กิ๊กก๊อก ข่าว |
กิ๊กก๊อก Link |
|
|
เล็งถ่างเพดานรีดเงินโปะกองทุนน้ำมัน
รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน แจ้งว่า เตรียมเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อขยายอัตราการเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมัน เพื่อนำส่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มอีก 1 บาท/ลิตร จากเดิมอัตราสูงสุด กพช.กำหนดไว้ที่ 4 บาท/ลิตร ขยายเพิ่มเป็น 5 บาท/ลิตร ซึ่งการขยายเงินนำส่งกองทุนน้ำมันเพิ่มเติมเนื่องจากเห็นว่าช่วงนี้ราคาน้ำมันปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกองทุนน้ำมันยังมีภาระจากการชดเชยพลังงานทดแทนทั้งแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมเงินไว้เพื่อนำไปใช้ชดเชยการนำเข้าก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) จากต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ใช้เงินนำเข้ามากกว่า 7,000 ล้านบาทแล้ว และทางคณะกรรมการ ปตท.กำหนดวงเงินสูงสุดของการช่วยเหลือการนำเข้าแอลพีจีไว้ที่ 10,000 ล้านบาท ประเมินว่าจะใช้วงเงินดังกล่าวหมดภายในปีนี้ หลังจากนั้นกองทุนน้ำมันอาจต้องรับภาระนำเข้าแอลพีจีแทนปตท. เพราะรัฐบาลเองยังไม่ตัดสินใจขึ้นราคาแอลพีจีในภาคขนส่ง เพื่อนำเงินส่วนหนึ่งมาคืนปตท. และสกัดการใช้น้ำมันในประเทศลง โดยขณะนี้ราคาน้ำมันตลาดโลกเริ่มปรับลดลงมากจนทำให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับลดลงจากที่เคยอยู่ที่กว่า 40 บาท/ลิตร มาอยู่ที่กว่า 20 บาท/ลิตร ซึ่งการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนเพิ่มขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และในช่วงนี้อยู่ในช่วงของการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่จะหมดเขตวันที่ 31 ม.ค.52 ซึ่งกระทรวงการคลังเองยืนยันที่จะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายด้านภาษีสรรพสามิตน้ำมันนายศิวะนันท์ ณ นคร ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) (สบพ.) กล่าวว่า ในช่วงที่ราคาน้ำมันลดลง 2 เดือน กระทรวงพลังงานทยอยเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ทำให้มีรายได้เข้ากองทุนน้ำมัน 2,400 ล้านบาท/เดือน ซึ่งเป็นอัตราที่ดี จากเดิมที่ฐานะกองทุนน้ำมันอยู่ในขั้นติดลบ
ข้อมูลจาก ข่าวสด

|
|
|
|