เมื่อก่อนเวลาดูทีวีโดยเฉพาะช่องต่างประเทศ มักจะได้เห็นภาพข่าวประเทศในซีกโลกอื่นๆ ที่มีปัญหาสงครามกลางเมือง มีภาพประชาชนขว้างก้อนอิฐก้อนหินหรือยิงหนังสติ๊กใส่ทหารตำรวจ ภาพประชาชนถูกฉุดกระชากลากถูภาพคาร์บอมบ์ ภาพบ้านเรือนถูกเผาไฟลุกไหม้ ดูแล้วก็อดแอบโล่งใจลึกๆ ไม่ได้ว่า โชคดีเหลือเกินที่บ้านเมืองเราไม่มีสภาพที่น่าเศร้าแบบนี้
แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนัก ไม่น่าเชื่อเลยว่าตัวเองจะได้เห็นภาพเหล่านั้นเกิดขึ้นในเมืองไทย คนไทยที่เคยได้ชื่อว่า ''''''รักสงบ'''''' กลับแบ่งแยกกันเป็นฝักเป็นฝ่าย ตื่นเช้าขึ้นมาแม้แต่จะหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่ ยังต้องหยุดคิดนิดหนึ่งว่า กิจกรรมที่เราจะทำ สถานที่ที่เราจะไป สีที่จะหยิบขึ้นมาใส่นั้นจะกลายเป็นประเด็นปัญหาหรือเปล่า น่าเศร้าจริงๆ
ในช่วงเวลาแบบนี้ บรรยากาศรอบตัวจึงดูระอุคุกรุ่น เหมือนเคานท์ดาวน์รอสะเก็ดไฟแห่งปัญหาปะทุขึ้นตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรทำใจให้หนักแน่นเข้มแข็งเอาไว้ โดยเฉพาะเหล่ามนุษย์เงินเดือนหรือพวกที่หาเช้ากินค่ำอย่างเราๆ การดำรงชีวิตในทุกๆ ด้านควรทำด้วยความ ''''''ระมัดระวัง'''''' จะจับจ่ายใช้สอยอะไรก็ต้องใช้ ''''''สติ'''''' เป็นตัวกำหนด สิ่งไหนที่จัดอยู่ในประเภทของ ''''''ฟุ่มเฟือย'''''' ก็ควรหยุดพักไว้ก่อน ถ้าว่างๆ ลองจัดห้องจัดของรอบๆ ตัวดู แล้วเราจะรู้ว่า ยังมีของดีๆ (แพงเกินเหตุ) ที่เราขนซื้อมาเก็บเอาไว้แล้วยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อยู่อีกมากมาย แค่คิดว่าจะต้องหยิบออกมาใช้ให้หมด ก็แทบไม่ต้องช็อปของใหม่ให้เปลืองสตางค์แล้ว มีพี่ที่รู้จักอยู่คนหนึ่ง มีไอเดียเก๋ดีตรงที่ว่า ถ้าเธอซื้อเสื้อผ้าใหม่เข้ามาหนึ่งชิ้น เธอจะต้องหาทางกำจัดของเก่าที่มีอยู่ออกไปหนึ่งชิ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะด้วยการนำไปบริจาคหรือไปขายต่อ ทำให้ก่อนจะซื้ออะไรก็ต้องคิดเป็นสองต่อ แล้ววิธีนี้ก็ทำให้บ้านไม่รกดีด้วย
ถ้าจะให้ปลอดภัยในช่วงนี้ควรมี ''''''เงินเย็น'''''' ติดอยู่กับตัวบ้าง จะนำเงินไปลงทุนอะไรควรคิดให้รอบคอบ ภาคธุรกิจเองก็คงต้องมีการปรับแผนเพื่อรับมือกับวิกฤติคราวนี้กันยกใหญ่ ไตรมาสสุดท้ายตัวเลขอาจไม่สวยตามที่คาดการณ์ไว้ในช่วงปลายปีก่อน (แต่ปีนี้คงมีการปรับกันไปหลายรอบแล้วล่ะ) ส่วนพวกที่ต้องเตรียมทำแผนสำหรับปีหน้า ก็คงจะต้องแทบใช้ไสยศาสตร์เข้าช่วยในการประเมินผลประกอบการ เพราะดูท่าแล้วคงคำนวณลำบาก
แต่ขณะที่เราพยายามลดค่าใช้จ่ายทุกๆ ด้านแล้ว การหาวิธี ''''''เพิ่มรายได้'''''' ก็คงเป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน อย่างแรกที่ควรทำคือคงต้องตั้งอกตั้งใจทำงานที่มีอยู่ให้ดีที่สุด ตกงานช่วงนี้ล่ะก็เป็นเรื่องทีเดียวเชียว นอกจากนี้ก็คงต้องหาวิธีให้เงินทำงานแทนเรา หาทาง ''''''ออมเงิน'''''' และ ''''''ลงทุน'''''' ที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุดและมีความเสี่ยงต่ำสุด คงต้องขวนขวายกันเอาเอง เพราะสถานภาพและข้อจำกัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อะไรที่เป็นช่องทางทำมาหากินก็อย่าขี้เกียจหรือมัวแต่เลือกงาน สมัยนี้ต้องใช้หลัก ''''''หนักเอาเบาสู้'''''' เงิน (บริสุทธิ์) อยู่ที่ไหนต้องท่องเอาไว้ว่าเราจะพาตัวเองไปอยู่ที่นั่น ลองดูสิว่า ในวันนี้เรามีทรัพย์สิน หนี้สินอยู่เท่าไร ถ้าเกิดอภิมหาวิกฤติจริงๆ เราจะทำอย่างไร แล้วเราจะต้องหามาเพิ่มอีกมากน้อยแค่ไหน ถึงจะเลิกทำงานได้อย่างมีความสุข และมีเงินเลี้ยงตัวเองได้จนถึงบั้นปลายชีวิต ถ้าไม่เริ่ม ''''''วางแผน'''''' หรือ ''''''ปรับแผน'''''' กันช่วงนี้ ก็เห็นทีจะไม่ทันการณ์เสียแล้วล่ะค่ะ!
ไขปริศนาตร.สลายม็อบโยนบาปเหยื่อตุลาเลือด
ถ้อยแถลงของตำรวจต่อเหตุการณ์ ตุลาเลือด หลายกรณีเข้าข่ายบิดเปือน ข้อเท็จจริง ยิ่งพยานวัตถุและบุคคลปรากฏในเวลาต่อมา ยิ่งทำให้ความไว้ใจเจ้าหน้าที่ลดทอนลง โดยเฉพาะกรณี ชายขาขาด ที่ตำรวจชี้ว่า เขา คือ คนพิการ ก่อนที่สังคมจะเกิดความสับสน คม ชัด ลึก จึงไขปริศนาที่ว่านี้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
