำหนดนโยบายการบริการพื้นที่ต่างๆ และคณะกรมการระดับปฏิบัติการ โดยแบ่งอำนาจตามพื้นที่การปกครองเดิม พื้นที่ใดอยู่ในเขตกรุงเทพฯให้ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธาน ส่วนพื้นที่จ.สมุทรปราการ ให้ผู้ว่าฯ จ.สมุทรปราการ เป็นประธาน ส่วนคณะกรรมการเป็นหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ โดยมีหน้าที่ประสานงานหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ
การถอดร่างพ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว ส่งผลดีกับกทม. และจ.สมุทรปราการ ทำให้การควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นไปตามกฎหมายผังเมืองเดิมที่กำหนด อำนาจการบริการงานต่างๆ ยังเป็นไปตามเขตการปกครองเดิม ไม่ต้องแบ่งอำนาจใหม่ แต่ผลเสียที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดจะตกอยู่กับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ นักเก็งกำไรที่ดิน และนักการเมืองต่างๆ ที่กว้านซื้อที่ดินรอบสนามบินสุวรรณภูมิเพราะคิดว่าจะสร้างเป็นหมู่บ้านจัดสรร หรือพื้นที่การค้าต่างๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถดำเนินการได้
นางบรรณโศภิษฐ์ กล่าวว่า ส่วนการสร้างเมืองใหม่ย่านฝั่งตะวันออกรองรับการเติบโตของเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ เช่น ลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี ประเวศ ยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยลักษณะการบริหารงานอยู่ในรูปแบบบรรษัทพัฒนาเมืองเช่นกัน (กรอบบ่าย)
หน้า 17
ข้อมูลจาก มติชน
