ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศซื้อขายหุ้นประจำวันที่ 10 ต.ค. ว่า หลังจากเปิดตลาดดัชนีหุ้นไทยดิ่ง แตะ 458.96 จุด ลดลงทันที 41.03 จุด ลดลง 8.21% เช่นเดียวกับหุ้นต่างประเทศ โดยดัชนีไหลลงต่อเนื่อง และทดสอบ 449.91 จุด ลดลง 50.08 จุด หรือ 10.02% ในเวลา 14.35 น. ซึ่งเป็นระดับที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ต้องหยุดการซื้อขายหุ้นชั่วคราว (เซอร์กิต เบรกเกอร์) 30 นาทีแรก ถึงเวลา 15.05 น. ถือเป็นการใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์ ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา นับจากการใช้มาตรการกันสำรอง 30% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และเมื่อเปิดซื้อขายต่อดัชนียังคงแกว่งตัวแคบๆ ปิดที่ระดับ 450.96 จุดลดลง 48.03 จุด หรือลดลง 9.61% ท่ามกลางมูลค่าซื้อขาย 16,291.20 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มูลค่าการตลาด (มาร์เก็ตแค็ป) ลดเหลือ 3.6 ล้านล้านบาท จากเมื่อวันที่ 9 ต.ค. มี 4 ล้านล้านบาท เท่ากับวันเดียวมาร์เก็ตแค็ปหายไปถึง 4 แสนล้านบาท จนอาจเรียกได้ว่าเป็นวันแบล็กฟรายเดย์ตลาดหุ้นไทยนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า การหยุดซื้อขายด้วยระบบเซอร์กิต เบรกเกอร์ เป็นการหยุดให้นักลงทุนได้ใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจ และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการลงทุน เพราะการลดลงของดัชนีหุ้นไทยครั้งนี้ ถือเป็นการกระทบจากสถานการณ์ต่างประเทศ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังดีอยู่ ไม่เหมือนเมื่อปี40 ที่บจ.ไทยขาดทุนจำนวนมาก
นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการ ตลท. กล่าวหลัง 4 สมาคมที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนคือ สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ สมาคมโบรกเกอร์ สมาคมโบรกเกอร์ต่างประเทศ และสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) ได้ร่วมหารือถึงแนวทางรับมือหุ้นตก ว่า ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าดัชนีหุ้นจะลดลงไปอีกเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ แต่เชื่อว่าจะไม่ลดลงแรงเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งในปี40 เนื่องจากสถานการณ์แตกต่างกัน ในครั้งนี้เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นในสหรัฐและกลุ่มประเทศยุโรป
ดังนั้น ตลท. ยืนยันจะไม่มีการปิดการซื้อขายหุ้นทั้งวัน แม้ว่าจะเริ่มเห็นตลาดหุ้นในหลายประเทศได้ประกาศหยุดการซื้อขายบ้างแล้ว เพราะหากเปิดซื้อขายหลังจากหยุดจะทำให้นักลงทุนเทขายอย่างถล่มทลายจากความไม่เชื่อมั่น โดยเห็นว่ากลไกเซอร์กิต เบรกเกอร์ ดูแลเพียงพอแล้ว เพราะเกณฑ์เซอร์กิต เบรกเกอร์ กำหนดไว้หากดัชนีหุ้นปรับตัวลดลง 10% หรือลดลงแตะ 49 จุด จะหยุดซื้อขายครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นจะเปิดซื้อขายใหม่ หากลดลงอีก 10% หรือรวมกันแล้ว 20% ก็จะหยุดซื้อขายอีก 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเปิดซื้อขายเป็นปกติ จนกว่าตลาดจะหมดเวลาทำการทั้งวัน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 9 ต.ค. ดัชนีหุ้นได้ลดลง 41% และมาร์เก็ตแค็ปลดลง 41% มาอยู่ที่ระดับ 4 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้จากการประชุมร่วมกันทุกฝ่ายต่างมั่นใจว่ากฎเกณฑ์ต่างๆ ของตลท. มีความเหมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐานสากลอยู่แล้ว นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นควรเสนอกระทรวงการคลังเกี่ยวกับมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุน เช่น ลดหย่อนภาษีเงินปันผล กำไรจากการลงทุนในพันธบัตรและหุ้นกู้ รวมถึงการขยายวงเงินลงทุนในกองทุนร่วมลงทุน (แมทชิ่งฟันด์)
ข้อมูลจาก ข่าวสด
