วานนี้ ยามาโตะ ไลฟ์ อินชัวรันซ์ บริษัทประกันภัยเก่าแก่ของญี่ปุ่นยื่นล้มละลายแล้วบริษัทนี้เป็นเอกชนรายแรกในเอเชียที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจาก วิกฤตซับไพรม์ จนขาดทุนยับเยินถึงขั้นล้มละลาย ต้องยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ต่อศาลล้มละลายกลางญี่ปุ่น
บริษัทเก่าแก่ถึง 98 ปีแห่งนี้ มีภาระหนี้เกินมูลค่าสินทรัพย์ที่ถือครองอยู่ถึง 4,002 ล้านบาท และขาดทุนราวหมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีอาการเล็กๆ ปรากฏที่เมืองจีน กิจการโรงเหล็กที่นั่นปรับโครงสร้างหนี้ไม่สำเร็จ
การล้มละลายของ ยามาโตะ ได้ส่งผลกระทบทางจิตวิทยาของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นอย่างรุนแรง ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นเทขายหุ้นออกอย่างต่อเนื่อง
ดัชนีนิกเกอิ ที่ตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง จนตลาดต้องระงับการซื้อขาย 15 นาที ก่อนที่จะไต่ขึ้นมาได้เล็กน้อย
สรุปติดลบ 9.62%
เป็นการปรับตัวลดลงครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี
ความปั่นป่วนของตลาดหุ้น ญี่ปุ่นครั้งนี้มิได้เป็นผลจากแรงสั่นสะเทือนจาก ยามาโตะ ไลฟ์ อินชัวรันซ์ ล้มเท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นแรงเขย่าจากผลการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐ
วานนี้ ดัชนีดาวโจนส์ ในตลาดหุ้นวอลสตรีตปิดตัวลดลงอย่างรุนแรง ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ที่ร่วงลง 7.33% ปิดการซื้อขายที่ 8,579.19 จุด หลุดเพดาน 9,000
เช่นเดียวกัน ทันทีที่ตลาดหุ้นในยุโรปเปิด ก็รูดมหาราชตามวอลสตรีตและตลาดหุ้นโตเกียว
ดัชนีเอฟทีเอสซี ในกรุงลอนดอนร่วง 10.02% ดัชนีแดกซ์ของเยอรมนี ลดลงกว่า 10% ขณะที่ดัชนีซีเอซี-40 ของฝรั่งเศส ดิ่งลง 9.68%
เหตุผลเดียวกันหมดคือ นักลงทุนทั่วโลกยังขาดความเชื่อมั่นในภาคการเงินอย่างรุนแรง
มี 5 ตลาดหุ้นที่ถึงกับต้องประกาศปิดการซื้อขายชั่วคราวเพราะตกต่ำกว่า 10% นั่นคือตลาดหุ้นไทย ญี่ปุ่น ออสเตรีย รัสเซีย และบราซิล
ตลาดหุ้นไทยนั้น ลดลง 48.03 จุด หรือ 9.61%
ส่วนตลาดหุ้นจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย ยังไม่เปิดซื้อขายเป็นวันที่ 3 ไอซ์แลนด์สั่งระงับการซื้อขายเป็นเวลา 2 วัน หลังปั่นป่วนหนัก
วานนี้เป็นวันโลกาวินาศและทอร์นาโดวิ่งผ่าน ย่อยยับกันหมด มีดหล่นลงมา อย่าเอาคอเข้าไปรับ นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุ
นายก้องเกียรติ เทียบให้เห็นว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงขณะนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงเฉลี่ย 45% ตลาดเอเชียและยุโรปตกเฉลี่ย 45% สหรัฐลดลง 35% จีนหนักสุดคือ 60%
สำหรับนายโรเบิร์ต เซลลิก ประธานธนาคารโลก เปิดเผยรายชื่อประเทศที่ มีความเปราะบางทางการคลัง ออกมาแล้ว 17 ประเทศ คือ จอร์แดน, กัมพูชา, เลบานอน, จาเมกา, เอริเทรีย, เอธิโอเปีย, ทาจิกิสถาน, มาดากัสการ์, เนปาล, ศรีลังกา, รวันดา, มาลาวี, ไอวอรีโคสต์, ฟิจิ, เฮติ, ซีเชลส์ และมอริเตเนีย
หลายประเทศในจำนวนเหล่านี้ แทบไม่มีโอกาสหรือไม่มีโอกาสที่จะก่อหนี้ใหม่ นายโรเบิร์ต ระบุ
วันเดียวกัน ธนาคารซิตี้กรุ๊ปออกรายงานว่า เศรษฐกิจเกาหลีใต้และอินโดนีเซียเปราะบางมากที่สุดในเอเชีย เพราะทุนกำลังไหลออกอย่างต่อเนื่องและทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลงอย่างฮวบฮาบ
หากเกิดภาวะชะงักงันในตลาดการเงินโลกขึ้น ประเทศที่น่าจะมีความเสี่ยงสูงที่สุดคือ เกาหลีใต้และเวียดนาม
ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ อินเดีย และเวียดนาม ลดลงเนื่องจากจะต้องนำเงินเหล่านี้ไปชำระหนี้ ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศเหล่านี้หดตัวลง
ทอร์นาโดการเงินวิ่งผ่านย่อยยับกันทั่วหน้า แต่พายุยังไม่สงบ