นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการ พัฒนาโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมืองหรือแอร์พอร์ตลิงก์ ว่า ได้พิจารณาแผนทั้ง 7 ด้าน เพื่อรองรับการให้บริการของโครงการ ซึ่งร.ฟ.ท.ตั้งเป้าหมายเบื้องต้นว่า โครงการจะต้องก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนพ.ค.52 ก่อนจะมีการทดสอบระบบเป็นเวลา 3 เดือน และจะพยายามเริ่มเดินรถให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ส.ค.52 ให้ได้โดยงานทั้ง 7 ด้านประกอบด้วย งานระบบจัดการกระเป๋าสัมภาระ ระบบเคาน์เตอร์เช็กอิน ระบบจัดส่งสัมภาระ ระบบสายพานลำเลียง ระบบความปลอดภัย ระบบรักษาความสะอาด และระบบจัดการพื้นที่จอดรถ ซึ่งงานทั้งหมดจะเป็นงานปฏิบัติการ เพื่อบริหารพื้นที่สถานีมักกะสัน และสถานีอื่นๆ รวม 7 แห่ง ของโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ ซึ่งจากการหารือกับผู้บริหาร บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เบื้องต้นชัดเจนว่า ทอท.จะไม่เป็นผู้บริหารพื้นที่ และร.ฟ.ท.จะมีการเปิดประกวดราคาหาผู้รับจ้างบริหาร ซึ่งขณะนี้มีบริษัทที่เชี่ยวชาญหลายแห่ง เช่น การบินไทย และบริษัทไทยแอร์พอตส์ กราวด์ เซอร์วิส เซส จำกัด หรือ เเท็ก สามารถดำเนินการได้
สำหรับการว่าจ้างหาบริษัทที่จะเข้ามาบริหารนั้น ร.ฟ.ท.จะพยายามทำให้แล้วเสร็จ ภายใน 3 เดือน โดยไม่รอการจัดตั้งบริษัทลูกของร.ฟ.ท. ที่จะมาบริหารการเดินรถ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เนื่องจากบริษัทลูกดังกล่าว ร.ฟ.ท.จะต้องขอยืมงบประมาณจากรัฐ เป็นเงินทุนจดทะเบียนบริษัท 500 ล้านบาท สำหรับการว่าจ้างผู้บริหารพื้นที่หลังจากนี้ คณะกรรมการชุดแอร์พอร์ตลิงก์ จะเริ่มพิจารณาแผนธุรกิจว่า สัญญาว่าจ้างจะมีมูลค่างานเท่าใด เข้าข่ายเป็นพ.ร.บ.ร่วมทุนรัฐ-เอกชนหรือไม่ และคุณสมบัติผู้รับจ้างจะเป็นเช่นใด เพื่อนำไปกำหนดเงื่อนไขการประกวดราคาให้ได้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ การที่ร.ฟ.ท.จะเริ่มเดินรถให้บริการแอร์พอร์ตลิงก์ได้นั้น โครงการจะต้องได้รับการตรวจสอบความพร้อม จากหน่วยงานตรวจสอบระบบความปลอดภัยระหว่างประเทศ เช่น Independent Safty Reliability Certificate Engineering หรือ ICE ด้วย จึงเป็นภาระทั้งหมดที่ร.ฟ.ท.จะต้องเร่งทำงานให้เกิดความสมบูรณ์มากที่สุด
ข้อมูลจาก ข่าวสด
